จาก ‘ไทบ้าน เดอะซีรีส์’ ถึง ‘ส่ม ภัค เสี่ยน’ กระแสหนังวัยรุ่นอีสานที่กำลังถูกต่อยอด

Home / bioscope / จาก ‘ไทบ้าน เดอะซีรีส์’ ถึง ‘ส่ม ภัค เสี่ยน’ กระแสหนังวัยรุ่นอีสานที่กำลังถูกต่อยอด

ฉลองรายได้ 100 ล้านบาทอย่างไม่เป็นทางการไปแล้ว สำหรับผลงานกำกับเรื่องแรกของ บุษราคัม วงษ์คำเหลา อย่าง ‘ส่ม ภัค เสี่ยน’ หนังตลกที่เล่าเรื่องราวของกลุ่ม “ไทบ้าน” หรือวัยรุ่นหนุ่มสาวพื้นถิ่นอีสาน ในฉากหลังยุคสมัยปัจจุบันที่อีสานไม่ได้แห้งแล้งกันดารห่างจากความเจริญอีกต่อไป อะไรคือความเป็นอีสานในยุคปัจจุบัน และสิ่งใดบ้างที่ถูกนำมาต่อยอดในหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะจากความสำเร็จสุดเซอร์ไพรซ์เมื่อต้นปีที่ผ่านมาของหนังอีสานบ้านๆ แสนจริงใจอย่าง ‘ไทบ้าน เดอะซีรีส์’

 

‘แหยม ยโสธร’

จากไทบ้านยุคแรก ‘แหยม ยโสธร’ สู่รุ่นลูก

เมื่อปี พ.ศ. 2548 ผลงานกำกับเรื่องที่สองของดาวตลกชื่อดัง หม่ำ จ๊กมก หรือ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา อย่าง ‘แหยม ยโสธร’ ที่นำเสนอเรื่องราวของ แหยม หนุ่มไทบ้านที่มี เจ้ย หญิงสาวที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กแอบมาหลงรัก แม้ความอีสานในหนังเรื่องนี้จะถูกปรุงแต่งให้ดูฉูดฉาดสวยงามกว่าความเป็นจริงไปบ้าง แต่ก็สอดแทรกวิถีชีวิตเรียบง่ายของหนุ่มสาวอีสานถูกนำเสนอสอดแทรกในมุกตลกบ้านๆ แสนจริงใจ และด้วยความสำเร็จของหนังที่ทำรายได้เกือบร้อยล้านบาท ก็ถูกต่อยอดเรื่อยมาจนถึงภาคที่ 3

หากเมื่อเทียบพล็อตเรื่องของ ‘ส่ม ภัค เสี่ยน’ (ที่ว่าด้วย เสี้ยน ชายหนุ่มที่รอคนรักอย่าง ส้ม ที่ไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ โดยมี ภัค เพื่อนสาวที่รู้จักกันมาแต่เด็กค่อยดูแลให้กำลังใจ) ไปจนถึงโปสเตอร์ที่ฉูดฉาด หรือที่ตัว หม่ำ จ๊กมก ยังร่วมแสดงนำด้วยในผลงานกำกับครั้งแรกของลูกสาวตนเองเรื่องนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะทำให้เราเทียบเคียงว่าหนังเรื่องนี้คือภาคต่อกลายๆ ของ แหยม ยโสธร’ ในอีกหลายปีต่อมา ที่สะท้อนภาพของหนุ่มสาวไทบ้านในยุคปัจจุบัน ที่แม้จะเจริญแล้วแต่ก็ยังมีความบ้านๆ ตรงไปตรงมาแบบหนุ่มสาวอีสานในยุคก่อนไม่เปลี่ยนแปลง

 

‘ไทบ้าน เดอะซีรีส์’

‘ไทบ้าน เดอะซีรีส์’ ผู้จุดพลุให้หนังวัยรุ่นอีสานในปีนี้

ย้อนไปเมื่อสามปีก่อน ‘ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้’ ของ ผกก. อุเทน ศรีริวิ กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้คนทำหนังอีสานแท้ๆ ลุกขึ้นมาเล่าเรื่องราวในพื้นที่ของตนเองจนกลายเป็นหนังอีกหลายเรื่อง แต่น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่แล้วล้มเหลวในเรื่องรายได้และคุณภาพที่ออกมาไม่น่าพอใจนัก กระนั้นการมาของหนังเล็กๆ จากกลุ่มผู้สร้างหน้าใหม่อย่าง ‘ไทบ้าน เดอะซีรีส์’ ของ ผกก. สุรศักดิ์ ป้องศร ก็กลายเป็นความหวังใหม่ของหนังอีสานในยุคต่อจากนี้

‘ไทบ้าน เดอะซีรีส์’ เล่าเรื่องราวของหนุ่มสาวไทบ้านชานเมือง ที่แม้จะไม่ร่ำรวยหาเช้ากินค่ำใช้ชีวิตกับงานเกษตรกรรม แต่พวกเขาเหล่านี้ก็ไม่ได้เป็นอื่นกับสังคมภายนอกหรือห่างไกลจากความเจริญ อย่างที่เรามักมโนภาพหรือคุ้นชินภาพของคนอีสานจากละครหรือสื่อตามโทรทัศน์ต่างๆ อีกแล้ว หนุ่มสาวไทบ้านในเรื่องนี้มีสมาร์ทโฟนหรือใช้โซเซียลมีเดียในชีวิตประจำวัน ในขณะเดียวกันความศิวิไลซ์แบบคนเมืองก็ไม่ได้ห่างไกลชีวิตพวกเขาจนเกินเอื้อม เป็นภาพของหนุ่มสาวอีสานในปัจจุบันที่สดใหม่อันแทบไม่เคยถูกนำเสนออย่างจริงใจเท่านี้มาก่อน

และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ ‘ไทบ้าน เดอะซีรีส์’ สามารถสื่อสารกลับคนดูกลุ่มใหญ่คือวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวในอีสานอย่างได้ผล จนหนังที่แทบไม่ได้ประชาสัมพันธ์ในสื่อกระแสหลัก และเน้นสื่อสารในโซเซียลเน็ตเวิร์คกับกลุ่มผู้ชมอีสานโดยตรงเรื่องนี้ ทำเงินไปราว 30 ล้านบาท ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่มาจากจากการเข้าฉายในแทบภาคอีสานนั่นเอง

ชม ‘ไทบ้าน เดอะซีรีส์’ แบบ FULL HD ถูกลิขสิทธิ์ ที่เดียวทาง MONOMAXXX.COM

 

เพชร สหรัตน์ ใน ‘ส่ม ภัค เสี่ยน’

เพลงป็อปสำเนียงอีสาน ความสำเร็จจากพลังโซเซียลฯ

การมาของโซเซียลมีเดียเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างไปตลอดกาล ไม่เว้นแม้แต่วงการเพลง ยูทูบและเฟซบุ๊คกลายเป็นพื้นที่ใหม่แทนวิทยุและโทรทัศน์ ศิลปินหน้าใหม่มากมายเกิดขึ้นจากการทำเพลงเอง ก่อนถูกฟังถูกแชร์จนกลายเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงในเวลาไม่นาน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานที่มีศิลปินหน้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จจากโซเซียลมีเดียก่อนกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ตัวอย่างเช่น เพชร สหรัตน์ ที่แจ้งเกิดจากเพลง อ้ายตายสิไห่นำบ่ ที่ถูกนำไปใช้ประกอบในหนัง ‘ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้’ ซึ่งยิ่งทำให้ตัวเพลงและหนังเป็นที่รู้จักมากขึ้นไปพร้อมๆ กัน และ เพชร สหรัตน์ เองก็ได้มามีส่วนร่วมทั้งทำเพลงและแสดงในหนัง ‘ส่ม ภัค เสี่ยน’ ด้วย และตัวเพลงอย่าง ฮักเจ้าจนตาย ที่ปล่อยก่อนหนังฉายนานกว่าหนึ่งปีและมียอดชมกว่า 88 ล้านครั้ง ก็ทำให้ผู้ชมมีส่วนรู้จักตัวหนังมากยิ่งขึ้น

บอย พนมไพร หรือ เทอดเกียรติ น้อยมาลา ศิลปินหน้าใหม่ที่อยู่เบื้องหลังการทำดนตรีให้กับ ‘ไทบ้าน เดอะซีรีส์’ ก่อนที่เพลงประกอบภาพยนตร์อย่าง ทดเวลาบาดเจ็บ จะกลายเป็นเพลงฮิตที่ทำให้ตัวเขาเป็นที่รู้จักแบบชั่วข้ามคืน โดยตัวบอยได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 181 (เดือน ส.ค. – ก.ย. 2560) ถึงสเน่ห์ของเพลงป็อปสำเนียงอีสานในปัจจุบันว่า

“อีสานมันมีหลายแบบ ทั้งอีสานแบบที่เป็นอีสานแร้นแค้นทุ่งนา แต่ถ้าเป็นอีสานอินดี้ก็จะมีความเป็นเพลงสตริงมากขึ้น ทันสมัย แต่เราก็ตั้งใจจะยังคงความเป็นอีสาน ความเป็นไทบ้านอยู่” บอยอธิบายถึงแนวคิดการทำเพลง “เราต้องทำดนตรีให้ดี ฉีกแนวดนตรีที่หลายคนเขาทำกัน อย่าไปซ้ำคนอื่น ต้องคิดอะไรที่ไม่เหมือนใคร แต่คนต้องฟังได้และจำง่าย”

ในทางกลับกัน นอกจากหนังดังจะทำให้เพลงหรือศิลปินหน้าใหม่จากอีสานเหล่านี้เป็นที่รู้จักมากขึ้นแล้ว วงการหนังเองก็ยังมีโปรเจ็กต์ที่สานต่อกระแสเพลงป็อปอีสานฟีเวอร์ ด้วยการดึงศิลปินเหล่านั้นมารับบทนำในโปรเจ็กต์หนัง ตัวอย่างเช่น ‘ผู้สาวขาเลาะ’ หนังชีวประวัติของ ลำไย ไหทองคำ ที่กำกับโดย อุเทน ศรีริวิ หรือเร็วๆ นี้ที่กำลังจะเข้าโรงอย่าง ‘นายไข่เจียว เสี่ยว ตอปิโด’ โดย ผกก. ปริภัณฑ์ วัชรานนท์ (โต๊ะ พันธมิตร) ที่นำ ก้อง ห้วยไร่ มารับนำในภาพยนตร์เป็นครั้งแรก และอีกหลายเรื่องที่รอเปิดตัวในอนาคต ซึ่งก็ต้องมาดูกันว่า หนังเหล่านี้จะนำเสนอวิถีชีวิตของหนุ่มสาวไทยบ้านได้น่าสนใจแค่ไหน หรือจะเป็นเพียงแค่นำศิลปินที่อยู่ในกระแสมาใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดอย่างฉาบฉวยเท่านั้น


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine
และสั่งซื้อนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับล่าสุดและย้อนหลังได้ที่ store.mbookstore.com