รื้อหิ้งหนังเก่า : ‘เปนชู้กับผี’ (2006) ทำหนังผีไทยแท้ๆ…แบบ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง

Home / bioscope / รื้อหิ้งหนังเก่า : ‘เปนชู้กับผี’ (2006) ทำหนังผีไทยแท้ๆ…แบบ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง

“ทุกวันนี้เราเสียดุลหนังผีไปเยอะ หนังผีไทยสมัยนี้ละม้ายผีญี่ปุ่นผีเกาหลีเข้าไปทุกที…ซึ่งก็ไม่ได้บอกว่าผิดหรอก แต่ถ้าเราทำ เราอยากจะทำแบบดั้งเดิมของเรา”

ย้อนไปเมื่อ 11 ปีก่อน วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง เคยให้สัมภาษณ์ไว้ใน BIOSCOPE เมื่อครั้งช่วงที่ผลงานเรื่องที่สามของเขาเข้าฉาย หนังผีที่วิศิษฏ์กล่าวเปรียบเปรยว่า ‘บ้านทรายทองภาคสยองขวัญ’ ยังถูกจดจำในฐานะหนังผีเรื่องสำคัญของไทยในรอบสิบปีที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้

“เรื่องนี้เราจะไม่ใช้วิธีแบบที่เราเคยใช้ ไม่ปรับสี ไม่เทเลซีน เป็นวิธีแบบแล็บปกติทั่วไป จะไม่มีเทคนิคเลย ไม่มี CG สักซ็อตหนึ่งในหนัง สิ่งที่ปรากฏขึ้นเป็นของจริงที่ทำสดขึ้นมาขณะถ่ายทำเลย ไม่มีเทคนิคพิเศษทางด้านภาพ”

จากความฉูดฉาดของสีสันใน ‘ฟ้าทะลายโจร’ หรือภาพหมวกกันน็อคที่ร่วงกราวราวสายฝนใน ‘หมานคร’ วิศิษฏ์ทำ ‘เปนชู้กับผี’ ในหนทางที่ต่างออกไป จากจุดเริ่มต้นของ เจริญ เอี่ยมพึ่งพร (อดีตประธานกรรมการบริหารบริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น  ผู้ล่วงลับ) ที่เชื้อเชิญวิศิษฏ์ให้มาทำหนังผี “บังเอิญเรามีพล็อตอันนึงเป็นหนังผีที่คิดไว้นานมากแล้ว แต่เป็นพล็อตที่คิดไว้หลวมๆ เริ่มเมื่อต้นปี (พ.ศ. 2549) ช่วงนั้นทำโฆษณาด้วย เขียนไปสักครึ่งเรื่องก็ติด ไปต่อไม่ได้ เลยเรียกใช้บริการของคุณโขม (ก้องเกียรติ โขมศิริ) คุยกับเขาปล่อยให้เขาเขียนต่อแล้วเขาก็เปลี่ยนเรื่องเราไป เออ แล้วมันดีกว่าเรื่องเดิมของเรา มันมีความลึก เรื่องของกรรม เรื่องของการยึดติด ประเด็นของเรื่องก็แข็งแรงขึ้น”

“ตอนบอกทางไฟว์สตาร์ว่าหาใครมาเขียนบทให้ได้ไหม เราก็ยกตัวอย่างคนเขียนบท ‘ลองของ’ จริงๆ เราก็ไม่รู้จักเขาหรอกนะ แต่เพราะ ‘ลองของ’ เขียนบทได้ดี มีเหตุและผล” วิศิษฏ์เล่าถึงการร่วมงานกับก้องเกียรติ

เรื่องราวใน ‘เปนชู้กับผี’ ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2477 ณ บ้านโบราณแห่งหนึ่ง (ซึ่งเป็นฉากเดียวกับที่เรื่อง ‘จันดารา’ ฉบับ นนทรีย์ นิมิบุตร ใช้ถ่ายทำ) นวลจัน (ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) หญิงต่างจังหวัดที่เข้ามาตามหาสามีที่หายตัวไปในกรุงเทพฯ โดยบังเอิญ เธอเข้ามาเช่าห้องพักในบ้านหลังนี้ ที่มีเจ้าของคือ คุณนายรัญจวน (สุพรทิพย์ ช่วงรังษี) เศรษฐีนีม่ายที่เริ่มฐานะตกต่ำ ในบ้านหลังนี้นวลจันกลับพบเรื่องประหลาดมากมาย แถมยังได้ยินข่าวลือว่า คุณนายรัญจวนยังซ่อนชู้เอาไว้ในบ้านหลังนี้ ซึ่งชู้นั้น…ไม่ใช่คน

“มันเป็นหนังผี แต่จริงๆ มันก็เป็นหนังดราม่า มันเป็นหนังรักที่เราดึงรูปแบบของหนังผีมาใช้ แล้วเรื่องราวลึกลับที่นางเอกเข้าไปในบ้านแล้วค้นพบอะไรบางอย่างก็จะคล้ายๆ กับ ‘บ้านทรายทอง’ (นิยายชื่อดังของ ก.สุรางคนางค์) ที่พจมานเข้าไปเจอเรื่องลึกลับในบ้านแล้วพยายามต่อสู้เพื่อเอาชนะ มันคลาสสิคสำหรับเรา”

แม้วิศิษฏ์จะเคยเปรยไว้ว่าอยากนำ ‘บ้านทรายทอง’ มาทำเป็นภาพยนตร์สักครั้ง หรือแม้แต่การเป็นผู้เขียนบทในหนังผีย้อนยุคอย่าง ‘นางนาก’ มาแล้ว หากสิ่งที่ทำให้ ‘เปนชู้กับผี’ กลายเป็นงานหนังสยองขวัญที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ คือความพยายามย้อนหนังไทยคืนสู่ ‘รากเหง้า’

“การทำหนังผีลักษณะของเราก็คือการกลับไปหาของเก่าๆ อีกแล้ว เราหลุดการค้นคว้าตรงนี้มานาน ทุกครั้งเลยต้องต่อยอดจากอดีตเพราะห่วงโซมันขาดไป เราไม่รู้จะทำยังไงให้หนังผีไทยทันสมัย เราเห็นแต่ว่าญี่ปุ่นมันทำแล้วทันสมัย หนังไทยก็ทำตาม มันทันสมัยเพราะเขาค้นคว้ามาแล้ว แต่ของเรามันขาดหายไปช่วงใหญ่ๆ เอกลักษณ์หนังไทยหายไปเพราะเราทิ้งมัน เรามีของดีในบ้านอยู่แล้ว ถ้าเอามาปัดฝุ่นหน่อยเย็บเข้าปกใหม่เดี๋ยวเราก็พัฒนา ถ้าเราทำต่อเนื่อง”

โดยหนึ่งในความสยองแบบไทยๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจวิศิษฏ์ในหนังเรื่องนี้ คือภาพวาดและนิยายสยองขวัญของนักเขียนชื่อดังของไทย เหม เวชกร “ครูเหมเป็นนักวาดภาพคนแรกๆ ที่เอาวิธีของฝรั่งมาผสม คือคนไทยเมื่อก่อนจะวาดภาพแบบแบนๆ แต่ครูเหมจะเน้นที่แสงเงาหรือเรื่อง perspective พอไกลออกไปก็จะ out focus เพราะฉะนั้นภาพของครูเหมเรียกว่าเป็น referrence หนังที่ดีมาก และเขาเป็นคนวาดรูปเยอะมาก วาดเกี่ยวกับวรรณคดีไทยๆ ก็เยอะ พอวาดภาพประกอบผีก็เป็นบรรยากาศที่หลอนมาก มีบางอย่างที่ผีต่างประเทศไม่มี ซึ่งเราจะเอาพวกนี้ใส่ในหนัง และแกก็เขียนนิยายผีด้วย เป็นวิถีแบบไทยๆ อ่านิยายแกเราไม่ได้แค่เรื่องราวหรือเรื่องผี แต่เราได้บรรยากาศขอบยุคสมัยนั้น มันทำให้เราเข้าใจเรื่องของสังคมและยุคสมัย ซึ่งมันน่ากลัวด้วยบรรยากาศของมันเอง”

**เรียบเรียงจาก
“ไว้สไตล์ในหนัง อย่าง วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง”

โดย ณัฐพรรณ แย้มแขไข
ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 60 (พ.ย. ปี 2549)


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ BIOSCOPE Magazine
หรือสั่งซื้อนิตยสารไบโอสโคปฉบับล่าสุดและย้อนหลังได้ที่ store.mbookstore.com