พาชมเทศกาลหนังและศิลปะกลางเมืองมรดกโลก Kyoto International Film and Art Festival 2017

Home / bioscope / พาชมเทศกาลหนังและศิลปะกลางเมืองมรดกโลก Kyoto International Film and Art Festival 2017

ระหว่างวันที่ 12 – 15 ต.ค. 2560 ทางทีมงาน BIOSCOPE Magazine ได้มีโอกาสไปร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์และศิลปะน้องใหม่ ณ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น อย่าง ‘เทศกาลภาพยนตร์และศิลปะนานาชาติกรุงเกียวโต‘ (Kyoto International Film and Art Festival) ประจำปี 2017 ซึ่งปีนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้ว โดยชูจุดเด่นคือการเป็นเมืองที่ให้กำเนิดวงการภาพยนตร์ญี่ปุ่น อีกทั้งเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยโบราณสถานเก่าแก่ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะทั้งเก่าและร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน กลายเป็นคอนเซ็ปต์ที่นำเอาความเก่าและใหม่มาผสมผสานกันได้อย่างน่าสนใจ

วัดนิชิฮงกันจิ

เริ่มกันที่พิธีเปิดงาน ซึ่งเอกลักษณ์ของ เทศกาลภาพยนตร์และศิลปะนานาชาติกรุงเกียวโต นั้นคือการเลือกใช้ วัดนิชิฮงกันจิ (หนึ่งในสถานที่อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของเกียวโตะโบราณ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1994) มาเป็นสถานที่เปิดเทศกาลของทุกปี โดยวัดนิชิฮงกันจิที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1272 ถือเป็นสถานที่สำคัญของชาวพุทธ นิกายชิน ที่มีจุดเด่นคือมีคำสอนที่เข้าถึงกลุ่มคนได้อย่างกว้างขวางและเป็นที่นิยมในหมู่คนยากจน ซึ่งความนิยมของนิกายชินยังคงถูกส่งต่อมา จนกลายเป็นนิกายทางศาสนาพุทธที่มีผู้นับถือมากที่สุดในญี่ปุ่น ณ ปัจจุบัน

โดยบรรยากาศของงานพิธีเปิด เป็นไปอย่างเรียบง่าย ซึ่งทางเทศกาลได้จัดโซนไว้ให้สื่อมวลชนจากทั้งในญี่ปุ่นและจากทั่วเอเชียที่ได้รับเชิญมา มีโอกาสสัมภาษณ์เหล่าแขกรับเชิญอย่างใกล้ชิด โดยในปีนี้มีนักแสดงที่คนไทยคุ้นเคย ตัวอย่างเช่น เคนตะ คิริทานิ ที่มาร่วมงานในฐานะนักแสดงนำจากหนังเรื่อง Spark พร้อมผกก. อิสึจิ อิตะโอะ หรือนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง จุน คูนิมูระ (จาก Kill Bill และ The Wailling) ที่ในเทศกาลนี้มาพร้อมกับหนังสัญชาติฝรั่งเศส/แคนาดา/เบลเยี่ยม ที่ถ่ายทำในญี่ปุ่นอย่าง Kokoro

หลังจากนั้น เมื่อแขกผู้มีเกียรติเข้าสู่อาคารของวันนิชิฮงกันจิเรียบร้อย จึงเริ่มเข้าสู่พิธีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยภายในงานเป็นไปอย่างเรียบง่ายสำรวม แตกต่างจากพิธีการในเทศกาลอื่นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัลพิเศษที่ชื่อว่า โตชิโร มิฟูเนะ อวอดส์” ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้นักแสดงชาวญี่ปุ่นที่สร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติ โดยตั้งชื่อของรางวัลเพื่อเป็นเกียรติให้กับ โตชิโร มิฟูเนะ นักแสดงญี่ปุ่นที่โด่งดังจากการรวมงานกับ อากิระ คุโรซาวะ จนกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

ซึ่งในปีนี้ รางวัล โตชิโร มิฟูเนะ อวอดส์ ได้มอบให้กับ ทาดาโนบุ อาซาโนะ นักแสดงหนุ่มชื่อดังที่บ้านเราคุ้นหน้าเป็นอย่างดีจากหนังไทยอย่าง“เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล” หรือในหนังฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์อย่าง Battleship และ Thor เป็นต้น

(สวมสูทสีเทา) ทาดาโนบุ อาซาโนะ กับรางวัล โตชิโร มิฟูเนะ อวอดส์

มาดูในส่วนของการจัดฉายภาพยนตร์กันบ้าง โดย ‘เทศกาลภาพยนตร์และศิลปะนานาชาติกรุงเกียวโต’ ในปีนี้ มีการจัดฉายภาพยนตร์แยกย่อยเป็นหมวดต่างๆ ได้แก่ Special Invitation ที่รวมหนังใหม่ซึ่งกำลังจะเข้าฉายในประเทศญี่ปุ่นหลังเทศกาลนี้ ไปจนถึงหนังต่างประเทศที่ยังไม่ได้เข้าฉายในประเทศ, TV Director’s Movie จัดฉายภาพยนตร์โทรทัศน์ที่น่าสนใจ, Silent and Classic Film ฉายหนังเงียบและหนังเก่าคลาสสิคของญี่ปุ่นและต่างประเทศ, Cinema on Kyoto ผลงานหนังที่เสนอมุมมองต่างๆ ของเมืองเกียวโต และ Film Festivals Cooperative ที่นำหนังเรื่องเยี่ยมจากเทศกาลต่างๆ ซึ่งในปีนี้มีภาพยนตร์ขนาดสั้นของไทยร่วมฉายในโปรแกรมนี้ ในส่วนของหนังสารคดีจากอาเซียน นั่นคือ ‘Mr.Zero คนหมายเลขศูนย์’ ของ นัชชา ตันติวิทยาพิทักษ์ เจ้าของรางวัล BIOSCOPE AWARDS 2016 สาขาหน้าใหม่น่าจับตา นั่นเอง

ทีมนักแสดงจาก Seaside Shukan Taishu

โดยทีมงาน BIOSCOPE ได้ไปร่วมชมภาพยนตร์ Seaside Shukan Taishu หนังโทรทัศน์ที่ฉายในสาย TV Director’s Movie ผลงานกำกับของ อิซามุ โอตะ โดยเล่าเรื่องราวของชายซึ่งติดเกาะร้าง (แสดงโดย นาโอกิ มาตายาชิ นักแสดงตลก ที่นิยายกึ่งชีวประวัติของเขาอย่าง Hibana: Spark เคยถูกสร้างเป็นซีรีส์ทาง Netflix และเวอร์ชั่นภาพยนตร์มาแล้ว) ที่มีเพียงนิตยสารซุบซิบรายสัปดาห์เป็นเพื่อนคู่ใจ จนกลายเป็นการผจญภัยทางแฟนตาซีที่ผูกติดไปกับความทรงจำในชีวิตที่ผ่านมาของเขา – ซึ่งหลังจากฉายภาพยนตร์เสร็จสิ้นก็มีการ Q&A จากทั้งผู้กำกับและนักแสดง โดยเฉพาะ นางิซะ ชิบูยะ หนึ่งในสมาชิกวง NMB48 ที่มีแฟนคลับให้ความสนใจมาร่วมชมด้วย

ผกก. วันญ่า อัลคันทารา และ จุน คูนิมูระ จาก Kokoro

อีกเรื่องหนึ่งเป็นภาพยนตร์ในสายหลัก Special Invitation อย่าง Kokoro หนังสัญชาติฝรั่งเศส/แคนาดา/เบลเยี่ยม ของ ผกก.หญิง วันญ่า อัลคันทารา ที่เล่าเรื่องราวของหญิงสาวผู้สูญเสียพี่ชายอันเป็นที่รักจากอุบัติเหตุอย่างกระทันหัน ด้วยความเศร้าทำให้เธอตัดสินใจเดินทางมายังหมู่บ้านชายทะเลที่ขึ้นชื่อในเรื่องหน้าผาที่ผู้คนนิยมเดินทางมาเพื่อฆ่าตัวตายโดยเฉพาะ ก่อนจะได้พบกับชายวัยเกษียณผู้คอยสอดส่องช่วยเหลือคนที่คิดจะมาฆ่าตัวตายที่นี่

โดยในการ Q&A ก็มีทั้งวันญ่า ผู้กำกับ และนักแสดงนำอย่าง จุน คูนิมูระ มาร่วมตอบคำถาม โดยทางวันญ่ากล่าวว่าหนังได้รับแรงบันดาลใจจากข่าวของสถานที่แห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องการฆ่าตัวตาย หากมีอดีตตำรวจคนหนึ่งใช้โดรนคอยสอดส่องระวังคนที่จะมากระโดดหน้าผาแห่งนี้ เมื่อบวกกับความชื่นชอบในภาพยนตร์อิสระของญี่ปุ่นจึงตัดสินใจมาทำงานและถ่ายทำที่นี่ ซึ่งการได้นักแสดงที่มีประสบการณ์ในการทำงานระดับนานาชาติอย่างคูนิมูระมาร่วมงาน ก็ทำให้การทำงานราบรื่นยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ สิ่งหนึ่งที่ เทศกาลภาพยนตร์และศิลปะนานาชาติกรุงเกียวโตปีนี้ เน้นย่ำเป็นพิเศษ คือการเผยแพร่แนวคิดในการนำสื่อบันเทิงต่างๆ ทั้งภาพยนตร์ เพลง และอื่นๆ มาสื่อสารประเด็นทางสังคมให้ผู้ชมและคนทั่วไปได้รับรู้ถึงปัญหาต่างๆ มากยิ่งขึ้น ภายใต้วาระสำคัญที่เรียกว่า SDGs (เอสดีจีส์) หรือ “การจัดทำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่ง SDGs นั้นมีทั้งสิ้น 17 เป้าหมาย ได้แก่

1 : ขจัดความยากจน

2: ขจัดความหิวโหย

3: การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

4: การศึกษาที่เท่าเทียม

5: ความเท่าเทียมทางเพศ

6: การจัดการน้ำและสุขาภิบาล

7: พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้

8: การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

9: อุตสาหกรรม นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน

10: ลดความเหลื่อมล้ำ

11: เมืองและถิ่นฐานมนุษย์อย่างยั่งยืน

12: แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน

13: การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

14: การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล

15: การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก

16: สังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยก

17: ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

(จากขวามือ) มิสเตอร์ เจฟฟรี เพรซ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ณ กรุงนิวยอร์ค และ คาโอรุ นิโมโตะ ไดเร็กเตอร์ศูนย์ข้อมูลประชาสัมพันธ์แห่งสหประชาชาติ

ซึ่ง SDGs เป็นแนวคิดสำคัญของทาง สหประชาชาติ ภายใต้ความร่วมมือของ โยชิโมโต กรุ๊ป ผู้จัดงาน และบริษัทเอเจนซี่ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น  โดยทางผู้จัดงานได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนจากต่างประเทศสัมภาษณ์พิเศษกับคุณ คาโอรุ นิโมโตะ ไดเร็กเตอร์ศูนย์ข้อมูลประชาสัมพันธ์แห่งสหประชาชาติ และ มิสเตอร์ เจฟฟรี เพรซ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ณ กรุงนิวยอร์ค พูดคุยถึงจุดประสงค์ในการมาร่วมมือกับทางเทศกาลหนังเพื่อเผยแพร่แนวคิด SDGS ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองของปีนี้ที่ทางสหประชาชาติเข้ามาเผยแพร่แนวคิดนี้ในเทศกาลหนังของญี่ปุ่น (ต่อจาก เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองโอกินาว่า 2017)

**ขอขอบคุณ โยชิโมโต กรุ๊ป ประเทศไทย
ที่สนับสนุนการเดินทางในครั้งนี้ (facebook.com/Yoshimoto.Thailand) 

ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ BIOSCOPE Magazine
หรือสั่งซื้อนิตยสารไบโอสโคปฉบับล่าสุดและย้อนหลังได้ที่ store.mbookstore.com