รวมพลังหนังขบถ! บทบันทึกเรื่องของคนตัวเล็กผู้ต่อสู้กับยักษ์ใหญ่และความอยุติธรรมในสังคม

Home / bioscope / รวมพลังหนังขบถ! บทบันทึกเรื่องของคนตัวเล็กผู้ต่อสู้กับยักษ์ใหญ่และความอยุติธรรมในสังคม

ดูเหมือนไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย ภาพยนตร์ก็ดูจะเป็นสื่อที่บันทึกความเคลื่อนไหวและพลวัตในสังคมได้อย่างชัดเจนที่สุดสื่อหนึ่ง ในแง่หนึ่ง มันอาจเป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจรัฐในการยุยงปลุกปั่นความเห็นในสังคม แต่อีกด้าน มันก็อาจเป็นบทบันทึกการขับเคลื่อนและต่อสู้ความไม่เป็นธรรมของคนตัวเล็กๆ ด้วยเช่นกัน

Rebel Without a Cause (1955) อาจให้ภาพอย่างชัดเจนที่สุด หนังเล่าเรื่องของ จิม (เจมส์ ดีน กับเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีแดงที่กลายเป็นไอคอนของเขาในเวลาต่อมา) เด็กหนุ่มวัย 17 ที่ประชดพ่อแม่ที่ไปงานเต้นรำโดยไม่มีเขาด้วยการดื่มสุราจนถูกจับเพราะอายุไม่ถึง และที่แผนกเยาวชนที่เขาถูกจับกุมตัวไปนั้น เขาได้พบกับเพื่อนวัยรุ่นอีกสองคนที่ถูกจับในคดีคล้ายๆ กัน

Image result for Rebel Without a Cause (1955)

Rebel Without a Cause กลายเป็นหนังที่ว่าด้วยการดิ้นรนต่อต้านโลกแล้งไร้ของเด็กๆ ในโลกที่ผู้ใหญ่ขีดเส้นไว้ให้อย่างเห็นภาพที่สุด ตัวหนังไม่เพียงได้รับคำชมยอดเยี่ยมในเรื่องของบทและการแสดงเท่านั้น แต่ยังแจ้งเกิดเจมส์ ดีน ให้กลายเป็นนักแสดงสุดขบถแห่งยุค หรือ One Flew Over the Cuckoo’s Nest (1975) ที่พูดถึงการต่อต้านกรอบอันเคร่งครัดของสังคม ซึ่งหนังแทนที่ด้วยโรงพยาบาลสำหรับบำบัดผู้ป่วยจิตประสาท กับกฎเกณฑ์อันท้าทายสามัญสำนึกของมนุษย์

 

Related image

Image result for La Haine

Salvador (1986) หนังดราม่าชื่อดังของ โอลิเวอร์ สโตน เล่าถึง ริชาร์ด บอยล์ ช่างภาพฝีมือดีที่ตกอับทำงานในอเมริกาไม่ได้เพราะพฤติกรรมติดเหล้าติดยา ด้วยปัญหาส่วนตัวบวกความสนใจเฉพาะทาง เขาบินไปยังประเทศซัลวาดอร์เพื่อบันทึกภาพสงครามกลางเมือง ก่อนที่ความโหดร้ายต่างๆ จะทำให้เขาตัดสินใจใช้ภาพถ่ายของเขาเพื่อปลดปล่อยผู้คนออกสู่เสรีภาพ

ขณะที่ในฝรั่งเศส ก็ชวนนึกถึงหนังขาวดำอย่าง La Haine (1995) เรื่องของ วินเซนต์ (วินเซนต์ กัสเซล) กับเพื่อนในสลัมฝรั่งเศสซึ่งยังมีการแบ่งแยกชนชั้นและสีผิว พวกขเาต้องเผชิญความโหดร้ายของโลกและสังคมจนสะท้อนออกมาเป็นความป่าเถื่อนและการพยายามขบถต่อกรอบที่สังคมขีดไว้ ก่อนจะลงเอยด้วยโศกนาฏกรรมในที่สุด

รัสเซียเองดูจะเป็นประเทศที่มีหนังอันว่าด้วยเรื่องของการปลดปล่อยเยอะอยู่ไม่น้อย ทั้ง Stachka (1925) ที่เล่าถึงกลุ่มคนงานที่พร้อมใจกันหยุดงานเพื่อต่อต้านการกดขี่อย่างไม่เป็นธรรมก่อนยุคปฏิวัติรัสเซีย หรือ Zvezda plenitelnogo schastya (1975) กับเรื่องราวหลังการต่อต้านจักรพรรดินิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย,

แต่นี่ย่อมไม่ได้แปลว่า หนังที่ว่าด้วยการท้าทายสังคมหรือข้อห้ามนั้นจะเต็มไปด้วยความรุนแรงเสมอ เพราะ Song of Lahore (2015) หนังสารคดีสัญชาติปากีสถาน-อเมริกาสุดบันดาลใจ เล่าถึงวัฒนธรรมและเสียงเพลงของนักดนตรีพื้นบ้านชาวปากีสถาน ท่ามกลางความขัดแย้งอย่างรุนแรงจากสังคม ที่พวกเขาต่างพิสูจน์แล้วว่า ไม่ว่าที่ใดในโลก เสียงเพลงก็มีที่ยืนและมีบทบาทอยู่เสมอ

มองโดยภาพรวมแล้ว เรื่องราวในหนังเหล่านี้อาจเป็นข้อพิสูจน์ชั้นดี ว่าภาพยนตร์นั้นคือหนึ่งในสื่อที่สำคัญอย่างยิ่งยวดต่อสังคมโลก ไม่ว่าจะใช้มันเป็นสื่อในแง่มุมใดก็ตาม

ติดตามชม Song of Lahore
เสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน

รับชมพร้อมกันแบบสดๆ 2 ช่วงเวลา
13.00 น. และ 22.00 น.

ทาง movie.mthai.com/bioscopetheatre