7 หนังฟุตบอลอังกฤษ ที่แฟนพันธุ์แท้ต้องดู!! (BIOSCOPE Theatre)

Home / bioscope / 7 หนังฟุตบอลอังกฤษ ที่แฟนพันธุ์แท้ต้องดู!! (BIOSCOPE Theatre)

ถ้าเอ่ยถึงฟุตบอลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในบ้านเรา คงหนีไม่พ้นฟุตบอลจากประเทศอังกฤษ และด้วยความบ้าบอลแบบเข้าเส้นของชาวอังกฤษ จึงทำให้มีหนังมากมายเล่าเรื่องราวของฟุตบอลในหลากหลายแง่มุมเช่นกัน และนี่คือ 7 หนังฟุตบอลอังกฤษจากหลากสโมสร ที่เรานำมาแนะนำให้คุณชมในวันนี้

Fever Pitch (1997)

นิค ฮอร์นบี้ นักเขียนชาวอังกฤษชื่อดัง และแฟนบอลทีม อาร์เซนอล พันธุ์แท้ นำประสบการณ์ของตัวเองมาเขียนเป็นนิยายที่ชื่อ Fever Pitch: A Fan’s Life ก่อนถูกนำมาทำเป็นภาพยนตร์ในปี 1997 โดยผู้กำกับ เดวิด อีแวนส์

Fever Pitch เล่าเรื่องของ พอล (โคลิน เฟิร์ธ) คุณครูในโรงเรียนย่านลอนดอนเหนือที่กำลังตกหลุมรัก ซาราห์ ครูสาวที่พึ่งย้ายเข้ามาใหม่ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ล้อไปกับฉากหลังการแข่งขันฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 ในฤดูกาล 1988-1989 ของทีมอาร์เซนอลซึ่งกำลังลุ้นแชมป์ ซึ่งมีจุดไคลเม็กซ์ของเรื่องคือเกมส์นัดสุดท้ายที่ต้องแข่งกับทีมลิเวอร์พูล ที่จบลงด้วยการยิงประตูในนาทีสุดท้ายและชนะไป 2-0 จนคว้าแชมป์ไปครอง โดยหนังเรื่องนี้เปรียบได้กับหนังรักของชายหนุ่มผู้คลั่งไคล้ฟุตบอลเข้าสายเลือด (อนึ่ง Fever Pitch ยังถูกนำไปรีเมกเป็นเวอร์ชั่นอเมริกา นำแสดงโดย จิมมี่ ฟอลลอน และ ดรูย์ แบร์รี่มอร์ และเปลี่ยนจากกีฬาฟุตบอลเป็นเบสบอลแทน)

Purely Belter (2000)

หนังตลก-ดราม่า ที่เล่าเรื่อง 2 หนุ่มวัยรุ่นที่เติบโตในบ้านชนชั้นแรงงาน ทั้งสองมีความใฝ่ฝันสูงสุดคือการได้มีโอกาสเข้าไปนั่งชมฟุตบอลในสนามเพื่อเชียร์ทีมรักของพวกเขาอย่าง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด โดยหนังพาไปชมการผจญภัยของพวกเขา ซึ่งในขณะเดียวกันก็ฉายให้เห็นสภาวะสังคมคนชายขอบของอังกฤษ ที่มีกีฬาฟุตบอลเป็นดั่งสิ่งเติมความฝันถึงชีวิตที่ดีกว่า

There’s Only One Jimmy Grimble (2000)

มี่เมืองแมนเชสเตอร์ กับหนังที่เล่าเรื่องของเด็กชายวัย 15 ปีที่ชื่อว่า จิมมี่ ที่ไร้ความมั่นใจแถมยังโดนเพื่อนๆ รุมรังแกอยู่บ่อยครั้ง จนวันหนึ่งโดยบังเอิญที่จิมมี่เล่นฟุตบอลและ อีริค (โรเบิร์ต คาร์ไลล์) โค้ชทีมฟุตบอลของโรงเรียนมาเห็นและเชื่อว่าจิมมี่มีพรสวรรค์ จนได้เข้าร่วมทีมโรงเรียนแข่งขันในทัวร์นาเม็นต์ฟุตบอลชิงถ้วยของเมืองแมนเชสเตอร์ ทว่าตลอดเวลาเขาต้องรออยู่ที่ม้านั่งสำรองโดยไม่มีโอกาสได้ลงเล่น จนกระทั่งนัดชิงชนะเลิศที่โอกาสมาถึงเขาเป็นครั้งแรก

หนังพาผู้ชมไปชมบรรยากาศเมืองแมนเชสเตอร์ และแฟนบอลของทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หากในขณะเดียวกันก็ยังพาไปชมความกดดันในการต่อสู้แข่งขันของฟุตบอลระดับเยาวชน โดยเฉพาะในเมืองๆ นี้ ที่ถ้าคุณดีพอ อาจจะเตะตาแมวมองของทีมดังอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้

The Damned United (2009)

หนังฟุตบอลสุดเดือด ที่พาเราย้อนไปสู่ยุค 1974 ช่วงเวลาที่ยอดผู้จัดการทีมอย่าง ไบรอัน คลัฟ เข้ามาคุมทีมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในช่วงนั้นอย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด แต่มันไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหากตัวเขาย้ายมาจากสโมสรคู่แค้นอย่าง ดาร์บี้ เคาต์ตี้ อีกทั้งผู้เล่นในทีมก็ยังจงรักภัคดีกับผู้จัดการทีมคนเก่าและสไตล์การเล่นแบบเก่า และกลายเป็นสงครามประสาทระหว่างผู้เล่นและผู้จัดการทีม ที่รุนแรงและอื้อฉาวที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษก็ว่าได้

I Believe in Miracles (2015)

หนังสารคดีที่เสมือนเรื่องราวที่ต่อมาจาก The Damned United  เมื่อ ไบรอัน คลัฟ ออกจากลีดส์ยูไนเต็ด มาคุ้มทีมเล็กๆ อย่าง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ โดยไม่มีใครคิดว่าตัวคลัฟจะพาทีมฟอเรสต์ยิ่งใหญ่ในช่วงปลายยุค 70 ถึงต้น 80 ด้วยการคว้าแชมป์มากมาย และรวมไปถึงการชนะถ้วยที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปอย่างยูโรเปี้ยนคัพ (หรือ แชมป์เปี้ยนส์ลีก ในปัจจุบัน) 2 สมัยซ้อนในปี 1979 และ 1980

ตัวสารคดีพาเราไปรู้จักกับตัวของคลัฟ ผู้จัดการทีมฟุตบอลที่มีบุคลิคยียวนกวนประสาทและฝีปากจัดเป็นเลิศ (เทียบง่ายๆ คือ โฆเซ่ มูรินโญ ในยุคก่อน) แต่ก็เป็นที่ยอมรับในความสามารถการคุมทีม โดยเล่าผ่านฟุตเตจหาชมได้ยาก ที่ผสมผสานดนตรีโซลและดิสโก้ที่เร้าใจอย่างยิ่ง

Will (2011)

หนึ่งในแม็ตช์ประวัติศาสตร์ของสโมสร ลิเวอร์พูล ในปี 2005 นั่นคือนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลแชมป์เปี้ยนส์ลีก กับทีม เอซี มิลาน ที่อิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งผลการแข่งขันในนัดนั้น ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายเอาชนะในการดวลลูกโทษที่จุดโทษ หลังเสมอในเวลา 120 นาที ที่สกอร์ 3-3 อันเป็นการกลับมาคว้าชัยอย่างยิ่งใหญ่ หลังจากที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังถึง 3 ประตู จนแฟนบอลหลายคนเชื่อไปตั้งแต่พักครึ่งเวลาแล้วว่าทุกอย่างจบสิ้นลงแล้ว

โดย Will เล่าเรื่องราวแม็ตช์สุดมหัศจรรย์นี้ ผ่านตัวละครของ วิล เด็กชายวัย 11 ปี ที่พ่อของเขากำลังจะพาไปชมฟุตบอลครั้งนี้ หากแต่เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน ก่อนที่วิลจะได้รู้จักกับ อเล็กซ์ ชาวบอสเนียที่อดีตนักฟุตบอลที่ต้องเลิกเล่นจากเรื่องเศร้าในสงครามกลางเมือง ด้วยความรู้สึกร่วมที่มีต่อกัน เขาจึงมาหาวิลเพื่ออาสาพาเขาไปชมการแข่งขันครั้งนี้ให้ได้ เพื่อระลึกถึงการจากไปของพ่อวิลนั่นเอง

United (2011)

จากโศกนาฏกรรมสะเทือนใจ สู่ภาพยนตร์ที่พาแฟนทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ย้อนไปดูช่วงเวลายากลำบากที่สุดของสโมสรแห่งนี้ หลังเหตุเครื่องบินที่พาทีมเดินทางไปแข่งขันในรายการยูโรเปี้ยน คัพ รอบรองชนะเลิศ กับทีมฟุตบอล เรดสตาร์ เบลเกรด ที่ประเทศยูโกสลาเวีย หากในระหว่างกำลังแวะพักเติมน้ำมันเมืองมิวนิค ด้วยสภาพอากาศอันเลวร้ายทำให้เครื่องบินเที่ยวดังกล่าวประสบอุบัติเหตุขณะขึ้นบิน และทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 23 คน ในจำนวนนั้นเป็นนักเตะของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็คถึง 8 คน

โดยหนังเล่าเรื่องผ่านตัวละคร จิมมี่ เมอร์ฟี่ ผู้ช่วยผู้จัดการทีมในตอนนั้น ที่กำลังทำทุกวิถีทางเพื่อกอบกู้ทีมกลับมาอีกครั้ง และ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน นักเตะดาวรุ่งมากพรสวรรค์ในตอนนั้น ที่รอดตายจากอุบัติเหตุได้พร้อมสภาพจิตใจอันบอบช้ำจนอาจตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอล ก่อนที่ทั้งคู่จะผ่านวิกฤติครั้งนั้น และกลายเป็นตำนานของสโมสรในเวลาต่อมา

ติดตามชม United
หนังเรื่องเยี่ยมที่ “แฟนฟุตบอล” ห้ามพลาด

เสาร์ที่ 9 กันยายน นี้
ไลฟ์ให้ชมสดๆ 2 ช่วงเวลา
13.00 น. และ 22.00 น.

ทาง movie.mthai.com/bioscopetheatre

ไฮไลท์หนัง BIOSCOPE Theatre ประจำเดือน กันยายน