Escobar: Paradise Lost ถึง Narcos: ละตินอเมริกา ดินแดนสีเทาใต้ร่มเงาของ ปาโบล เอสโกบาร์ ผู้ร้ายที่รักของนักทำหนัง

Home / bioscope / Escobar: Paradise Lost ถึง Narcos: ละตินอเมริกา ดินแดนสีเทาใต้ร่มเงาของ ปาโบล เอสโกบาร์ ผู้ร้ายที่รักของนักทำหนัง

นาทีนี้ คนทำหนังและคนดูต่างพุ่งความสนใจไปยังสงครามยาเสพติดในละตินอเมริกา จนหนังหลายต่อหลายเรื่องที่สร้างขึ้นมาในยุคหลังต่างเล่าโดยมีสงครามเหล่านี้เป็นฉากหลังทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Escobar: Paradise Lost (2014), Cartel Land (2015), Sicario (2015), Devil’s Freedom (2017), ซีรีส์ Narcos กับ El Chapo ที่กวาดเรตติ้งถล่มทลายอยู่ทางเน็ตฟลิกซ์ในเวลานี้

จุดร่วมกันของเรื่องราวเหล่านี้ ไม่เพียงแต่มันจะพูดถึงธุรกิจสีเทาในแผ่นดินละตินอเมริกา แต่มันยังพูดถึงความรุนแรงและความตายอย่างถึงเลือดถึงเนื้อ และผู้คนที่หากินกับธุรกิจนี้อย่าง ปาโบล เอสโกบาร์ อาชญากรในชีวิตจริงที่ต่อมา กลายมาเป็นวายร้ายที่ถูกพูดถึงในโลกภาพยนตร์

Image result for escobar: paradise lost

แมตธิว ไฮเนแมน ผู้กำกับ Cartel Land-สารคดีที่เจาะลึกลงไปถึงการค้ายาและความรุนแรง-ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า เดิมทีเขาตั้งใจจะทำหนังที่เล่าเรื่องฮีโร่และผู้ร้ายในสงครามยาเสพติดเท่านั้น แต่หลังลงพื้นที่ในเม็กซิโกและดินแดนใกล้เคียง ก็พบว่ารากของเรื่องราวเหล่านี้ลึกกว่านั้นมาก “ผมตั้งคำถามว่า ถ้าวันหนึ่ง อันตรายมาจ่อหน้าประตูบ้านผมแล้วผมจะทำยังไง ผมจะทำอะไรหากน้องสาวถูกข่มขืนหรือน้องชายถูกฆ่าทิ้งโดยคนค้ายา หรือถูกแขวนคอไว้กลางสะพาน ผมจะลุกขึ้นสู้ไหม จะติดอาวุธหรือเปล่า และนั่นมันคือสิ่งที่เรียกว่า ‘ศาลเตี้ย’ หรือเปล่า”

และตัวละครสำคัญที่จะขาดเสียมิได้ในเรื่องเล่าเหล่านี้คือปาโบล เอสโกบาร์ ราชาโคเคนผู้เรืองอำนาจแทบจะเทียบเท่าพระเจ้าในช่วงเวลาที่เขายังมีชีวิตอยู่ เส้นทางอันโชกโชนด้วยเลือดของเขาปรากฏอยู่ในซีรีส์ดังอย่าง Narcos กับเรื่องราวอันเข้มข้นของเอสโกบาร์ที่ต้องปกครองอาณาจักรยาของเขาและปะทะกับเจ้าหน้าที่รัฐจากอเมริกา (ซึ่ง Narcos นี่เองที่เป็นหลักฐานยืนยันว่าในพื้นที่จริงนั้นรุนแรงไม่ผิดไปจากในซีรีส์ เมื่อทีมงานฝ่ายโลเคชั่นถูกยิงเสียชีวิตระหว่างออกหาสถานที่ถ่ายทำในเม็กซิโก) หรือ El Chapo ซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวของ วาคิน เอล ชาโป กุซแมน หรือเจ้าของตำแหน่ง ‘คนส่งยา’ คนสนิทของเอสโกบาร์ขณะที่เขายังมีชีวิต ซีรีส์ทั้งสองเรื่องใช้ตัวละครที่สร้างจากคนจริงๆ ซึ่งชีวิตเปี่ยมไปด้วยความโฉดและระห่ำสุดขีดเป็นตัวเดินเรื่อง

และ Escobar: Paradise Lost ที่ฉากหน้าดูเป็นหนังรักว่าด้วยหนุ่มอเมริกันที่มาตกหลุมรักสาวน้อยชาวละตินที่เป็นหลานของเอสโกบาร์ รับบทโดย เบนิซิโอ เดล โตโร ซึ่งกลายร่างเป็นราชาโคเคนได้อย่างสมจริงและคุกคามสุดขีด

“เพราะปาโบล เอสโกบาร์คือภาพแทนของความโหดเหี้ยมที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในยุคนี้แล้ว” อันเดรีย ดิ สเตฟาโน ผู้กำกับ scobar: Paradise Lost กล่าว “เขาทำในสิ่งที่อาชญากรคนอื่นๆ ก็ทำไม่ได้ ในโลกของความรุนแรงซึ่งเป็นสังเวียนของเขา เอสโกบาร์คืออัจฉริยะอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ว่า ในความโหดเหี้ยมของเขานั้นมันก็มีความดีงามเจือปนอยู่ด้วย”

Related image

หลังการตายของเอสโกบาร์ในปี 1993 ปิดฉากอาณาจักรยาเสพติดของเอสโกบาร์ในแผ่นดินละตินอเมริกา แต่เรื่องราวและชีวิตของเขายังซึมซับและบันดาลใจผู้คนในแถบนั้นมากมาย

ดิ สเตฟาโนเล่าว่า ระหว่างการลงพื้นที่สำรวจก่อนทำหนัง เขาพบว่าชาวโคลอมเบียจำนวนมาก เห็นว่าเอสโกบาร์เป็นเสมือนโรบิน ฮูด-วีรบุรุษนอกกฎหมาย

“บ้านหลายหลังมีภาพของเอสโกบาร์คู่กันกับภาพของกางเขน, พระเยซูหรือบรรดานักบุญ” ดิ สเตฟาโนว่า “ในวัฒนธรรมป๊อป เขาคือชายที่ข้ามผ่านจากโจรร้ายกลายมาเป็นฮีโร่นั่นเอง”

Image result for escobar: paradise lost

ชม Escobar: Paradise Lost ในวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ย.60 รอบเวลา 17.30 น. ที่ DOC CLUB THEATER (Powered by EPSON) ณ Warehouse30 (กดดูรายละเอียดกิจกรรมได้ที่นี่จ้ะ)

หลังหนังจบพูดคุยกันในประเด็น “เอสโกบาร์ จากอาชญากรสู่ราชาวัฒนธรรมป๊อป” กับ ผศ.ดร.เชาวฤทธิ์ เชาว์แสงรัตน์ อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านละตินอเมริกา

บัตรราคาที่ละ 100 บาท / จองได้แล้วตั้งแต่วันนี้โดย

1) โอนเงินเข้า บัญชีชื่อ บริษัท มูฟวี่ส์ แม็ทเทอร์ จำกัด (ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนแจ้งวัฒนะ เลขที่ 233-0-629755)

2) แจ้งชื่อ + จำนวนที่นั่งที่ต้องการ + แนบสลิป มาที่ docclub.register@gmail.com (กรุณาตั้งชื่อเมลว่า “จอง Escobar”)

3) ในวันงาน กรุณาแจ้งชื่อเพื่อเลือกที่นั่งได้ตามอัธยาศัยตั้งแต่เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป (ที่นั่งของเรามีหลายแบบ ท่านที่มาถึงก่อนสามารถเลือกที่ที่ท่านชอบได้ก่อนค่ะ ^^)