‘ช่วงที่สตีเฟนอยู่นิ่งที่สุดกลับสูบพลังจากตัวผมไปมากที่สุด’ เบื้องหลังการแสดงสุดหินของ เอ็ดดี เรดเมย์น ใน The Theory of Everything

Home / bioscope / ‘ช่วงที่สตีเฟนอยู่นิ่งที่สุดกลับสูบพลังจากตัวผมไปมากที่สุด’ เบื้องหลังการแสดงสุดหินของ เอ็ดดี เรดเมย์น ใน The Theory of Everything

เอ็ดดี เรดเมย์น คว้าออสการ์สาขานำชายยอดเยี่ยมเป็นตัวแรก (และเข้าชิงเป็นครั้งแรก) ในชีวิตจากการรับบทเป็น สตีเฟน ฮอว์กิง ใน The Theory of Everything (2014, เจมส์ มาร์ช) นักวิทยาศาสตร์เจ้าของทฤษฎีแห่งสรรพสิ่ง (Theory of Everything-ToE) ผู้ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

เรดเมย์นนั้นอยากเล่นบทสตีเฟนจนถึงขั้นไปขอกับมาร์ช-ผู้กำกับ-ด้วยตัวเอง มาร์ชบอกว่า “เขาไม่ใช่แค่หิวโหยที่จะได้เล่นบทนี้นะ เขามันตะกละเลยแหละ!” จนเรดเมย์นได้บทนี้ไปโดยไม่ต้องออดิชั่น ทั้งนี้ เรดเมย์นบอกว่า “บทหนังเรื่องนี้ละเอียดลออในการเล่าถึงเรื่องความรักที่ยากลำเค็ญ ใคร่ครวญถึงทุกซอกหลืบดำมืดของความรัก” เมื่ออุปสรรคสำคัญเข้ามาในชีวิต นั่นคืออาการป่วยของสตีเฟนที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงอันเป็นผลมาจากเซลล์ประสาท ก่อนจะค่อยๆ เป็นอัมพาตทั้งร่างจนต้องนั่งรถเข็นไฟฟ้าและพูดผ่านเครื่องสังเคราะห์เสียง

Related image

เรดเมย์นไปเจอสตีเฟนตัวจริงก่อนการถ่ายทำ เขาเล่าว่า “ผมใช้เวลาอยู่กับเขาสามชั่วโมงเต็ม เขาพูดอยู่สักแปดประโยคได้ ผมเองไม่รู้สึกว่าควรจะถามอะไรเขาในเรื่องที่มันส่วนตัวมากนัก”

ความยากที่ตลกร้ายอยู่หน่อยๆ คือในช่วงที่สตีเฟนอยู่นิ่งที่สุดกลับสูบพลังจากตัวผมไปมากที่สุด ผมต้องอยู่ในท่าที่บิดเบี้ยวสุดเหลือเชื่อแล้วก็ค้างไว้อยู่อย่างนั้น” เรดเมย์นว่า และบอกว่าต้องฝึกร่างกายกับผู้เชี่ยวชาญ อเล็กซ์ เรย์โนลด์ส (ที่เคยออกแบบท่าทางบิดเบี้ยวให้ซอมบี้ใน World War Z) อย่างหนักหน่วงประหนึ่งนักเต้น

นอกจากนี้ เรดเมย์นยังต้องลดน้ำหนัก 15 ปอนด์ (7 กิโลกรัม), ยืนนิ่งสบตาตัวเองในกระจกนานเป็นชั่วโมงและบังคับสีหน้ากล้ามเนื้อให้บิดเบี้ยวตามบท จนในที่สุด ร่างกายของเขาก็อยู่ในสภาพที่ถูกบิดดัดอย่างผิดปกติและหมอนวดถึงกับต้องเตือนว่า กระดูกสันหลังของเขานับจากนี้น่าจะอยู่ผิดรูปแล้ว “อันที่จริงผมก็กลัวอยู่หน่อยๆ นะ” เรดเมย์นว่า “ผมอินกับบทมากๆ และก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าการแสดงแบบนั้นมันดีต่อสุขภาพหรือเปล่า”

Image result for the theory of everything

Image result for the theory of everything oscar

ที่หินยิ่งกว่า คือวิธีการถ่ายทำแบบไม่เรียงลำดับเวลา “ในวันแรกของการถ่ายทำ ตอนเช้าผมยังแสดงเป็นตอนที่เขายังสุขภาพดีอยู่ ตอนเที่ยงเป็นตอนที่เขาเดินโดยต้องใช้ไม้เท้าช่วย และพอตอนบ่ายก็เป็นช่วงที่ต้องนั่งรถเข็น!” ด้วยเหตุนี้ เรดเมย์นจึงต้องศึกษาอย่างละเอียดว่าโรคร้ายได้ส่งผลกระทบต่อร่างกายของสตีเฟนขนาดไหนในแต่ละช่วงเวลา เขาใช้เวลา 4 เดือนเต็มๆ ทุ่มไปกับการค้นคว้าข้อมูล นอกจากดูสารคดีและคลิปต่างๆ ของสตีเฟน แถมยังไปศึกษาจากผู้ป่วยจริงที่คลินิก ปรึกษากับแพทย์ และรวบรวมรูปถ่ายของสตีเฟนในแต่ละช่วงเวลาเอาไว้ดูเทียบเคียงไปกับบทในกองถ่าย

“ผมจะพลาดไม่ได้เด็ดขาดเลยครับ เพราะอย่างหนึ่งที่สำคัญมากเกี่ยวกับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงคือเมื่อกล้ามเนื้อส่วนไหนหยุดทำงานไปแล้ว มันก็ไม่อาจจะกลับมาทำงานได้อีก” นักแสดงหนุ่มว่า (นอกจากนี้ เขายังบอกว่าเขามึนตึ้บไปกับทฤษฎีของสตีเฟน อ่านหนังสือของเขาไปได้เพียง 25 หน้าก็ยอมแพ้และต้องขอให้ศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์มาช่วยอธิบายแทน)

Image result for the theory of everything

Related image

ความยอดเยี่ยมของเรดเมย์น ยืนยันได้จากการที่สตีเฟน-ซึ่งดูหนังเวอร์ชั่นก่อนออกฉายจริง-แล้วถึงกับหลังน้ำตา เขียนอีเมลล์หามาร์ชเพื่อบอกว่า เรดเมย์นแสดงได้ดีจนเขารู้สึกเหมือนกำลังดูตัวเองอยู่บนจอภาพยนตร์ และยังชอบหนังมากจนไปฉลองกับทีมงานที่บาร์ในภายหลัง

และความทุ่มเทเช่นนี้เองที่ส่งให้เรดเมย์นคว้ารางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันด้านการแสดงในปี 2015 มาครองได้ในที่สุด
***********
ดู The Theory of Everything ได้ ทาง Mono29
วันนี้ (22 ต.ค.) เวลา 20.30 น.
//////////////////////////////////////
สามารถรับชม หนังดี ซีรีส์ดัง ได้ทางช่อง MONO29
และดูออนไลน์ได้ที่ http://mono29.mthai.com/livetv