‘ผู้หญิง’ ในหนังของ ฮิโรคาสุ โคเระเอดะ คนทำหนังผู้หลงใหลในครอบครัว ความรักและความตาย

Home / bioscope / ‘ผู้หญิง’ ในหนังของ ฮิโรคาสุ โคเระเอดะ คนทำหนังผู้หลงใหลในครอบครัว ความรักและความตาย

ฮิโรคาสุ โคเระเอดะ หลงใหลการถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนภายในครอบครัวเป็นชีวิตจิตใจ และหนังของเขาก็มักจะจดจ่ออยู่กับการสำรวจมิติต่างๆ ของสมาชิกร่วมชายคาเหล่านั้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะผู้หญิง ทั้งในฐานะแม่, พี่สาว-น้องสาว, ภรรยา หรือแม้แต่ลูกสาว จนหนังของเขาอย่าง Nobody Knows (2004), Still Walking (2008) หรือ Our Little Sister (2015) ก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องครอบครัวและตัวละครหญิง สมกับที่เขาเคยกล่าวถึงอยู่บ่อยครั้งในบทสัมภาษณ์ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาว่า แม่, พี่สาว และลูกสาว คือบุคคลสำคัญที่เป็นแรงบันดาลใจและมีอิทธิพลต่อชีวิตการทำหนังของเขาเสมอมา

“แม่ของผมเป็นคนรักหนังนะ” โคเระเอดะว่า “เธอปลื้มอิงกริด เบิร์กแมน, โจน ฟอนเทน, วิเวียน ลีห์ แต่เราไม่มีเงินมากพอที่จะเข้าโรงหนังด้วยกันทั้งบ้าน แม่เลยเลือกดูหนังที่พวกเธอแสดงทางโทรทัศน์แทน แม่จะหยุดทำงานบ้านหรือหยุดพูดคุยเพื่อดูหนังพวกนี้ พอเราได้ดูหนังด้วยกันบ่อยๆ ผมเลยกลายเป็นคนรักหนังเหมือนแม่”

Related image

แต่ถึงอย่างนั้น ในช่วงที่เขาหันมาทำหนังฟิกชั่นขนาดยาวอย่าง Maborosi ในช่วงต้นปี 90 ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากแม่ – ผู้ที่ปลูกฝังนิสัยรักการดูหนังให้ลูกชายไปโดยไม่รู้ตัว “แม่ถึงขั้นต่อต้านเลยดว้ยซ้ำเมื่อผมบอกเธอว่าอยากทำหนัง เธอบอกว่าผมควรเป็นข้าราชการ เพราะมันมั่นคงและปลอดภัยกว่า แต่ถึงอย่างนั้น แม่ก็ยังแอบภูมิใจกับหนังของผมเสมอนะ เพราะเธอชอบส่งวิดีโอหนังของผมไปให้พวกเพื่อนบ้านดูอยู่บ่อยๆ” เขาหัวเราะ

แม่ของโคเระเอดะล้มป่วยลงเนื่องจากโรคลมชักในขณะที่ Nobody Knows เข้าฉาย และต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานถึงสองปีเต็ม “แม้ว่าผลจากลมชักจะทำให้แม่นึกเรื่องในปัจจุบันไม่ค่อยได้ แต่เธอกลับจำเรื่องในอดีตได้อย่างแม่นยำ แม่จึงมักจะเล่าความทรงจำในอดีตได้อย่างเป็นตุเป็นตะ พี่สาวผมเก็บสมุดบันทึกข้อมูลการพยาบาลเอาไว้ ซึ่งในนั้นจะเขียนเรื่องที่เธอพูดในแต่ละวันเอาไว้ด้วย มันมีอยู่ประมาณ 5 เล่ม ผมเลยตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องเล่าที่อยู่ในหนังสือพวกนั้นให้กลายมาเป็นบทหนังเสียเลย”

Related image

นั่นคือที่มาของ Still Walking ที่เขาเขียนบทขึ้นทันทีหลังการเสียชีวิตของแม่ในระหว่างถ่ายทำ Hana (2006) แม้เขาจะยืนยันว่า Still Walking ไม่ใช่หนังอัตชีวประวัติครอบครัว แต่บทสนทนาครึ่งหนึ่งของ โทชิโกะ (คิริน คิกิ) ตัวละครแม่ในหนังก็ล้วนเป็นสิ่งที่แม่ของเขาเคยพูดมาก่อน “ความตายของแม่บันดาลใจให้ผมทำหนังเรื่องนี้ เพื่อพูดถึงสิ่งที่ผมไม่สามารถทำได้หรือไม่เคยทำให้แม่เลยตอนที่เธอยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผมเสียใจอย่างที่สุด”

นอกจากแม่แล้ว โคเระเอดะยังมีพี่สาวอีกสองคนที่เกิดและเติบโตมาพร้อมกันกับเขา ท่ามกลางบรรยากาศแบบชนบทในเขตชานเมืองของโตเกียวยุค 60-70 อันเป็นช่วงเวลาที่พวกเขาต้องดื่มน้ำจากบ่อ ต้มน้ำอาบด้วยฟืน และเฝ้ามองคุณตาที่ค่อยๆ ประสบกับสภาวะอัลไซเมอร์ก่อนเสียชีวิตไปโดยที่ไม่สามารถจดจำใครในบ้านได้เลยสักคน (ซึ่งนั่นก็ทำให้หนังของโคเระเอดะมักพูดถึงเรื่องความตาย รวมถึงคนรอบข้างที่ได้รับผลกระทบจากความตายนั้นและยังต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไป) ซึ่งเมื่อถึงวัยที่พี่สาวทั้งสองเริ่มทยอยกันมีครอบครัวและลูก เขาก็พบว่าสถานะของพวกเธอและแม่ของเขาได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

Related image

Image result for Our Little Sister

แนวคิดนี้สะท้อนผ่านหนังหลายเรื่องของเขาจากนั้น ที่ตัวละครลูกสาวซึ่งแต่งงานแล้วมักจะพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาจนแม่ดูคล้ายเป็นเพื่อนกัน และยังทำให้เขา-ผู้ที่ขณะนั้นยังไม่มีลูก-เริ่มตั้งคำถามว่าแล้ว ‘ความเป็นพ่อแม่’ จะทำให้มุมมองชีวิตของเขาเปลี่ยนไปเหมือนกับพี่สาวทั้งสองหรือไม่

ต่อจากนั้น โคเระเอดะก็พบว่า การมีลูกสาวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวในเวลาต่อมา ทำให้เขาพบว่า การเติมเต็มช่องว่างระหว่างกันคือธรรมชาติของครอบครัวโดยแท้ “ในช่วง 15 ปีให้หลังมานี้ ผมเสียทั้งพ่อและแม่ แถมยังได้ลูกสาวมาหนึ่งคน ซึ่งเมื่อผมได้เป็นพ่อคนผมเลยเริ่มเข้าใจว่าพวกเรา(ในฐานะครอบครัว)พยายามที่จะเติมเต็มซึ่งกันและกันเสมอ” และหนังเรื่องต่อมาของเขาอย่าง Our Little Sister ก็ยังคงเล่าเรื่องของครอบครัวที่ไม่ว่าจะต่างหรือห่างกันแค่ไหน เราก็สามารถร่วมกันสร้างครอบครัวในแบบของตัวเองได้นั่นเอง

 

**************
ติดตามชม Our Little Sister ได้ ทาง Mono29
วันนี้ (19 ต.ค.) เวลา 16.00 น.

สามารถรับชม หนังดี ซีรีส์ดัง ได้ทางช่อง MONO29
และดูออนไลน์ได้ที่ http://mono29.mthai.com/livetv