มอง ปาโบล เอสโกบาร์ ผ่านหนังอเมริกันใน ‘เอสโกบาร์ จากอาชญากรสู่ราชาวัฒนธรรมป๊อป’

Home / bioscope / มอง ปาโบล เอสโกบาร์ ผ่านหนังอเมริกันใน ‘เอสโกบาร์ จากอาชญากรสู่ราชาวัฒนธรรมป๊อป’

ปาโบล เอสโกบาร์ ราชาโคเคนและเจ้าพ่อแห่งละตินอเมริกาที่ประกาศสงครามยาเสพติดกับอเมริกาซึ่งกินเวลายาวนานนับทศวรรษ ก่อนที่วายร้ายอย่างเอสโกบาร์จะถูกเจ้าหน้าที่รัฐสังหารในปี 1993 ในที่สุด แต่ชีวิตในเรื่องเล่าและในโลกภาพยนตร์ของเอสโกบาร์ยังดำเนินมาจนทุกวันนี้ เมื่อสารพัดหนังพากันใช้คาแร็กเตอร์วายร้ายเรืองอำนาจของเขาเป็นต้นแบบของตัวละคร จนในที่สุด ปฏิเสธไม่ได้ว่า เอสโกบาร์นั้นยังเรืองอำนาจในโลกภาพยนตร์ด้วย-ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามที

 

ในงาน Bioscope Theatre ที่จัดฉายหนังเรื่อง Escobar: Paradise Lost (2014, อันเดรีย ดิ สเตฟาโน) หลังหนังจบมีพูดคุยกับ ผศ.ดร.เชาวฤทธิ์ เชาว์แสงรัตน์ อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านละตินอเมริกา ในประเด็น “เอสโกบาร์ จากอาชญากรสู่ราชาวัฒนธรรมป๊อป”

 

เราอาจไม่แปลกใจหากว่าสงครามยาเสพติดระหว่างอเมริกากับบรรดาเจ้าพ่อในโคลอมเบียนั้นยืดเยื้อยาวนานแทบไม่จบไม่สิ้น ทั้งที่สหรัฐฯ ทุ่มทั้งงบและกองกำลังเพื่อหยุดยั้งไม่ให้กระบวนการค้ายาเหล่านี้เติบโตในละตินอเมริกา (อย่างที่เราเห็นได้จาก Sicario) แต่ประเด็นหนึ่งที่ผศ.ดร.เชาวฤทธิ์เสนอคือ เงื่อนไขแรกของความยืดเยื้อนี้เป็นเพราะอเมริกาเองไม่(มีความ)สามารถจะจำกัดความต้องการโคเคนจากประเทศตัวเองได้ ทางแก้จึงมาตกอยู่ที่ฝั่งผู้ผลิต-ซึ่งก็ผลิตออกมาตามความต้องการของตลาด-นั่นเอง

“โคคาเป็นพืชพื้นเมืองของละตินอเมริกา เป็นพืชที่ใช้เคี้ยวให้พลังงาน เป็นยาชูกำลัง และถูกสกัดเป็นสารเสพติดเป็นโคเคน” ผศ.ดร.เชาวฤทธิ์ว่า “และอเมริกาพยายามแก้ปัญหายาเสพติดด้วยการพยายามแก้ด้าน supply เพราะแก้ demand จากตัวเองไม่ได้ จนเราเห็นเป็นภาพปัญหายาเสพติดในละตินอเมริกา”

ใน Escobar: Paradise Lost เล่าให้เห็นการขึ้นมาเรืองอำนาจและเป็นที่รักของเอสโกบาร์ได้อย่างชัดเจนผ่านการสร้างคลีนิกเพื่อคนยากไร้ สร้างสนามฟุตบอล และแม้แต่การเป็นคนรักเด็กด้วย “เอสโกบาร์สร้างอพาร์ตเมนต์ให้คนอยู่อาศัย สร้างสนามฟุตบอลที่เป็นทางไต่เต้าสู่อาชีพที่มั่นคงของคนละตินอเมริกาให้เด็กๆ เขาจึงกลายเป็นที่รักของผู้คนมากๆ

“ฉากโปรยเงินให้คนจนนั้นสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำที่หนักหนามากในละตินอเมริกา เป็นดินแดนที่มีคนจนเยอะมาก เอสโกบาร์เป็นเหมือนพ่อพระที่ทำหน้าที่กระจายเงิน แจกทาน สร้างโรงเรียน สร้างบ้าน และสร้างโบสถ์อย่างที่เราเห็นในหนัง เขาทำให้คนจนมีโอกาสเลยอยู่ในใจคนยากไร้มาตลอด แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เป็นคนโหดเหี้ยมที่ถือคติว่าอะไรที่ใช้เงินซื้อไม่ได้ก็ต้องฆ่าทิ้ง”

สิ่งที่ยืนยันว่าเอสโกบาร์ยังมีชีวิตอยู่ในความทรงจำชาวโคลอมเบียคือการที่ยังมีคนจัดงานรำลึกถึงเขา, นำดอกไม้ไปวางบนหลุมศพทุกปี, มีคนเขียนหนังสือถึงเขาจากหลากมุมมอง และบรรดาหนังจากฮอลลีวูดที่หามุมเกี่ยวกับเขามาเล่าได้อยู่เสมอ

“แต่ผมว่ายังไงคนที่เป็นอาชญากรไม่ควรได้รับการยกย่องให้เป็นฮีโร่ ไม่ว่าจะบริจาคเงินหรืออะไรก็ตาม การฆ่าคนเป็นสิ่งที่ผมรับไม่ได้ สำหรับพฤติกรรมของปาโบล ผมมองว่าเขาไม่ใช่ฮีโร่ในสายตาผม แต่ต้องเข้าใจที่คนมองเขาเป็นฮีโร่ เพราะเขาได้ในสิ่งที่ปาโบลให้ เขาได้สนามบอล ได้อพาร์ตเมนต์ ซึ่งทั้งหมดนี้มันสื่อถึงความล้มเหลวของรัฐในการจัดสวัสดิการจนคนต้องพึ่งพาคนนอกกฎหมาย รัฐต้องลดความเหลื่อมล้ำ ให้คนเลิกพึ่งพาใครก็ตามที่ให้อะไรบางสิ่งแก่เขา

“สำหรับโคลอมเบีย หนังฮอลลีวูดมักสะท้อนภาพละตินอเมริกาว่าเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยความรุนแรง อันที่จริง เราอาจต้องมานั่งคิดว่าวิธีแก้ปัญหาเรื่องอุปสงค์อุปทานมันถูกต้องไหม เพราะสุดท้าย คนได้รับผลกระทบเรื่องความรุนแรงคือชาวละตินอเมริกา และถ้าพูดในมุมของผมที่ชอบประเทศโคลอมเบีย มันเป็นพาราไดซ์จริงๆ เหมือนที่หนังว่า แต่หนังส่วนใหญ่มักให้ภาพโคลอมเบียแค่เรื่องความรุนแรง ทั้งที่จริงๆ มันเป็นแหล่งมรดกโลก แหล่งท่องเที่ยว ไม่อยากให้มองเป็นแหล่งค้ายาซึ่งเป็นมายาคติเกินไป เราอาจต้องมองภาพอื่น”

Related image

นั่นทำให้ละตินอเมริกาพยายามดิ้นรนเปลี่ยนภาพลักษณ์ตัวเองครั้งใหญ่ ทั้งโปรโมตการท่องเที่ยวไปจนถึงนโยบายปราบปรามการค้ายาครั้งใหญ่ในปี 2002 ทั้งหมดนี้อาจเทียบเคียงละตินอเมริกากับประเทศไทยคร่าวๆ ผ่านเรื่องปัญหายาเสพติด (ซึ่งทางเรามีสามเหลี่ยมทองคำที่เป็นที่ลือชามาแล้วว่าทำเงินได้มหาศาล), ปัญหาการค้ามนุษย์และโรฮิงญา, ผ่านยุคเผด็จการมาแล้ว, ปัญหาความเหลื่อมล้ำของคนจนคนรวยเหมือนกัน

“ในไทยเองก็มีปัญหาความเหลื่อมล้ำสูงนะครับ ถ้าเราลดความเหลื่อมล้ำและกระจายรายได้ เราคงไม่ต้องมีพี่ตูนหนึ่ง พี่ตูนสอง พี่ตูนสาม คอยวิ่งหาเงินบริจาคแบบนี้

“และขณะที่ละตินอเมริกาผ่านยุคเผด็จการทหารมาแล้วเมื่อราวยุค 70 พวกเขาเรียนรู้แล้วว่ามันไม่ประสบความสำเร็จ มันเต็มไปด้วยความรุนแรงที่สุดท้ายแล้วล้มเหลว นั่นทำให้ประชาธิปไตยในบ้านเขาลงรากลึกและยั่งยืนมากๆ ขณะที่ของเรายังลูกผีลูกคนอยู่เลย จนผมว่า ถ้าอยากเรียนเกี่ยวกับละตินอเมริกาให้สนุก ก็ลองเปรียบเทียบกับประเทศไทยหรือประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดู ผมว่าต่างกันไม่มากหรอก”


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ BIOSCOPE Magazine
หรือสั่งซื้อนิตยสารไบโอสโคปฉบับล่าสุดและย้อนหลังได้ที่ store.mbookstore.com