ทุนต่ำก็ปังได้!! การนำหนัง Found footage มาสู่ญี่ปุ่นของโปรดิวเซอร์ Paranormal Activity 2: Tokyo Night (BIOSCOPE Theatre)

Home / bioscope / ทุนต่ำก็ปังได้!! การนำหนัง Found footage มาสู่ญี่ปุ่นของโปรดิวเซอร์ Paranormal Activity 2: Tokyo Night (BIOSCOPE Theatre)

ย้อนไป 1980 หนังสยองขวัญจากอิตาลีอย่าง Cannibal Holocaust หรือที่คนไทยรู้จักในนาม ‘เปรตเดินดิน’ ของ ผกก. รูก์จิโร ดิโอดาโต โด่งดังไปทั่วโลกด้วยสไตล์หนังแบบปลอมสารคดี (pseudo-documentaries) ที่พาผู้ชมตามกลุ่มสำรวจที่เข้าไปผจญกับกลุ่มมนุษย์กินคนกลางป่าแอมะซอน ความสมจริงสุดขีดที่คนดูบางส่วนถึงกับนึกไปว่ามันคือเรื่องจริงที่หนังพาผู้ชมไปสัมผัสความตายสุดสยองแบบเต็มตา

Cannibal Holocaust

อิทธิพลของการนำการเล่าเรื่องสไตล์หนังสารคดีมาใช้ในหนังสยองขวัญ ถูกส่งต่อเรื่อยมา เปลี่ยนตามยุคสมัย จนมาถึงปลายยุค 90’s ที่ The Blair Witch Project (1999) กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการหนังสยองขวัญ เมื่อนำเอารูปแบบของโฮมวิดีโอแบบบ้านๆ ให้กลายเป็นบันทึกสุดหลอนของกลุ่มนักศึกษาสามคนที่เข้าไปไปทำสารคดีเกี่ยวกับแม่มดก่อนหายสาปสูญไป ก่อนที่วิดีโอที่ทั้งสามคนได้บันทึกเอาไว้จะถูกค้นพบ ซึ่งเป็นพล็อตเรื่องที่ เคเดียล มายริค และ เอดูอาโด ซานเชส สร้างขึ้น และด้วยความฮิตที่หนังกวาดเงินไปกว่า 248.6 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างเพียงหกหมื่นเหรียญ ก็ทำให้ The Blair Witch Project กลายเป็นหนังอินดีที่ทำกำไรสูงสุดตลอดกาลจนถึงทุกวันนี้ และสถาปนาคำว่าหนัง Found footage (ตามพล็อตเรื่องของหนังที่อ้างว่านี่คือม้วนวิดีโอที่ถูกค้นพบ) ให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

The Blair Witch Project

หลังจากนั้น แม้จะมีหนังสยองแนวนี้ออกมามากมาย แต่ก็ไม่มีเรื่องไหนสามารถไปถึงจุดที่ The Blair Witch Project ทำได้อีกเลย จนมาถึงปี 2007 โอเรน เปลี คนทำหนังชาวอเมริกันเชื้อสายอิสราเอล ก็ทำสิ่งทีใกล้เคียงในความสำเร็จของ The Blair Witch Project ได้อีกครั้ง เมื่อหนังสยองขวัญ Found footage อย่าง Paranormal Activity (2007) ที่เล่าเรื่องราวสุดสยองของคู่สามีภรรยาอายุยังน้อย ที่ต้องมาผจญกับเหตุลึกลับในบ้านหลังใหม่นับตั้งแต่พวกเขามีลูก หนังซึ่งใช้ทุนสร้างเพียง 15,000 เหรียญ เรื่องนี้ทำเงินไปถึง 193.4 ล้านเหรียญ และถูกสร้างต่อออกมามากมาย ทั้งเวอร์ชั่นภาคต่อและเวอร์ชั่นสปิน-ออฟ

Paranormal Activity

ความโดดเด่นของ Paranormal Activity คือการรอคอยในความเงียบ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมเฝ้ามองสิ่งผิดปกติที่ค่อยๆ เกิดขึ้นจากมุมมองของภาพที่ถูกบันทึกเอาไว้หลากหลายรูปแบบตั้งแต่โฮมวิดีโอยันกล้องวงจรปิด บวกกับบรรยากาศที่ผู้ชมคุ้นเคย จนสามารถนำประสบการณ์ร่วมส่วนตัวมาจินตนาการถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังว่าอาจเกิดขึ้นจริงกับตนเองได้

ความสำเร็จของ Paranormal Activity ไม่ได้หยุดแค่ในอเมริกาเท่านั้น ในประเทศญี่ปุ่น หนังทำรายได้กว่า 600 ล้านเยน จนทำให้ ยาซุทากะ ฮานาดะ โปรดิวเซอร์จากค่ายหนังอิสระชื่อว่า Presidio จึงปิ๊งไอเดียที่ว่า “ทำไมไม่ลองทำหนังเรื่องนี้ในแบบของญี่ปุ่นดูละ” จนกลายมาเป็นโปรเจ็กต์หนัง Paranormal Activity 2: Tokyo Night (2010) และให้ โทชิคาซุ ยากาเอะ ซึ่งพึ่งประสบความสำเร็จจากซีรีส์ทีวี Uta no Onii-san (2009) มากำกับให้

เรื่องราวใน Tokyo Night ต่อเนื่องมาจากหนังภาคแรก โดย ฮารุกะ (โนริโกะ อาโอยามะ) สาวญี่ปุ่นที่ไปเที่ยวที่เมืองซานดิเอโก แคลิฟอร์เนีย (เมืองที่เกิดเหตุในภาคแรก) ประสบอุบัติเหตุจนขาหักทั้งสองข้าง จนต้องกลับมาพักฟื้นรักษาตัวที่บ้านของเธอในโตเกียว โดยมีน้องชาย โคอิชิ (อาโออิ นากามุระ จาก Beck ฉบับคนแสดง) คอยดูแลในช่วงที่คุณพ่อไปติดต่อธุรกิจที่ต่างประเทศ ก่อนที่เหตุการณ์แปลกๆ จะเริ่มเกิดขึ้นในบ้านหลังนี้ โดยมีโคอิชิที่พยายามหาสาเหตุด้วยการตั้งกล้องวิดีโอบัทึกเหตุการณ์ทุกอย่างในบ้านเอาไว้

Paranormal Activity 2: Tokyo Night

“ตอนแรกที่โปรเจ็กต์นี้ประกาศสร้างขึ้นก็เกิดกระแสคาดหวังพอสมควรจากแฟนหนัง ซึ่งตอนแรกหนังเรื่องนี้วางแผนจะหาคนทำหนังชาวต่างชาติที่เข้าใจความเป็นหนังปลอมสารคดีมาช่วยด้วย” ยากาเอะ ผู้กำกับซึ่งไม่เคยทำหนังแนวนี้มาก่อนพูดถึงการทำงานของเขา “ผมพยายามกลับไปดูหนังซ้ำหลายรอบมาก จนพบว่าในความหยาบๆ ของหนังที่เหมือนไม่ได้มีการเซ็ตใดๆ มันเต็มไปด้วยการคำนวณที่แม่นยำมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมต้องพยายามศึกษาและเอามาใช้ในการทำงานครั้งนี้ …โดยเฉพาะการนำเสนอภาพออกมาให้ดูสมจริงที่สุด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของหนังตระกูลนี้”

ชม BIOSCOPE Theatre 

วันเสาร์ที่ 23 กันยายน

Paranormal Activity 2: Tokyo Night

หนังผีแฟรนไชส์ Found footage จากฮอลลีวูด มาทำใหม่ให้หลอนสไตล์ญี่ปุ่น

ไลฟ์สดๆ ให้ชม 2 ช่วงเวลา
13.00 น. และ 22.00 น.

ที่ https://movie.mthai.com/bioscopetheatre

ชมตัวอย่างหนัง BIOSCOPE Theatre  ประจำเดือนกันยายน