“หรือจะเป็นความหวังใหม่ของหนังไทย” ย้อนดู ‘ฉลาดเกมส์โกง’ กับความสำเร็จในตลาดประเทศจีน

Home / bioscope / “หรือจะเป็นความหวังใหม่ของหนังไทย” ย้อนดู ‘ฉลาดเกมส์โกง’ กับความสำเร็จในตลาดประเทศจีน

ความสำเร็จล่าสุดของ ‘ฉลาดเกมส์โกง’ (Bad Genius) หนังดราม่าสุดระทึกผลงานของ ผกก. นัฐวุฒิ พูนพิริยะ คือการได้เข้าฉายแบบทั่วไป ณ ประเทศจีน หนึ่งในตลาดภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน ทว่าปีๆ หนึ่งจะมีหนังต่างประเทศเพียงน้อยนิดเท่านั้น อะไรคือปัจจัยที่ทำให้หนังไทยเรื่องนี้ได้เข้าไปลงสนามขนาดใหญ่ยักษ์และทำเงินเกิน 100 ล้านหยวน ไปแล้วในตอนนี้

นัฐวุฒิ พูนพิริยะ

โควต้าภาพยนตร์ต่างประเทศในจีน

ย้อนไปปี 1994 ที่รัฐบาลจีนเริ่มอนุมัติให้มีโควต้าหนังจากต่างประเทศเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ปีละ 10 เรื่องเท่านั้น ก่อนที่ปี 2002 ที่จีนเข้าเป็นสมาชิกของ องค์การการค้าโลก (WTO) จึงเริ่มเพิ่มโควต้าขึ้นมาเป็น 20 เรื่องต่อปี และเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงปี 2012 ที่โควต้ามาถึง 34 เรื่องต่อปี และปีที่แล้วที่ขยายมาถึง 38 เรื่อง หากในจำนวนนี้ 14 เรื่อง ต้องเข้าฉายในระบบ 3D และระบบจอขนาดใหญ่อย่าง IMAX และ DMAX (ระบบที่จีนพัฒนาขึ้นมาแข่งกับ IMAX เอง) ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าในโควต้าเหล่านี้ หนังจากฮอลลีวูดเข้ามายึดพื้นที่เกือบทั้งหมด

ทว่าการที่หนังต่างประเทศจะเข้าฉายในจีนไม่ได้มีรูปแบบเดียว ยังมีอีกวิธีหนึ่งนั่นคือ การซื้อเข้ามาจัดจำหน่าย บริษัทนำเข้าภาพยนตร์ในจีนสามารถซื้อหนังจากต่างประเทศในราคาขั้นต่ำหรือ Minimum Guarantees (หมายถึงราคาขั้นต่ำสุดที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ โดยอาจจะมีข้อตกลงต่างๆ เพื่อจ่ายเพิ่มในภายหลัง) ซึ่งหนังที่ถูกซื้อเข้ามาฉายด้วยมูลค่าสูงสุด ณ ตอนนี้คือ Resident Evil: The Final Chapter ด้วยราคา 7 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเรื่อง ‘ฉลาดเกมส์โกง’ ก็ได้เข้าฉายในประเทศจีนในระบบนี้ โดย China Film Group Corporation ผู้สร้างและผู้นำเข้าภาพยนตร์รายใหญ่ของจีน โดยมีการประเมินกันว่า ‘ฉลาดเกมส์โกง’ ถูกซื้อมาในราคา 3.3 ล้านหยวน หรือราว 5 แสนเหรียญสหรัฐ

 

ความสำเร็จในไต้หวันและฮ่องกง

สิ่งหนึ่งที่ GDH (รวมไปถึงในยุคสมัยของ GTH) ทำได้อย่างยอดเยี่ยมคือการพาหนังของตนเองไปบุกตลาดในย่านเอเชียมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ‘ฉลาดเกมส์โกง’ ก็กลายเป็นหมุดหมายความสำเร็จครั้งล่าสุดของค่าย เมื่อตัวหนังเข้าฉายในฮ่องกงและทำรายได้ถึง 15.25 ล้านเหรียญฮ่องกง และที่ไต้หวันก็ทำเงินไปกว่า 90 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน กลายเป็นหนังไทยที่เข้าฉายและทำเงินสูงสุดของบ็อกซ์ออฟฟิศทั้งสองประเทศ ซึ่งด้วยความสำเร็จในประเทศซึ่งพูดภาษาจีนนี่นั่นเอง เป็นส่วนหนังที่ทำให้หนังถูกซื้อไปฉายในจีนในที่สุด

 

2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการหนังจีน

‘ฉลาดเกมส์โกง’ ถูกซื้อไปโดย China Film Group Corporation ซึ่งเป็นผู้นำเข้าภาพยนตร์ต่างประเทศค่ายหลักของจีน โดยหนังถูกจัดจำหน่ายในจีนโดย Huaxia Film Distribution บริษัทจัดจำหน่ายหนังอันดับสองของจีน ซึ่งแผ่นการจัดจำหน่ายหนังของ Huaxia ถือว่ามีส่วนสำคัญมากที่ทำให้ ‘ฉลาดเกมส์โกง’ สามารถเข้าฉายด้วยจำนวนโรงมหาศาลในสัปดาห์แรกที่ถึง 26.2% ของจำนวนโรงทั้งหมดในจีน

อย่างแรกคือ การวางกำหนดการฉาย 2 สัปดาห์หลังช่วงหยุดยาววันชาติของจีน (1-7 ต.ค.) ซึ่งมีหนังใหญ่อย่าง The Foreigner ของ เฉินหลง, Chasing The Dragon หนังใหม่ของ หลิวเต๋อหัว ไปจนถึงเซอร์ไพรซ์ฮิตอย่าง Never Say Die หนังรอม-คอมสลับร่างที่ยังครองอันดับหนึ่งมาถึง 3 สัปดาห์ติดต่อกัน จนกลายเป็นหนังรอม-คอมทำเงินสูงสุดในจีนไปแล้ว

จนมาถึงสัปดาห์ที่ ‘ฉลาดเกมส์โกง’ เข้าฉายนั้น คือ 15 ต.ค. หนังได้มีการเปิดฉายรอบสื่อในวันที่ 10 ต.ค. จำนวน 40 โรงทั่วจีน และเสียงวิจารณ์ในแง่บวกที่ออกมา ก็ทำให้หนังมียอดจองล่วงหน้าสูงเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาหนังเข้าใหม่สัปดาห์เดียวกัน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ในจีนอยากเห็นอีกครั้ง หลังความสำเร็จของ Dangal หนังฮิตของ อาเมียร์ ข่าน ที่พึ่งกลายเป็นหนังอินเดียที่ทำเงินสูงสุดในจีนไปเมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมา

Dangal

อนาคตของหนังไทย(และชาติอื่น)ในจีน ?

Dangal และ ‘ฉลาดเกมส์โกง’ ถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญในบ็อกซ์ออฟฟิศของจีนสำหรับหนังที่ไม่ได้มาจากฮอลลีวูด ทำให้เห็นว่าผู้ชมชาวจีนยังเปิดกว้างจากหนังชาติอื่นๆ ที่พร้อมถึงในแง่ความบันเทิงและคุณภาพ (ทั้งสองเรื่องแสดงให้เห็นว่ากระแสในโลกออนไลน์และคำวิจารณ์ที่ยอดเยี่ยม มีผลต่อรายได้อย่างมาก) และเป็นไปได้สูงที่หลังจากนี้ผู้นำเข้าหนังจากจีน ที่เห็นช่องทางในการทำกำไรอย่างงดงาม จะเสาะหาหนังจากชาติอื่นๆ ที่มีศักยภาพมาเป็นทางเลือกเข้าสู่ตลาดในประเทศมากขึ้น

แน่นอนว่า ‘ฉลาดเกมส์โกง’ ปลุกให้วงการหนังไทยคึกคักในโอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งเราก็คาดหวังว่า แรงกระเพื่อมจากความสำเร็จนี้จะส่งกลับมาสู่วงการหนังเมนสตรีมของไทยให้เดินทางไปสู่ทิศทางใหม่ๆ และเป็นสากลให้มากขึ้นในอนาคตเช่นกัน

ที่มา
news.mtime.com / chinafilminsider.com


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ BIOSCOPE Magazine
หรือสั่งซื้อนิตยสารไบโอสโคปฉบับล่าสุดและย้อนหลังได้ที่ store.mbookstore.com