สตีเวน ซีกัล ราชาหนังแอ็กชั่น ผู้แสดงหนังได้แข็งปั้กที่สุดในฮอลลีวูด (จริงหรือ?)

Home / bioscope / สตีเวน ซีกัล ราชาหนังแอ็กชั่น ผู้แสดงหนังได้แข็งปั้กที่สุดในฮอลลีวูด (จริงหรือ?)

สตีเวน ซีกัล น่าจะเป็นชื่อที่ติดอยู่ในทุกโผที่ว่าด้วย “นักแสดงสุดห่วย” แห่งวงการฮอลลีวูด

ไม่ใช่แค่เพราะบทบาทส่วนมากของลูกพี่ซีกัลจะว่าด้วยชายนักบู๊ที่โชว์ทักษะไอคิโดสลับกับยิงปืนในหนังแอ็กชั่นแทบทุกเรื่องเท่านั้น แต่ยังยืนยันด้วยการเข้าชิงรางวัลนักแสดงยอดแย่จากราซซี่อวอร์ดเก้าครั้งเน้นๆ (เอาน่ะ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน เข้าชิงรางวัลนี้ตั้ง 22 ครั้งเชียวนะ!)

seagal - emotion chart

อันที่จริง หากพูดแบบให้ความยุติธรรมกับซีกัลสักหน่อย จะพบว่าเขาเองไม่ได้มาสายนักแสดงสายฝีมือแต่แรก เขาโด่งดังจาก Above the Law (1988) หนังแอ็กชั่นสุดเถื่อนที่ให้เขาออกมายืนทำหน้านิ่งๆ แล้วลั่นไกปืนแบบไม่ยั้งเท่านั้น จนสุดท้าย หนังที่เขาแสดงส่วนมากก็เป็นบทที่เน้นการต่อสู้และเปิดโอกาสให้เขาได้โชว์ทักษะเคนโด้, คาราเต้และไอคิโด 7 ดั้งที่เขามีติดตัว (เขาเคยบินไปฝึกไอคิโดอย่างจริงจังเป็นการส่วนตัวที่ประเทศญี่ปุ่น และเป็นชาวต่างชาติคนแรกที่มีโรงฝึกไอคิโดของตัวเองอยู่ที่นั่น ตัวเขาเองพูดญี่ปุ่นได้คล่องแคล่วมากด้วย)

ความเก๋าของเขานั้นถูกเล่าอยู่บ่อยครั้งโดยตัวเขาเองว่า สมัยเขาอยู่ญี่ปุ่นนั้น เขาห้าวหาญต่อสู้กับแก๊งยากูซ่ายักษ์ใหญ่มาแล้ว “ผมกระโดดถีบหน้าพวกมันซะไม่เหลือดี นี่ใคร! นี่กูไงเว้ย! กูผู้ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น” (ภายหลัง ภรรยาคนแรกของเขาออกมาบอกว่า “นั่นมันโม้ทั้งเพ มากสุดเขาก็แค่ไล่พวกขี้เมาคนสองคนให้ไปพ้นๆ โรงฝึก แต่ไม่เคยไปตีกับยากูซ่าอะไรร้อก”)

Related image

แต่หนังที่ส่งให้เขากลายเป็นดารานักบู๊ทำเงินคือ Under Siege (1992, แอนดรูว เดวิส) ที่จากทุนเพียง 12 ล้านเหรียญฯ หนังกลับทำรายได้ระดับถล่มทลายที่ 156.6 ล้านเหรียญฯ สร้างภาพจำให้ซีกัลกับภาพลักษณ์หนุ่มนักบู๊ร่างใหญ่สุดเคร่งขรึมที่พร้อมพิทักษ์ปกป้องทุกคน

และนั่นเอง ที่ดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะในอาชีพการงานด้านการแสดงของซีกัล เมื่อหนังเรื่องต่อๆ มาของเขาอย่าง On Deadly Ground (1994), Under Siege 2: Dark Territory (1995) มาจนถึง Half Past Dead (2002) บทบาทของเขาก็ยังวนเวียนอยู่กับชายร่างใหญ่ผู้เคร่งขรึมที่ต่อสู้เก่งเท่านั้น กระทั่งเรื่องหลังๆ เมื่อซีกัลเองอายุมากขึ้น บทบาทที่เขาได้รับก็เลยต้องพัฒนาตามไปด้วย เป็น… เอ่อ… หนุ่มใหญ่ขี้เหล้าที่บู๊เก่ง (และมักโดนเมียทิ้ง) เสมอ (จนพักหลังๆ ถึงขั้นมีคนบัญญัติศัพท์เฉพาะว่า นี่คือบทแบบ ‘Seagalism’)

แต่แน่นอน ว่าซีกัลเองเคยพยายามมองหาบทที่หลากหลายกว่านี้ ไม่ว่าจะบทคุณพ่อ, บทนักดนตรี (เขาเป็นนักดนตรีบลูส์ด้วยนะ) หรือบทอื่นๆ ที่เอื้อให้เขาได้โชว์ทักษะด้านการแสดง “ผมจะบอกให้ เคล็ดลับในการแสดงคือ คุณอย่าไปแสดง คุณต้องเป็นตัวละครนั้นเลย” เขาว่า

แต่ดูเหมือนบทบาทที่หลากหลายแบบนั้นจะไม่เคยตกมาถึงมือเขา นั่นคงเพราะส่วนหนึ่ง ซีกัลประสบชะตากรรมเดียวกับนักแสดงบู๊อีกจำนวนมาก ที่การต่อสู้กลายเป็นภาพลักษณ์ของพวกเขาไปแล้วจนโปรดิวเซอร์ไม่ยอมส่งบทอื่นๆ ให้

Related image

“หนังแอ็กชั่นมันเจ๋ง แต่หนังแอ็กชั่นที่มีตัวละครที่คนรักและเนื้อเรื่องที่คนสนใจน่ะเจ๋งยิ่งกว่าอีก เราอยากดูหนังแอ็กชั่นที่มีฮีโร่ดีๆ เป็นคนละเอียดอ่อนและเข้าถึงได้ทั้งนั้นแหละ” เขาว่า “ใครที่ดูหนังผมแล้วคิดว่าผมแสนจะเป็นยอดมนุษย์นี่บอกเลยว่าผมเป็นแค่หนุ่มบ้านนอกธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้นล่ะ”

อย่างไรก็ดี นี่คือส่วนหนึ่งของวีรกรรมสุดป่วงของเขาระหว่างการถ่ายทำหนัง

  • หักข้อมือของ ฌอน คอนเนอรี เข้าจริงๆ ระหว่างพยายามสอนศิลปะป้องกันตัวให้คอนเนอรีขณะถ่ายทำเรื่อง Never Say Never Again (1983) ด้วยกัน
  • ส่วนตัวซีกัลเองเคยโดน เฮนรี ซิลวา ต่อยจมูกแตกเข้าให้ระหว่างถ่ายทำ Above the Law จนต้องไปโรงพยาบาลด่วนเพราะเลือดท่วมไปหมด
  • เป็นเพื่อนซี้ของเฉินหลง และแม้ฝ่ายหลังจะเคยชวนเขามาเล่นใน Rush Hour 3 (2007) แต่ซีกัลก็ปฏิเสธไปในที่สุด (ไม่อย่างนั้นเราอาจได้เห็นบทบาทหนุ่มใหญ่ผู้เคร่งขรึมในหนังโปกฮาแบบนี้ก็ได้นะ!)
  • Under Siege (1992) เป็นหนังเรื่องเดียวของเขาที่ได้มะเขือสดมากกว่ามะเขือเน่าในเว็บไซต์ Rotten Tomatoes และเป็นหนังไม่กี่เรื่องที่เขาไม่ได้ไว้หางม้าในหนัง เพราะบททหารเรือที่เขาได้รับนั้นไว้ผมยาวไม่ได้