รำลึก 16 ปีเหตุการณ์ 911: ย้อนมองภาพยนตร์ ยุคหลัง 1 1 กันยายน โศกนาฏกรรมในหนังโลก

Home / bioscope / รำลึก 16 ปีเหตุการณ์ 911: ย้อนมองภาพยนตร์ ยุคหลัง 1 1 กันยายน โศกนาฏกรรมในหนังโลก

เช้าของวันอังคารที่ 11 กันยายน 2001 เสียงระเบิดกัมปนาทดังกึกก้องไปทั่วนิวยอร์กพร้อมกลุ่มควันที่ปะทุขึ้นจากตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เครื่องบินของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์พุ่งชนเข้าตึกเหนือเมื่อเวลา 8.46 น. และ 9.02 น. เครื่องบินลำที่สองก็พุ่งเข้าชนตึกใต้ (South Tower) นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการโจมตีประเทศสหรัฐอเมริกาครั้งใหญ่

มองรอบตัวในปัจจุบัน บรรยากาศก็ไม่แตกต่างกันเท่าใดนัก การก่อร้ายปะทุรุนแรงทั่วยุโรปตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา หรือนโยบายต่างๆ ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ล้วนส่งเสริมให้ก่อการเกลียดชังต่อชาวมุสลิม ดูเหมือนโลกกำลังจะหมุนกลับมาที่เดิม และอาจจะเป็นจุดที่ตกต่ำยิ่งกว่า

 

กลุ่มหนังที่พูดถึง 9/11 โดยตรง

25th Hour (2002, สไปค์ ลี)

Related image

หนังว่าด้วย 24 ชั่วโมงสุดท้ายของมอนตี้ (รับบทโดย เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน) ที่กำลังจะต้องไปเข้าคุกเป็นเวลาเจ็ดปีด้วยข้อหาค้ายาเสพติด เขาจึงใช้เวลาที่เหลืออยู่เดินเต็ดเตร่ไปทั่วนิวยอร์ก

ฉากเปิดของเรื่องเป็นภาพกราฟฟิกไฟสปอตไลท์แนวยาว 2 อันแทนตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ที่ไม่มีอีกต่อไป ลีให้สัมภาษณ์ว่าช่วงที่กำลังเตรียมงานสร้างหนังเรื่องนี้ดันเกิดเหตุ 11 กันยา “ผมตัดสินใจที่จะไม่เพิกเฉยต่อโศกนาฏกรรม และหลอมรวมมันเข้าไปในหนัง”

ตลอดทั้งเรื่องเราเห็นมอนตี้มีสภาพทรุดโทรมทั้งทางกาย (โดยชกต่อย) และใจ (การพร่ำเสียใจที่ชีวิตมาถึงจุดนี้) มิค ลาซาลล์ แห่ง San Francisco Chronicle เขียนถึงหนังว่า “เราแต่ละคนโต้ตอบกับเหตุการณ์ 11 กันยา แตกต่างกันไป ทั้งด้วยความเศร้า โกรธ กลัว หรือสิ้นหวังทุกคนล้วนต่างสับสน ดังนั้นไม่ว่าจะเล่าถึงอะไร ตัวละครที่แท้จริงของ 25th Hour ก็คือนิวยอร์กและประเทศอเมริกา”

United 93 (2006, พอล กรีนกลาส)

Image result for United 93

สร้างจากเรื่องจริงของหนึ่งในสี่เครื่องบินที่ถูกกลุ่มก่อการร้ายจี้เพื่อหวังไปชนทำเนียบขาว ทว่าผู้โดยทั้งลำลุกขึ้นมาสู้จนเครื่องบินไปตกในทุ่งหญ้าแทน ทุกคนบนเครื่องบินล้วนเสียชีวิต

กรีนกราสรู้ตัวดีว่าการสร้างหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่เขาก็คิดว่ามันเป็นเรื่องจำเป็น “ปฏิกิริยาต่อเหตุการณ์ 9/11 ทำให้เราเผชิญความแตกแยกอย่างโหดร้าย ความแตกแยกเกิดขึ้นทั้งระหว่างอเมริกากับยุโรป ในอเมริกาเอง ในยุโรป ในอังกฤษ ดังนั้นผมเลยพาพวกเรากลับไปยังสิ่งที่เราได้รับรู้ร่วมกัน นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิด
ขึ้นบนเครื่องบินลำนั้น แม้ว่ามันจะเป็นความจริงที่รบกวนจิตใจก็ตาม”

 

กลุ่มหนังสงครามก่อการร้าย

The Hurt Locker (2008, แคทริน บิเกโลว์)

Image result for The Hurt Locker

มาร์ค โบล ผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้เคยไปทำข่าวที่อิรักเป็นเวลาสองสัปดาห์ เขาพูดถึงไอเดียเริ่มต้นว่า “นี่จะเป็นหนังเรื่องแรกเกี่ยวกับสงครามอิรักที่แสดงเห็นให้ถึงประสบการณ์ของเหล่าทหาร เราอยากจะโชว์ให้เห็นว่าพวกเขาต้องผ่านอะไรบ้างแบบที่ว่าคุณจะไม่ได้เห็นทาง CNN” ส่วนบิเกโลว์ให้สัมภาษณ์ว่าเธอตั้งใจจะสำรวจสภาพจิตใจของทหารประเภทนี้ “ทำไมพวกเขาถึงสาขาทำภารกิจนี้ (กู้ระเบิด) ทั้งที่คนอื่นวิ่งหนีจากมันกันหมด”

American Sniper (2014, คลินต์ อีสต์วู้ด)

Image result for American Sniper

ว่าด้วย คริส ไคล์ มือสไนเปอร์ในสงครามอิรักที่กลายเป็นวีรบุรุษ ได้การไปรบสี่ครั้งเขาสามารถยิงข้าศึกไปได้ถึง 255 ราย หนังเล่าถึงช่วงที่เขากลับมาอเมริกาและเผชิญกับความหลอกหลอนจากสงคราม

หนังได้รับเสียงชื่นชมพอประมาณ แต่ฝั่งที่ด่าก็จัดหนักเต็มสูบ โจมตีว่าหนังเปลี่ยนคำถามทางศีลธรรมอันซับซ้อนให้กลายเป็นนิทานขาวจัดดำจัด ส่วน จอห์น ไวทต์ จาก RT ให้ภาพชาวอิรักเป็นพวกป่าเถื่อนไร้ความเป็นมนุษย์ที่คนผิวขวาต้องเข้าไปช่วยสร้างอารยะ

 

กลุ่มหนังซูเปอร์ฮีโร่

Spider-Man (2002, แซม ไรมี)

Image result for spider-man 2002

ตัวเอกมีปมเรื่องการตายของลุง วิธีการแบบนี้ทำให้ผู้ชมผูกพันตัวละคร พวกเขาจะรู้สึกว่าฮีโร่ก็คือพวกเดียวกับเขา มีวันอ่อนแอและพลาดพลั้งได้ แต่สุดท้ายฮีโร่ก็ต้องลึกขึ้นสู้ อย่างเช่นที่สไปเดอร์เดินอย่างมาดมั่น พร้อมประโยคทอง “อำนาจอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่” แต่ก็เป็นเรื่องน่ากลัวหากตีความ ‘ความรับผิดชอบ’ จะกินความไปถึงสงครามต้านการก่อการร้าย

Superman Returns (2006, ไบรอัน ซิงเกอร์)

Image result for Superman Returns

ที่แม้จะล้มเหลวทางรายได้ แต่มีเรื่องชวนคิดพอสมควร Cassandra Hsiao จาก Los Angeles Times ตั้งข้อสังเกตว่าซูเปอร์แมนภาคนี้กลับมาเยียวยาผู้คนในวาระครบรอบห้าปีเหตุการณ์ 11 กันยา เปรียบประหนึ่งเป็นพระเจ้าที่มาเต็มศรัทธา

การมาจากดาวดวงอื่น การบินได้ ล้วนขับเน้นสถานะของซูเปอร์แมนในแบบของพระเจ้า ซิงเกอร์ใส่สัญลักษณ์อย่างตรงไปตรงมาในฉากตัวเอกแบกโลก ส่วนฉากหัวหนังสือพิมพ์พาดหัวว่า Superman is dead ก็เทียบเท่าได้กับ God is dead สะท้อนถึงยุคสมัยที่ผู้คนไม่รู้จะยึดเหนี่ยวอะไรอีกต่อไป แต่อย่างที่เห็นกันว่าท้ายสุดแล้วซูเปอร์แมนก็ต้องกลับมาในฐานะที่พึ่งทางใจของผู้คน

 

กลุ่มหนังอุปมา

Dogville (2003, ลาร์ส วอน ทรีเยร์)

Image result for Dogville

หนังเล่าถึงเกรซ (นิโคล คิดแมน) หญิงสาวผู้พลัดหลงไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า ‘ด็อกวิลล์’ เธอหนีการตามล่าจากลูกน้องของพ่อมา (พ่อของเธอเป็นพวกมาเฟีย) เธอจึงขอหลบซ่อนตัวในหมู่บ้านแห่งนี้โดยแลกกับการทำงานชดใช้ แต่ภายหลังเหล่าชาวบ้านกลับทำร้ายและหักหลังเธอ เกรซจึงสั่งให้ลูกน้องของพ่อเผาหมู่บ้านนี้ทิ้งเสีย

แม้ด็อกวิลล์จะเป็นหมู่บ้านสมมติ แต่ วอน ทรีเยร์ ก็ระบุชัดเจนว่านี่เป็นหมู่บ้านในประเทศอเมริกาหนังแสดงให้เห็นว่าชาวบ้าน (หรืออเมริกา) สมควรได้รับการลงโทษที่สาสมจากการกระทำอันชั่วร้ายของตัวเอง วอน ทรีเยร์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า “ระบบแบบอเมริกันเท่าที่ผมเห็นทำให้สถานการณ์แบบนี้มีความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นได้ มันทำให้ผู้คนหันเหไปทิศทางที่ผิดได้เร็วขึ้น”

Hidden (2005, ไมเคิล ฮานาเก)

Image result for hidden movie

ว่าด้วยครอบครัวปัญญาชนที่ถูกคุกคามด้วยวิดีโอลึกลับ ซึ่งเช่นเดิมกับหนังเรื่องก่อนๆ ของเขาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม และไม่มีการเฉลยอย่างชัดเจนว่าวิดีโอพวกนี้มาได้อย่างไร

พระเอกของเรื่อง (ซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศส) ปักใจเชื่อว่าวิดีโอเหล่านี้เป็นฝีมือของเพื่อนวัยเด็กชาวอัลจีเรีย แม้ว่าชาวอัลจีเรียคนนั้นจะพยายามปฏิเสธแล้วก็ตาม สิ่งนี้สะท้อนถึงแนวคิดของชาวฝรั่งเศสที่กดขี่ชาวอัลจีเรียมาตลอดตั้งแต่ยุคดั้งเดิมจนถึงปัจจุบัน อันสะท้อนภาพความขัดแย้งทางเชื้อชาติยุคหลัง 9/11 ที่นำมาซึ่งความรุนแรงของทั่วโลก

อีกทั้งภาพในหนังเรื่องนี้หลอกคนดูอยู่ตลอดเวลา บางทีมันก็เป็นภาพจริงของหนัง แต่บางทีก็เป็นภาพจากวิดีโอ นั่นคือฮาเนเกกำลังตอกย้ำให้คนดูรับรู้ถึงความจอมปลอมของสื่อในยุคปัจจุบันโดยใช้สื่อภาพยนตร์เป็นตัวแทน เช่นเดียวกับข่าวสารเรื่องสงครามหรือการก่อการร้ายใดๆ ที่ไม่มีความจริงสัมบูรณ์


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ BIOSCOPE Magazine
 หรือสั่งซื้อนิตยสารไบโอสโคปฉบับล่าสุดและย้อนหลังได้ที่ store.mbookstore.com