มาเฟีย, อาเสี่ยและ(ไอ้)บ้ากามแห่งฮอลลีวูด: รวมวีรกรรม ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ชายสุดขีดคลั่งที่คนทำหนังทั้งรักทั้งชัง!

Home / bioscope / มาเฟีย, อาเสี่ยและ(ไอ้)บ้ากามแห่งฮอลลีวูด: รวมวีรกรรม ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ชายสุดขีดคลั่งที่คนทำหนังทั้งรักทั้งชัง!

เขาคือชายเจ้าของอาณาจักรมิราแม็กซ์ ที่ต่อมาแยกตัวออกไปเป็นบริษัทไวน์สตีน ผู้จัดจำหน่ายหนังขาใหญ่ในฮอลลีวูด

เขาเป็นมาเฟียหนังอินดี้ผู้ก้าวร้าวแห่งยุคสมัย

ทั้งยังเป็นเสี่ยบ้าพลังที่เห็นคุณค่าหนังทั้งฟอร์มใหญ่ฟอร์มเล็กและพร้อมจะละลายเม็ดเงินมหาศาลเพื่อหนังสักเรื่องเสมอ

แถมล่าสุด พี่แกคือไอ้บ้ากามแห่งวงการฮอลลีวูดที่ถูกคนในวงการซัดเข้าให้เต็มข้อจากข้อหาลวนลามหญิงสาวด้วยการขอให้เธอ ‘อาบน้ำ’ ให้เขาในโรงแรม ทั้งที่เรียกเธอไปหาเพื่อคุยเรื่องงาน (!!)

หมอนี่คือ ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน เจ้าของวีรกรรมที่ทั้งน่าชื่นชมและน่าระอาใจแห่งวงการหนังโลก!

Image result for harvey weinstein

หลังจากโดนสาวน้อยคนหนึ่งฟ้องว่าไวน์สตีนคุกคามทางเพศเธอด้วยการลวงเธอให้ไปหาเขาที่โรงแรมโดยอ้างเรื่องงาน ทั้งยังขอให้เธออาบน้ำให้ ฮาร์วีย์ ไวน์สตีนก็มีอันต้องเจอมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ เมื่อคนในฮอลลีวูดพร้อมใจกันยี้พฤติกรรมนี้ของเขา หนำซ้ำบริษัทไวน์สตีน ซึ่งเขาก่อตั้งขึ้นมากับน้องชายอย่าง โรเบิร์ต ‘บ็อบ’ ไวน์สตีน ก็จัดการเด้งเขาออกจากตำแหน่งผู้บริหารจากคดีนี้ (ใช่ เขาโดนเด้งจากบริษัทของเขาเองนั่นแหละ)

ก่อนหน้านี้ ไวน์สตีนมีบทบาทอย่างมากในการจัดจำหน่ายหาซื้อหนังมาฉาย และจากความวายป่วงสุดขีดของพฤติกรรมเขา ทำให้คนทำหนังหลายคนเหม็นขี้หน้าจนถึงขั้นเกลียด ขณะที่อีกมากก็รักและเคารพเขาอย่างสุดหัวใจ

และนี่คือหนึ่งในวีรกรรมสุดห่ามของไวน์สตีน ที่ทำเอาไม่ว่าจะผู้กำกับหรือนักแสดง ต่างเคยน้ำตานองและเลือดขึ้นหน้ากันมาแล้ว!

Image result for harvey weinstein fight

  • The Thin Blue Line (1988) ผู้กำกับ เออร์รอล มอร์ริส โดนไวน์สตีนส่งจดหมายมาด่า (!) ว่า “ผมได้ยินคุณสัมภาษณ์แล้ว น่าเบื่อโคตร พูดจาแบบนี้ไม่มีทางล่อคนเข้าโรงได้หรอก” และ “ถ้ายังทำตัวน่าเบื่อแบบนี้อีก ผมจะจ้างดาราในนิวยอร์คมาปลอมตัวเป็นเออร์รอล มอร์ริส แล้วให้สัมภาษณ์แทนซะเลย!”
  • Frida (2002) จูลี เทย์เมอร์ ผู้กำกับของเรื่องบอกไวน์สตีนหลังรอบทดลองฉายว่า “คนดูชอบหนังกันมาก หนังประสบความสำเร็จนะ” แต่ไวน์สตีนกลับวีนใส่เธอว่า “จองหอง! ถ้ามั่นใจกับหนังห่านี่นักก็ไปทำการตลาดเองเหอะโว้ย!” (อ้าว)Image result for the brothers grimm terry gilliam
  • The Brothers Grimm (2005) ของผู้กำกับ เทอร์รี กิลเลียม ก็ประสบชะตากรรมเลวร้ายไม่แพ้กัน เมื่อไวน์สตีนสั่งเปลี่ยนตัวนักแสดงนำหญิงตามใจชอบ จากเดิมที่กิลเลียมแคสติ้ง ซาแมนธา มอร์ตัน แต่ไวน์สตีนกลับวีนใส่เขาว่า “ต้นแขนแม่นั้นใหญ่ออกจะตายไป!” และ “ให้ตายเหอะว่ะกิลเลียน คิดว่าแม็ตต์ (เดมอน) หรือฮีธ (เล็ดเจอร์) จะอึ๊บเธอลงหรือไงวะ!” (ตายแล้วววว) และสับเปลี่ยนเอา ลีนา เฮดี มารับบทนำหญิงแทน และถ้านี่ยังไม่เลวร้ายพอ ไวน์สตีนยังยืนกรานไม่ให้ นิโคลา เปโครินี ผกก.ภาพคนสนิทของกิลเลียม กำกับภาพในหนังเรื่องนี้ ด้วยเหตุผลว่า “เขาอุ้ยอ้ายเกินไป” และจ้าง นิวตัน โธมัส ซีเกล มาเป็นผู้กำกับภาพในหนังแทน (จนกิลเลียมออกมาหวีดว่า “เป็นคนขายหนังก็ขายหนังไปสิโว้ย อย่ามาสะเออะจะมาทำตัวเป็นคนทำหนัง”)
  • Cinema Paradiso (1988, จูเซปเป ตอร์นาโตเร) หนังที่ต่อมากลายเป็นหนังที่คนทั้งโลกรัก คือผลงานตัดต่อของไวน์สตีนที่เชื่อมั่นในฝีมือตัวเองเหลือเกินว่า สิ่งที่เขาตัดต่อออกมานั้นจะ ‘โดนใจ’ ผู้คนแน่นอน ซึ่งกรณีนี้นับว่าได้ผล แต่กับเรื่อง Arthur and the Invisibles (2006) ของ ลุค เบซง นั้นเขาโดนด่าจมธรณี พร้อมเบซงที่กราดเกรี้ยวว่า “ผมทำงานมา 30 ปี ไม่เคยเจอประสบการณ์การร่วมงานกับใครที่เลวร้ายเท่านี้”

Related image

แต่ใช่ว่าเรื่องดีๆ จะไม่มี เพราะเขานี่แหละที่ไฟว์กับระบบเซ็นเซอร์ของฮอลลีวูดจน Clerks (1994) ของ เควิน สมิธ ซึ่งเต็มไปด้วยฉากเปลือยและฉากล่อแหลมผ่าน NC-17 จนได้ แถมเขายังรับประกันด้วยชื่อของไวน์สตีนว่า ฉายเถอะน่า! ไม่เป็นอะไรหรอก (เว้ย) อีกด้วย

แถมก็เขาอีกนั่นแหละ ที่ซื้อเอาหนังเงียบแห่งปีอย่าง The Artist (2011) มาฉาย ปั้นข่าวให้มันโด่งดังจนได้เข้าชิงออสการ์ พร้อมจำนวนโรงฉายที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนหนังที่ตอนแรกมีแต่คนคิดว่ามันจะขาดทุน กลับทำกำไรให้เขาและบริษัทอย่างมหาศาลไปในที่สุด

Image result for The Artist

และภายหลังจากการถูกแฉเรื่องพฤติกรรมทางเพศในครั้งนี้ เราก็ได้เห็นการตอบโต้จากเหล่าคนในแวดวงหนังต่อไวน์สตีน (แน่นอนว่าคนที่ออกมาปกป้องเขานั้นคงออกตัวให้ไม่ง่ายนักในสถานการณ์เช่นนี้ เพราะเสี่ยงต่อการโดนกระทืบจมดินไปด้วย) ที่ต่างเคยโดนหรือประสบเรื่องราวการโดนดูถูกทางเพศหรือรูปลักษณ์จากไวน์สตีน

ทั้งจาก โรมาโล กาไร ที่เคยแสดงใน Atonement (2007) ซึ่งไวน์สตีนเป็นโปรดิวเซอร์ให้ เธอออกมาบอกว่า “ฉันก็เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ในอุตสาหกรรมหนังแหละค่ะ ฉันเองก็ต้อง ‘ออดิชั่น’ กับฮาร์วีย์ ไวน์สตีน และทั้งที่ก็ออดิชั่นไปแล้ว แต่ก็ยังต้องได้รับการอนุมัติจากเขาเป็นการส่วนตัวอีก” กาไรว่า “และเขาก็ออกมาคุยกับฉันทั้งที่ใส่เสื้อคลุมอาบน้ำแค่ตัวเดียว-ตอนนั้นฉันอายุแค่ 18 เอง

“เรื่องของเรื่องคือ เขาสามารถพาสาวๆ ไปหาเขาในสภาพแบบนั้นได้เสมอ และฉันไม่มีทางเลือก นั่นถือเป็นเรื่องน่าอัปยศสำหรับฉันจริงๆ และเขาก็มีอำนาจเยอะมากด้วย”

นักแสดงรางวัลออสการ์อย่าง เอ็มมา ทอมป์สัน เองออกมาให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้เช่นกัน แม้ว่าคนที่เจอกับประสบการณ์เลวร้ายนี้จะไม่ใช่เธอ แต่เป็นนักแสดงร่วมจาก Brideshead Revisited (2008) อย่าง เฮย์เลย์ แอ็ตเวลล์-ที่ถูกไวน์สตีนเรียกอย่างเจ็บแสบว่า “ยัยหมูอ้วน”

Image result for Brideshead Revisited hayley

“ระหว่างมื้อกลางวัน ไวน์สตีนนั่งอยู่กับทีมงานและบอกกับแอ็ตเวลล์ว่า ‘บนจอหนังนี่ เธอดูเหมือนหมูตัวอ้วนๆ แล้วนะ’ ไวน์สตีนว่า ระหว่างเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือพิมพ์ที่กำลังอ่าน ‘อย่ากินเยอะนักสิ'”

แอ็ตเวลล์เล่าเรื่องนี้ให้ทอมป์สันฟัง พร้อมทั้งบอกว่า ไวน์สตีนสั่งให้เธอคุมอาหาร ไดเอ็ตอย่างจริงจัง ซึ่งแน่นอนว่าทอมป์สันไม่เห็นด้วย เธอยืนกรานว่าไวน์สตีนไม่มีสิทธิบังคับแอ็ตเวลล์หรือใครในหนังให้ไปลดน้ำหนักทั้งนั้น และลงเอยด้วยการที่ทะเลาะกับไวน์สตีนใหญ่โตด้วยการเรียกเขาว่า ‘คนเหยียดเพศ’ ซึ่งไวน์สตีนเสียอกเสียใจมากทีเดียว

เคต วินสเล็ต เองก็ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้ เธอบอกว่า “นี่คือการที่ผู้หญิงในอุตสาหกรรมนี้เริ่มออกมาพูดถึงพฤติกรรมน่าขยะแขยงของหนึ่งในโปรดิวเซอร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของวงการ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความกล้าหาญมากจริงๆ ที่จะออกมาพูดเรื่องที่ทำใจฟังได้ยากอย่างนั้น

“สิ่งที่ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ทำกับหญิงสาวที่เปี่ยมพรสวรรค์เหล่านี้ ไม่ใช่ทิศทางที่ผู้หญิงควรจะได้รับเลยไม่ว่าจะอยู่ในวงการไหน ดังนั้น ฉันจึงขอยกย่องให้การกระทำอันแสนกล้าหาญในการออกมาพูดเรื่องราวเหล่านี้ของพวกเธอเหลือเกิน”

แม้แต่เควิน สมิธผู้กำกับจาก Clerks ไวน์สตีนออกตัวให้หนังได้เรต NC-17 ก็ออกมาแสดงความผิดหวังในตัวไวน์สตีนว่า “เขาให้ทุนทำหนังเรื่องแรกของผมเมื่อ 14 ปีก่อน และตอนนี้ผมรู้แล้วว่าทำไม ช่างเป็นเรื่องน่าเจ็บปวดจริงๆ ผมรู้สึกละอายแก่ใจมาก”


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ BIOSCOPE Magazine
หรือสั่งซื้อนิตยสารไบโอสโคปฉบับล่าสุดและย้อนหลังได้ที่ store.mbookstore.com