ตามรอยพระยุคลบาท เมื่อครั้งรัชกาลที่ ๙ เสด็จฯ ทอดพระเนตรภาพยนตร์

Home / bioscope / ตามรอยพระยุคลบาท เมื่อครั้งรัชกาลที่ ๙ เสด็จฯ ทอดพระเนตรภาพยนตร์

นับตั้งแต่ที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๔๘๙ การเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรภาพยนตร์ทั้งในรอบปฐมทัศน์และรอบการกุศล ณ โรงภาพยนตร์ชั้นหนึ่งในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้สร้างภาพยนตร์และยังความปลาบปลื้มใจแก่เหล่าพสกนิกร-ผู้เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จและร่วมรับชมภาพยนตร์ด้วย-นั้น ก็ได้กลายมาเป็นพระราชกรณียกิจสำคัญประการหนึ่งที่ทรงปฏิบัติอยู่ไม่เคยขาด

ในโอกาสนี้ เราจึงขอพาทุกท่านออกเดินทางไปเยี่ยมเยือน ๓ สถานที่ในกรุงเทพฯ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของโรงหนังแห่งสำคัญของเมืองไทย ณ ช่วงเวลานั้น เพื่อร่วมย้อนรำลึกถึงบรรยากาศอันรุ่งโรจน์ในช่วงยุคทองของโรงหนังแบบสแตนด์อโลน (Stand Alone) ที่รัชกาลที่ ๙ เคยเสด็จฯ ทอดพระเนตรภาพยนตร์หลายเรื่องอย่างรื่นรมย์เมื่อครั้งอดีต

(ภาพเปิด : ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ขณะเสด็จฯ ทอดพระเนตร ‘สันติ-วีณา’ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ / ที่มา : ‘เมื่อครั้งเสด็จฯ ทอดพระเนตรภาพยนตร์’)

 

ภาพโดย นิตยสารไบโอสโคป

โคลีเซี่ยม

หากคุณเคยใช้บริการทางด่วนด่านยมราชที่อยู่ใกล้แยกอุรุพงษ์แล้วล่ะก็ …เราอยากบอกคุณว่า ถนนโล่งกว้างตรงช่องขึ้น-ลงทางด่วนยมราชนี่เอง ที่เคยเป็นสถานที่ตั้งของ ‘โคลีเซี่ยม’ อีกหนึ่งโรงหนังสแตนด์อโลนยอดนิยมในยุคนั้น โดยโคลีเซี่ยมเป็นอีกหนึ่งในโรงหนังของเครือฮอลลีวู้ดที่เปิดตัวราวปี ๒๕๐๗ และยังเคยอยู่ใกล้ชิดกับบริษัทผู้สร้างหนังไทยแถวหน้าของยุคนั้นอย่าง ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น ซึ่งการมาถึงของโคลีเซี่ยมก็ช่วยนำพาความเจริญให้แก่ชุมชนในละแวกนั้น เนื่องจากความนิยมที่ผู้คนทั่วไปมีต่อโรงหนังแห่งนี้ได้ส่งผลให้เกิดร้านรวงตามมาอย่างคึกคัก แถมหลายร้านยังถึงขนาดตั้งชื่อร้านโดยมีคำว่า ‘โคลีเซี่ยม’ รวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้ลูกค้าสามารถจดจำได้ง่าย ซึ่งก็มีตั้งแต่ร้านข้าวมันไก่, ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นยาจีน, ร้านขายยา ไปจนถึงร้านขายกล้วยทอดปากซอยเลยทีเดียว อย่างไรก็ดี หลังจากที่โรงหนังต้องปิดกิจการลง ที่ดินบริเวณนี้ก็ถูกเวนคืนเพื่อใช้สร้างทางด่วนด่านยมราชตั้งแต่ช่วงปี ๒๕๓๖ เป็นต้นมาโดยที่น้อยคนนักจะทราบว่ามันเคยเป็นที่ตั้งของโรงหนังชื่อดังในอดีตแห่งนี้มาก่อน

 

ภาพโดย นิตยสารไบโอสโคป

เฉลิมเขตร์

บริเวณแยกยศเสเยื้องกับโรงพยาบาลหัวเฉียว คือสถานที่ตั้งของอาคารเก่าที่เคยเป็นอดีตโรงหนังชั้นหนึ่งแห่งนี้ ซึ่งหากเรานั่งรถมุ่งตรงไปยังเชิงสะพานกษัตริย์ศึก (หรือที่คนแถวนั้นเรียกว่า สะพานยศเส) ฝั่งเดียวกับแหล่งค้าส่งเสื้อผ้าอย่าง โบ๊เบ๊ ก็จะสังเกตเห็นได้ไม่ยาก เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นสี่แยกที่มีสะพานลอยข้ามแยกเพียงแค่สามด้าน ซึ่งมีความโดดเด่นพอสมควร โดยโรงหนังเฉลิมเขตร์ (ถูกตั้งชื่อตามพระนามของ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมเขตรมงคล ในราชวงศ์จักรี) ในสมัยก่อนนั้น นอกจากจะตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงถ่ายดังอย่าง อัศวิน (ปัจจุบันนี้ไม่มีแล้ว) จุดเด่นอีกประการหนึ่ง-ไม่ต่างจากโรงหนังใหญ่ๆ ในยุคนั้น-ก็คือ ด้านหน้าของโรงจะมีป้ายโฆษณาหรือป้ายไดคัตตัวละครขนาดมหึมาจากหนังเรื่องต่างๆ ที่กำลังเข้าฉายปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจนจากระยะไกล อนึ่ง เฉลิมเขตร์ยุติการให้บริการในปี ๒๕๑๘ และเปลี่ยนมาเป็นร้านขายเครื่องกีฬาตรานกแก้วในช่วงเวลาหนึ่ง – เหลือไว้เพียงโครงอาคารดั้งเดิมให้เราได้รำลึกถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตเท่านั้น

 

ภาพโดย นิตยสารไบโอสโคป

ศาลาเฉลิมบุรี

ตั้งอยู่ตรงแยกเฉลิมบุรีบนถนนทรงสวัสดิ์ที่เชื่อมเยาวราชกับเจริญกรุงเข้าด้วยกัน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นโรงหนังสิงคโปร์ในเครือบริษัท สยามภาพยนตร์ มาก่อน จนภายหลังบริษัท สหศีนิมา ของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ ในหลวงรัชกาลที่ ๗ เข้ามารับช่วงต่อ จึงถูกเปลี่ยนมาใช้ชื่อว่าศาลาเฉลิมบุรี ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน ‘โรงมหรสพหลวง’ ที่มีชื่อพระราชทานขึ้นต้นด้วยคำว่า ‘ศาลา’ อันหมายถึงสถานที่ ‘พักร้อน’ (กล่าวคือไปหาความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ) สำหรับให้ประชาชนได้พักผ่อนหย่อนใจ อนึ่ง ความโดดเด่นของศาลาเฉลิมบุรีนอกเหนือไปจากการฉายหนังพูดภาษาจีนเป็นหลักก็คือจะมีการแสดงให้ดูก่อนการฉายหนังทุกรอบ ไม่ว่าจะเป็นดนตรีวงใหญ่หรือละครย่อย (ตลก) รวมถึงเป็นโรงหนังโรงเดียวที่ผูกขาดนักพากย์หนังฝีปากเอกระดับตำนานอย่าง เสน่ห์ โกมารชุน และคณะเสน่ห์ศิลป์ เอาไว้ ทว่าด้วยกระแสความเปลี่ยนแปลงขาลงของธุรกิจหนังสแตนด์อโลนที่เกินจะต้านทาน หลังปรับเปลี่ยนเป็นโรงหนังชั้นสองและฉายหนังควบเพื่อความอยู่รอดอยู่พักใหญ่ โรงหนังแห่งนี้ก็ถูกทุบทำลายและปรับพื้นที่ให้กลายเป็นลานจอดรถ โดยที่ทั้งสองฝั่งยังคงรายล้อมไปด้วยอาคารพาณิชย์เก่าๆ ที่หลงเหลือมาจากยุคนั้น

 

(เรียบเรียงจากบางตอนของบทความ ‘ตามรอยพระยุคลบาท ย้อนมองอดีตอันรุ่งโรจน์ของโรงหนังยุคเก่า เมื่อครั้งรัชกาลที่ ๙ เสด็จฯ ทอดพระเนตรภาพยนตร์’ ใน ‘หนังไทยในรัชกาลที่ ๙’ – นิตยสาร ไบโอสโคป ฉบับพิเศษ ธันวาคม ๒๕๕๙)