(BIOSCOPE People) ฮิโรเสะ สึซึ นักแสดงสาวน้องเล็กผู้เป็นที่รักในหนังของ ฮิโรคาสุ โคเระเอดะ

Home / bioscope / (BIOSCOPE People) ฮิโรเสะ สึซึ นักแสดงสาวน้องเล็กผู้เป็นที่รักในหนังของ ฮิโรคาสุ โคเระเอดะ

ฮิโรเสะ สึซึ เพิ่งอายุ 16 ปีตอนที่ ฮิโรคาสุ โคเระเอดะ แคสต์เธอมารับบทเป็น อาซาโนะ สึซึ สาวน้อยคนเล็กสุดของบ้านสี่พี่น้องใน Our Little Sister (2015) หนังดราม่าสุดอบอุ่น-สร้างจากมังงะชื่อเดียวกัน-ที่กวาดรางวัลไปมหาศาลทั้งในบ้านนอกบ้าน แถมนอกจากจะทำให้เราตกหลุมรักสี่นักแสดงนำสาวหัวปักหัวปำแล้วยังอยากทำให้เราหัดหมักเหล้าบ๊วยเองอีกต่างหาก

ก่อนหน้านี้ ฮิโรเสะเป็นนักแสดงละครโทรทัศน์มาก่อน เธอปรากฏตัวในมินิซีรีส์ฟอร์มเล็กทางโทรทัศน์เรื่องแรกในปี 2013 และสลับสับเปลี่ยนกับหน้าที่การถ่ายแบบโดยแทบไม่เคยเฉียดมาในวงการภาพยนตร์เลย กระทั่งเมื่อโคเระเอดะไปเจอเธอเข้าและชวนเธอมาออดิชั่นบทน้องคนเล็กในหนังลำดับที่ 10 ของเขา ที่ไม่เพียงแต่เป็นหนังเรื่องแรกในชีวิตของฮิโรเสะ แต่ยังเป็นการแจ้งเกิดเธอในฐานะนักแสดงมืออาชีพอีกด้วย

“ตอนเราแคสต์เธอมาเล่นใน Our Little Sister เธอเพิ่งอายุ 16 เอง” โคเระเอดะเล่าถึงหนังปี 2015 ของเขา ที่ว่าด้วยสามพี่น้องสาวที่รับเอาน้องสาวคนเล็ก-ซึ่งเกิดจากแม่คนละแม่-มาอยู่ด้วยกัน “เธอก็ไม่ใช่เด็กแล้วล่ะ แต่ก็ยังไม่ใช่ผู้ใหญ่ เธอบอกผมว่าจะให้เธอแสดงแบบมีหรือไม่มีสคริปต์ก็ได้ทั้งนั้นเพราะที่ผ่านมา เวลาผมทำงานกับเด็ก ผมไม่เคยใช้สคริปต์หนังเลย แล้วพอคุยกับเธอบ่อยๆ เข้า ผมก็พบว่าเธอเก่งมากๆ เธอแสดงได้ทั้งมีและไม่มีสคริปต์ในรอบออดิชั่น ผมแค่บอกเธอไปว่าตัวละครกำลังเผชิญสถานการณ์แบบไหน เธอก็แสดงมันออกมาได้ทันทีอย่างดีเยี่ยมเลย

“ฉะนั้น ตอนได้ทำงานด้วยกันจริงๆ ผมเลยถามเธอว่าอยากทำงานแบบไหน และคงเพราะเธอคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้มาทำอะไรแบบนี้อีกแล้วมั้ง เธอเลยบอกผมว่าไม่ต้องมีสคริปต์หนังก็ได้ และเธอก็แสดงได้ในทุกๆ ฉากตามที่ผมอยากให้เป็นเลย”

Related image

Image result for our little sister suzu

และฮิโรเสะ-ซึ่งเล่าว่าระหว่างนี้ เธอก็เป็นเด็กมัธยมธรรมดาที่เป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลล์ของเพื่อนๆ เที่ยวแบกเป้ใบยักษ์เดินร่อนไปร่อนมาในโรงเรียน-เพิ่งมาเข้าใจความแตกต่างของการแสดงละครกับหนังเอาก็ตอนร่วมงานกับโคเระเอดะนี่เอง “มันต่างกันเยอะอยู่นะคะ ตอนเล่นละครโทรทัศน์มันแทบไม่มีเวลาเตรียมตัวอะไรเลย แต่ตอนเล่น Our Little Sister นี่เราถ่ายทำกันอย่างระมัดระวังและช้ามากๆ หนังใช้เวลาตั้งสามปีแน่ะค่ะกว่าจะเสร็จสิ้น”

“มีอยู่ฉากหนึ่งซึ่งฉันรู้สึกว่าท้าทายเอามากๆ คือตอนที่ตัวละครของฉันตัดสินใจจับรถไฟไปหาพี่ๆ ทั้งสามคนที่ชวนฉันให้ไปอยู่ด้วย ซึ่งตัวละครของฉันไม่ค่อยพูดนักและเป็นเด็กเก็บความรู้สึก แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็อ่อนไหวมากด้วย หลังจากเสียพ่อ เธอก็พบว่าตัวเองไม่มีที่ไปแล้ว แต่การจะไปอยู่กับพี่ๆ ก็เป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับเธอ เนื่องจากเธอรู้ว่าแม่ของเธอน่ะไปทำลายครอบครัวอื่นไว้เหมือนกัน”

Our Little Sister ส่งให้ฮิโรเสะคว้ารางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากเวที Awards of the Japanese Academy (เทียบได้กับออสการ์ญี่ปุ่น), เทศกาลหนังเมืองโยโกฮามะ และจากนิตยสารคิเนมะ จุนโปะ นิตยสารภาพยนตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น

Related image

และกลายเป็นว่า นั่นเปิดโอกาสให้เธอก้าวเข้าสู่โลกภาพยนตร์อย่างเต็มตัวใน Chihayafuru (2016) ที่สร้างจากมังงะขายดี (อีกแล้ว) ชื่อเดียวกัน (มีแปลไทยในชื่อ จิฮายะ ตีพิมพ์โดยบงกช พับลิชชิ่ง) และต้องรับบทเป็น อายาเสะ เด็กสาวที่หลุดเข้าสู่โลกของกีฬาไพ่คารุตะ, Ikari (2016) หนังธริลเลอร์พล็อตชวนพิศวงของคนจากต่างที่ต่างถิ่นที่ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมโหด ที่ฮิโรเสะร่วมแสดงกับนักแสดงเบอร์ต้นๆ ของญี่ปุ่นอย่าง เคน วาตะนาเบะ, อาโออิ มิยาซากิ และ เคนอิจิ มัตสึยามะ แถมเมื่อต้นปีก็เปลี่ยนมาเล่นหนังคอมิดีน่ารักน่าชังอย่าง Let’s Go JETS! (2017) ในบทกัปตันเชียร์ลีดเดอร์ผู้สดใส (><)

ล่าสุด ฮิโรเสะในวัย 19 ปี กลับมาร่วมงานกับโคเระเอดะอีกครั้งใน The Third Murder (2017) กับบทเด็กสาวขาพิการผู้อยู่เบื้องหลังปริศนาการฆาตกรรมของชายคนหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะเป็นบทที่ซับซ้อนแล้ว ตัวหนังยังฉีกออกมาจากโทนที่โคเระเอดะเคยทำมาโดยตลอด “นักกฎหมายบอกผมว่า ศาลไม่ใช่ที่ที่คุณจะหาความจริงได้หรอก นี่เป็นจุดเริ่มต้นของโปรเจ็กต์หนังเรื่องนี้เลย” เขาว่า

Image result for The Third Murder (2017)

Image result for The Third Murder (2017)

นั่นทำให้บท ซาอิเกะ ของฮิโรเสะนั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อนหนักข้อยิ่งกว่าหนังเรื่องก่อนหน้าที่เธอแสดง เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นเด็กสาวในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อขาพิการผู้เงียบขรึม แต่ยังเป็นผู้เก็บงำความลับบางอย่างของคดีฆาตกรรมไว้ และ-อย่างที่สมกับเป็นหนังของโคเระเอดะ-เริ่มตั้งคำถามต่อสถาบันครอบครัวที่ห่อหุ้มเธอไว้มาโดยตลอด

“ผมอยากทำหนังที่ว่าด้วยสังคมหรือการเมืองเหมือนกัน อยากพูดเรื่องของเด็กที่ถูกทอดทิ้งเพราะพ่อผมเองก็เคยจากผมไปหลังสงครามเพื่อไปทำงานในไซบีเรีย ก่อนจะกลับมาญี่ปุ่นอีกครั้งเหมือนกัน ผมเลยอยากพูดถึงคนที่สูญเสียหรือถูกลืม มีหลายสิ่งที่สูญหายหลังสงครามท่ามกลางการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของสังคมญี่ปุ่นน่ะ ผมเลยอยากลองพูดถึงเด็กที่โดนทอดทิ้งดูบ้าง นั่นล่ะครับ” โคเระเอดะว่า


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ BIOSCOPE Magazine
หรือสั่งซื้อนิตยสารไบโอสโคปฉบับล่าสุดและย้อนหลังได้ที่ store.mbookstore.com