เบื้องหลังงานภาพสุดอลังการของ Blade Runner 2049 โลกล่มสลายในสายตาของ โรเจอร์ เดียกินส์ ผกก.ภาพจาก Skyfall, Sicario

Home / bioscope / เบื้องหลังงานภาพสุดอลังการของ Blade Runner 2049 โลกล่มสลายในสายตาของ โรเจอร์ เดียกินส์ ผกก.ภาพจาก Skyfall, Sicario

Blade Runner 2049 (2017) ของผู้กำกับ เดนิส วีลเนิฟ นั้นไม่ใช่แค่โดดเด่นในฐานะหนังไซ-ไฟสุดอลังอันเป็นภาคต่อของ Blade Runner (1982, ริดลีย์ สก็อตต์) เท่านั้น แต่มันยังเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่ของงานด้านภาพและดีไซน์ ไม่ว่าจะภาพแลนสเคปเผยให้เห็นโลกอนาคตล่มสลายและแห้งแล้ง, คลับผุพัง, ตึกหน้าตาแข็งกระด้าง และพิพิธภัณฑ์หน้าตาทรุดโทรม

ความยากเย็นของการสร้างสิ่งละพันอันละน้อยเหล่านี้คือ ต้องสร้างทุกอย่างบนเงื่อนไขที่ว่า 1.) มันต้องดูเป็นโลกอนาคต 2.) แต่ต้องเป็นอนาคตที่ล่มสลาย 3.) ต้องมีสิ่งที่ดูล้ำยุค 4.) แต่ต้องไม่ล้ำจนคนดู (ซึ่งอยู่ในยุคปัจจุบัน) ต่อไม่ติด และ 5.) ต้องเชื่อมโยงกับหนังภาคแรกด้วย!

Image result for blade runner 2049 cinematography

งานหนักจึงตกอยู่ที่โปรดักชั่นดีไซเนอร์อย่างผู้กำกับภาพคู่บุญของวีลเนิฟอย่าง โรเจอร์ เดียกินส์ (No Country for Old Men, Skyfall, Prisoners, Sicario) ที่วีลเนิฟเรียกตัวให้เข้ามาช่วยออกแบบโลกในหนังและดูสตอรี่บอร์ดด้วยกันตั้งแต่เริ่มถ่ายทำ

“ปกติผมมักสร้างสตอรี่บอร์ดเองคนเดียว แต่กับเรื่องนี้ ผมต้องการให้มีคนมาช่วยดูอยู่ข้างๆ อย่างการคิดบทพูดหรือออกแบบโลกในอนาคตของหนัง เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันหลายสัปดาห์ทีเดียว และไม่ใช่แค่หน้าตาของตึกรามบ้านช่องหรือภาพวิวทิวทัศน์เท่านั้น พวกเราออกแบบกฎหมายของโลกข้างหน้า คิดตรรกะและระบบของสังคมนั้นด้วย” วีลเนิฟว่า

Image result for blade runner 2049 building

Image result for blade runner 2049 Brutalism

ในหนัง เราจึงพบตึกรามบ้านช่องหน้าตาแข็งๆ และจืดชืดจนแทบดูไม่สมกับเป็นโลกอนาคตอันศิวิไลซ์ ด้วยฝีมือของ เดนนิส กาสเนอร์ โปรดักชั่นดีไซน์ที่ออกแบบให้มันดูสมกับเป็นอาคารในโลกที่ล่มสลายและสิ้นหวัง ผ่านสถาปัตยกรรมแบบตึกคอนกรีตเปลือย (Brutalism) ที่เต็มไปด้วยเหลี่ยมคม โชว์พื้นผิวของวัสดุที่ใช้ประกอบสร้างเป็นตัวตึก

งานสร้างสุดอลังของกาสเสอร์ขานรับกับงานภาพของเดียกินส์เป็นอย่างดี เดียกินส์ออกตัวว่าเขาไม่เคยดูหนังภาคแรกและงานของ จอร์แดน โครเน็นเว็ธ (ผกก.ภาพ Blade Runner) “ผมทำแสงในหนังแบบที่จอร์แดนทำไม่ได้ เวลาต่างกัน ความรู้สึกของแสงในหนังก็ต่างกัน ผมว่ามันคงไม่เป็นที่พอใจเท่าไหร่ถ้าต้องลอกงานของใครสักคนหนึ่งน่ะ

“เราต้องถ่ายทำตามสตอรี่บอร์ดที่เราวางไว้อย่างละเอียด เพราะมันคือโลกที่เราออกแบบมาแล้วอย่างดี”

Image result for blade runner 2049 cinematography

“แต่มีครั้งหนึ่ง จู่ๆ เดนิสก็บอกผมว่า ‘ฉันอยากให้มันดูหนาว, เปียกชื้น อ้อ-หิมะด้วย ฉันอยากให้ทุกอย่างมันเลวร้ายลงไปกว่านี้อีก'” เดียกินส์เล่าติดตลก และว่า ความต้องการเหล่านี้ของวีลเนิฟทำให้เขาต้องตะลุยหาเรฟเฟอร์เรนจากชีวิตจริงด้วยการดูรูปจากประเทศเม็กซิโก, ลาสเวกัส, ไอซ์แลนด์, ทะเลทรายโมฮาวี และสเปน เพื่อดึงเอาความสมจริงและความหลากหลายออกมาใส่ในหนังให้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้ วีลเนิฟยังต้องการให้หนังมี ‘แสงเหลือง’ แบบที่เขาชอบลงไปด้วย ซึ่งเดียกินส์เองออกตัวว่าเขาไม่เคยถามถึงเหตุผลนั้น แต่ก็เหมารวมเอาว่าคงเพราะสีเหลืองเป็นสีที่แทนค่าของธรรมชาติและความรัก (สำหรับวีลเนิฟ) นั่นทำให้หนังเต็มไปด้วยสีเหลืองหลายเฉด ไม่ว่าจะดอกไม้ที่ตัวละครเด็ดมา หรือในออฟฟิศสุดอลังการของวอลเลซ (จาเร็ด เลโต)

Image result for blade runner 2049 cinematography

Related image

และเจ้าออฟฟิศใต้ดินของวอลเลซที่ล้อมรอบด้วยน้ำทั้งห้อง จนแสงเงาที่ตกกระทบบนผนังนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยคลื่นเงาจากน้ำ ก็กลายเป็นหนึ่งในฉากแสนบรรเจิดที่น่าจดจำของหนังไปโดยปริยาย ซึ่งเดียกินส์ระบุว่าเป็นฉากที่ออกแบบยากที่สุดสำหรับเขา

“เราพยายามหาคาแร็กเตอร์ของวอลเลซให้ได้ ผมกับเดนิสเลยนั่งคุยกันอยู่ตั้งนานว่าในออฟฟิศของเขาควรหน้าตาเป็นยังไงนะ” เดียกินส์ว่า “ผมคิดว่าหมอนี่เป็นคนตาบอด อาศัยอยู่ในตึกนี้ที่มีแสงแดดเทียมๆ ส่องอยู่เรื่อยๆ ผมเลยอยากให้แสงนั้นมันขยับได้เพื่อบอกเล่าคาแร็กเตอร์อันไม่น่าวางใจของตัวละคร มันเลยเต็มไปด้วยความซับซ้อนแถมยังทำให้ผมปวดหัวอีก (หัวเราะ) อันที่จริงผมไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบนี้หรอก แต่คิดว่าทำแล้วน่าจะดีกว่า”

Related image

Image result for blade runner 2049 elvis

อีกฉากขึ้นชื่อของหนังคือฉากที่มีโฮโลแกรมของ เอลวิส เพรสลีย์ นักดนตรีชื่อดังที่ยืนร้องเพลงระหว่างฉากการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่เค (ไรอัน กอสลิง) และ เด็กคาร์ด (แฮร์ริสัน ฟอร์ด) ซึ่งเดียกินส์เผยว่า มันเป็นฉากที่สุ่มเสี่ยงอยู่ไม่น้อยเพราะพวกเขามีเวลาถ่ายทำไม่มากนัก “เราเริ่มจากการถ่ายทำนักแสดงที่หน้าตาเหมือนเอลวิสก่อน แล้วค่อยไปถ่ายฉากนั้นโล่งๆ แล้วค่อยปะเอาเอลวิสปลอมที่ถูกทำให้ดูโปร่งใสเหมือนภาพโฮโลแกรมซ้อนเข้าไป สิ่งสุดท้ายที่เราถ่ายทำสำหรับฉากนั้นคือการแสดงของไรอันและแฮร์ริสัน พร้อมดีไซน์ทางแสงกับไลต์ติ้งต่างๆ ในหนังเข้าไปด้วย”

และขณะที่หนังยังเข้าโรงฉายอยู่นี้ นักวิจารณ์หลายสำนักก็คะเนว่า Blade Runner 2049 คงส่งให้ผู้กำกับภาพอย่างเดียกินส์คว้ารางวัลออสการ์ได้เสียที หลังจากวืดมาแล้วทั้งหมด 13 ครั้งถ้วน


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ BIOSCOPE Magazine
หรือสั่งซื้อนิตยสารไบโอสโคปฉบับล่าสุดและย้อนหลังได้ที่ store.mbookstore.com