‘ผี’ ออกแบบได้: เบื้องหลังความหลอนของนักถลกหนัง พินเฮด, กรงเล็บของ เฟร็ดดี ครูเกอร์, หน้ากากเจสันศุกร์ 13!

Home / bioscope / ‘ผี’ ออกแบบได้: เบื้องหลังความหลอนของนักถลกหนัง พินเฮด, กรงเล็บของ เฟร็ดดี ครูเกอร์, หน้ากากเจสันศุกร์ 13!

น่าสังเกตว่า บรรดาผีที่เป็นที่จดจำจนตามหลอกหลอนข้ามภพข้ามชาติ แทบทั้งหมดเป็นผีจากหนังสยองทุนต่ำเตี้ยยุค 80 ทั้งสิ้น เราจึงขอเสนอไอเดียออกแบบ 3 ผีตัวท็อป (+1 หนังธริลเลอร์ยุคใหม่สุดสยอง!) ที่อาจทำให้คุณได้พบเคล็ดลับว่าทำไมพวกมันจึงเป็นอมตะและครองใจผู้ชมมานานขนาดนี้

 

พินเฮด

Image result for pinhead

“ในบทหนังที่ผมเตรียมเสนอนายทุน เต็มไปด้วยภาพร่างของ พินเฮด มันไม่ได้มาจากความฝันของผม แต่อาจผุดมาจากก้นบึ้งของจิตใจ พินเฮดจึงเป็นเหมือนผีตัวแกร่งสุดที่ผมใช้พากระโจนไปสู่การเติมจินตนาการเกี่ยวกับนรก” ไคล์ฟ บาร์เกอร์ ผู้แต่งนิยายและผู้กำกับหนัง Hellraiser (1987) บอก

แม้ชื่อมันจะแปลว่า ‘หัวเข็มหมุด’ แต่จริงๆ มันคือตะปูที่ตอกทิ่มลึกถึงโพรงกะโหลก บาร์เกอร์บอกว่า “ในร่างแรกใบหน้ามันจะเต็มไปด้วยรอยเชือดรอยตะขอเกี่ยว ต่อมาก็ถูกพัฒนาไปเป็นอะไรที่ชัดเจนขึ้น เช่น เหมือนมีเหล็กแหลมทิ่มทะลุออกมาจากร่างกาย แต่หลังจากผมถกกับทีมงานก็สรุปกันว่า ถ้าเป็นตะปูตอกลงไปน่าจะดีกว่า และให้มันกรีดเป็นรอยตารางด้วยเพื่อให้ดูเว่อร์เกินกว่าน้ำมือมนุษย์จะทำได้ อีกทั้งตะปูยังดูเด่นชัดกว่าและล้อแสงไฟได้ดีกว่าในตอนถ่ายทำ

Image result for pinhead

“ในหนัง เสื้อผ้าของมันถูกทำให้ดูเหมือนเป็นพวกมือเชือดในโรงฆ่าสัตว์ที่บางทีก็ดูเหมือนชุดพระคาร์ดินัล เพราะผมมองว่าสองอาชีพนี้ทำงานไม่ต่างกัน คือทั้งฆ่าและนำทางจิตวิญญาณ เพียงแต่นักบวชของผมพาดวงวิญญาณไปสู่ขุมนรก”

ไม่ใช่แค่นั้น บาร์เกอร์ยังหยิบจับสิ่งอื่นมาอีกเพียบด้วยไอเดียทะลัก “(…) เช่น แฟชั่นของพวกพั้งค์ หรือผู้คนในคลับ S&M (ซาดิสม์-มาโซคิสม์) ที่ชอบสวมชุดหนังรัดๆ เจาะประดับโลหะแปลกๆ ตามตัว รวมถึงไอเดียจากรูปสลักของพวกเผ่าพื้นเมืองแอฟริกันด้วยที่มักจะมีหนามแหลมหรือตะปูตอกลงไปบนหุ่นไม้แกะสลัก”

 

เฟร็ดดี ครูเกอร์

แม้ เฟร็ดดี ครูเกอร์ จะโผล่ให้เห็นโฉมหน้าเละๆ ของมันใน A Nightmare on Elm Street (1984) แค่ไม่เกิน 7 นาที แต่ เวส คราเวน ก็ทำให้ผีร้ายผู้ไล่ฆ่าหนุ่มสาววัยใสด้วยความฝันอันสยดสยองตนนี้ได้ขึ้นแท่นสุดยอดผีจอมโหดสุดคลาสสิก ฉีกต่างไม่ซ้ำใครไปตลอดกาล

คราเวนเล่าที่มาของไอเดียในการสร้างตัวละครว่า “ความกลัวคือด่านแรกที่คนเราต้องข้ามผ่านเพื่อแลกมาซึ่งประสบการณ์” โดยหนึ่งในความกลัวพื้นฐานที่เขาเคยเรียนสมัยเด็กๆ คือ มนุษย์กลัวกรงเล็บสัตว์อันเป็นเหตุผลที่เขาให้เฟร็ดดีสวมถุงมือมีดคล้ายเล็บสัตว์ร้าย

Image result for freddy krueger 1984

คราเวนแฝงทัศนคติทางการเมืองด้วยการโยนความเกรี้ยวกราดต่อสงครามใส่ลงในหนัง ไอเดียนี้เขาได้มาจากข่าวที่เกิดขึ้นภายหลังจากอเมริกาถล่มกัมพูชาไปแล้ว มีชาวม้งหลายคนที่แม้จะลี้ภัยมาอเมริกาได้ แต่ก็ยังคงฝันร้ายซ้ำๆ จนนอนไม่หลับ ทำให้บางคนใหลตาย อันคือที่มาของพล็อต ‘ฆาตกรรมด้วยความฝัน’

“ผีตนแรกที่คุณต้องใช้เพื่อหลอกหลอนคนดูคือตัวคุณเอง” ด้วยแนวคิดนี้ คราเวนจึงตั้งชื่อผีร้ายจากชื่อของเพื่อนที่ชอบแกล้งเขาในวัยเด็ก ชุดของผีตนนี้เป็นสีแดงเขียวด้วยเหตุผลว่า “ผมเคยอ่านบทความทางวิทยาศาสตร์ที่บอกว่า เขียวกับแดงเป็นสีที่สั่นสะเทือนในตาคนเรามากที่สุด”

และที่ตั้งชื่อถนนเอล์มก็เพราะ “ทุกเมืองมีถนนชื่อเอล์มและชาวอเมริกันทุกคนจำชื่อถนนนี้ได้ดี เพราะมันคือที่ที่ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี ถูกยิงดับ”

 

เจสัน วอร์ฮีส์

Image result for jason voorhees

เจ้าฆาตกรสวมหน้ากากจากหนังแฟรนไชส์ Friday the 13th ที่แต่เดิมไม่ได้ใส่หน้ากากและไม่ใช่ผู้ร้าย แต่เป็นแค่เด็ก 11 ขวบที่ถูกทำร้ายเพราะมีโฉมหน้าอัปลักษณ์ จึงถูกเพื่อนรุมแกล้งจนจมน้ำตาย ทำให้แม่ของเขาสวมวิญญาณโหด ไล่ฆ่าล้างแค้นผู้คนที่เข้ามาพักแรมในแคมป์ริมทะเลสาปคริสตัล ดังนั้นเจสันจึงเป็นเพียงผีเด็กที่โผล่มาแวบๆ ในภาคแรก (1980)

แต่เมื่อมีการสร้างภาคต่อ ฆาตกรรายนี้ก็มีตัวตนและเติบโตขึ้นมาไล่ฆ่าผู้คน เป็นผี เป็นปีศาจ หรือแม้แต่เป็นอมนุษย์จักรกล และมันก็เปลี่ยนหน้ากากใหม่ทุกภาค แต่ผู้คนก็ยังจดจำมันได้ในคาแร็กเตอร์เดิม

หลังจากหนังฮิตจนมีต่อเป็นภาคสอง ผู้กำกับก็เปลี่ยนตัวเจสัน (ซึ่งความจริงใช้สตั้นต์แมนผลัดกันมาสวมบท) ให้สวมกระสอบคลุมหัวเพื่อตบตาคนดู

Image result for jason voorhees jason x

ส่วนหน้ากากฮ็อคกี้อันเป็นไอคอนสำคัญของมันนั้นปรากฏขึ้นด้วยความบังเอิญในภาคสาม (1982) เมื่อเขียนบทให้เจสันสวมหน้ากาก แต่ใกล้วันถ่ายทำ ทีมงานยังนึกไม่ออกว่าควรเป็นหน้ากากแบบไหนดี กระทั่งหนึ่งในทีมเอฟเฟ็กต์ที่เป็นแฟนฮ็อคกี้ลองหยิบหน้ากากผู้รักษาประตูมาใช้เพื่อจัดไฟเตรียมถ่ายทำ ก็ดันไปโดนใจผู้กำกับ สตีฟ ไมเนอร์ แล้วฝ่ายอาร์ตก็จัดการเติมสามเหลี่ยมสีแดงลงไปเพื่อให้มันดูต่างจากหน้ากากทั่วไป

หน้ากากแต่ละภาคแตกต่างกันเล็กน้อย ให้ดูผุพังไปตามกาลเวลา แต่ที่ไม่ซ้ำฉบับไหนเลยคือ ภาคสิบ Jason X (2001) เมื่อเจสันถูกจับแช่แข็งไปโผล่ในโลกอนาคตและหลอมรวมร่างเข้ากับจักรกล กลายเป็นดีไซน์ใหม่พิเศษที่ถูกเรียกว่า Uber-Jason ออกแบบโดย สตีเฟน ดูปุยส์ ผู้เคยคว้าออสการ์สาขาเมคอัพจาก The Fly (1986) มาแล้ว อธิบายว่า “พล็อตของหนังชุดนี้เปิดโอกาสให้ตีความได้หลากหลายว่าเจสันอาจจะเป็นมนุษย์จอมอึด, ผีร้ายคืนชีพ, ซอมบี้ฆ่าไม่ตาย ซึ่งพอมาภาคนี้มันกลายเป็นหนังไซ-ไฟ เราสามารถดีไซน์ใส่ลูกเล่นที่ไม่จำเป็นต้องซ้ำรอยเดิม แต่ก็ต้องทำให้คนดูเห็นความเชื่อมโยงของมันด้วย เราจึงทำให้หน้ากากดูคล้ายกะโหลกโลหะที่ห่อหุ้มเนื้อสมอง ให้ทั้งดูชวนสยองและล้ำสมัย ดูอึดตายยากขึ้นไปอีกตามบทบาทในภาคนี้”

 

 

แก๊งนักล่าหน้ากาก(สัตว์)ใน You’re Next

หนังแอ็กชั่นธริลเลอร์ที่ได้ชื่อวาโหดที่สุดในปี 2011 ของผู้กำกับ อดัม วิงการ์ด ว่าด้วยครอบครัวเดวิดสันที่ต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มคนสวมหน้ากากรูปสัตว์ที่บุกมาฆ่าพวกเขาในกลางดึกพร้อมอาวุธครบมือ

และสิ่งที่คุกคามคนดูยิ่งกว่าปืนผาหน้าไม้ทั้งเรื่อง คือบรรดาหน้ากากรูปสัตว์นี่แหละ!

ทีมงานเคยเล่นเกมสุดดิบอย่าง Hotline Miami ที่ประกอบด้วยฆาตกรจอมโฉดที่สวมหน้ากากรูปสัตว์เที่ยวไล่เอาค้อนฟาดหัวคน, ควงปืนไล่ยิงกระหน่ำทั้งเกม เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบหน้ากากของคนร้ายในเรื่อง

Image result for you're next masks

“หน้ากากหัวสัตว์มันตอบโจทย์มากที่สุดแล้ว เพราะธีมของหนังคือ มนุษย์ที่หลบซ่อนความเป็นตัวเองอยู่เสมอ และผมชอบไอเดียที่ว่าจะใช้หน้ากากรูปสัตว์เพื่อแสดงออกถึงธีมนั้น” ไซมอน บาร์เร็ตต์ คนเขียนบทกล่าว

วิงการ์ดเสริมว่า “เราได้ดีไซเนอร์คนเก่งอย่าง เอ็มมา พ็อตเตอร์ มาช่วยออกแบบรูปลักษณ์รวมถึงเครื่องแต่งกายของฆาตกรเหล่านี้ด้วย เพราะเราอยากให้คนดูแยกฆาตกรเหล่านี้ออกจากกันได้ด้วยเสื้อผ้า และเราไม่อยากให้พวกเขาดูเป็นเครื่องจักรสังหารด้วย เพราะใต้หน้ากาก พวกเขาคือมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้นเอง”

ชวนชม You’re Next
วันเสาร์ที่ 16 กันยายน

ไลฟ์สดๆ ให้ชมพร้อมกันสองช่วงเวลา
13.00 น. และ 22.00 น.

ทาง movie.mthai.com/bioscopetheatre