‘ผมว่าผมมีของในตัวมากมายที่ผมนำมันมาเล่าเป็นเรื่องได้’ โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน จากนักแสดงสู่การเป็นคนเขียนบทและผกก.ที่น่าจับตา

Home / bioscope / ‘ผมว่าผมมีของในตัวมากมายที่ผมนำมันมาเล่าเป็นเรื่องได้’ โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน จากนักแสดงสู่การเป็นคนเขียนบทและผกก.ที่น่าจับตา

ตลอดเส้นทางการแสดงอันยาวนานของ โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน มักทำให้เราทึ่งกับการ ‘แปลงกาย’ ของเขาในหนังแต่ละเรื่องเสมอจนบางครั้งบางคราวก็ไปไกลแทบถึงขั้นจำเขาไม่ได้ในแวบแรก อันเนื่องมาจากรูปลักษณ์ภายนอกก็อย่างหนึ่ง และเหนืออื่นใดคือวิญญาณความเป็นตัวละครนั้นๆ ที่เด่นชัดในทุกคาแร็กเตอร์ที่เขาสวมบท

Related image

Image result for joel edgerton the gift

ทั้งเป็น โอเวน ลาร์ส ชายหนุ่มในจักรวาล Star Wars ใน Episode II – Attack of the Clones (2002, จอร์จ ลูคัส) เป็นนักรบหนุ่มใน King Arthur (2004, แอนโธนี ฟูกัว) เป็นนักมวยสู้ชีวิต Warrior (2011, กาวิน โอคอนเนอร์) แล้วไปปรากฏตัวอยู่ในหนังดราม่าธริลเลอร์น้ำดีของปีอย่าง Zero Dark Thirty (2012, แคธรีน บิเกโลว) แปลงเป็นกษัตริย์รามเสสใน Exodus: Gods and Kings (2014, ริดลีย์ สก็อตต์) อดีตเพื่อนผู้กลับมาทวงแค้น The Gift (2015, เอ็ดเกอร์ตัน) และล่าสุดกับหนังชิงรางวัลเทศกาลอย่าง It Comes at Night (2017, เทรย์ เอ็ดวาร์ด ชูลต์ส)

Image result for joel edgerton Warrior

และหนึ่งในความสามารถของเขาที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้คือ ความสามารถในการทำหนังและเขียนบทที่โดดเด่นไม่แพ้คนทำหนังแถวหน้าคนอื่นๆ หลังอยู่ในสังเวียนการแสดงมาหลายปี เอ็ดเกอร์ตันก็ลองเขียนบทหนังยาวเรื่องแรกอย่าง The Square (2008, แนช เอ็ดกอร์ตัน-น้องชาย) ร่วมกับ แมทธิว แด็บเนอร์ ว่าด้วยเรื่องวายป่วงของชายคนหนึ่งกับกองเงินจำนวนมหาศาล ต่อด้วย Felony (2013, แมทธิว ซาวิลล์) หนังธริลเลอร์ที่เขาทั้งเขียนบทและแสดงเอง เล่าถึงอุบัติเหตุที่นำความพินาศมาสู่คนกลุ่มหนึ่ง และ The Rover (2014, เดวิด มิช็อด) หนังชิงรางวัลหนังยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังนานาชาติซิดนีย์ ว่าด้วยโลกอนาคตที่ล่มสลายและศีลธรรมอันแตกบิ่นของผู้คน และ The Gift ที่เขาทั้งกำกับและเขียนบทเอง เล่าถึงคู่สามีภรรยาที่พบว่า เพื่อนชายของสามีมักมาคุกคามพวกเขาที่บ้านอยู่เสมอด้วยจุดประสงค์อันน่าขนลุก

“ไม่ได้อยากจะพูดให้ฟังดูก้าวร้าวนะครับ แต่ผมว่าผมมีของในตัวมากมายที่ผมนำมันมาเล่าเป็นเรื่องได้” เอ็ดเกอร์ตันว่า “ตอนนี้เลยเหมือนได้ขยับปีกตัวเองได้อีกนิดหน่อย ผมอยากได้โอกาสกำกับหนังมากเท่าที่ยังอยากเขียนบทและอยากแสดง มีแต่เรื่องที่อยากทำทั้งนั้นเลยครับ”

อย่างไรก็ตาม การขยับมาทำงานหลังกล้องส่งให้เขาเปลี่ยนไปนิดหน่อย (เท่าที่เขามองตัวเอง) นั่นคือจากปกติก็เป็นคนลุ่มหลงในการทำหนังอยู่แล้ว แต่พอมาได้ลงมือทำ The Gift เอ็ดเกอร์ตันก็บอกว่าเขากลายเป็นคนหมกมุ่นเรื่องกล้องและเลนส์ไปเสียฉิบ ซึ่งก็น่าจะได้เข้าใจได้เพราะหนังทั้งเรื่องเน้นการถ่ายแบนแลนด์สเคปเพื่อขับเน้นความเวิ้งว้างของบรรยากาศ และการคุกคามของ กอร์โด (เอ็ดเกอร์ตัน) ชายหนุ่มผู้เป็นเพื่อนสมัยเรียนของ ไซมอน (เจสัน เบตแมน) ที่กลับมาคุกคามเขากับภรรยาสาว (รีเบกกา ฮอลล์) ได้อย่างเห็นภาพ

นอกจากนี้ การที่เขาทั้งต้องมากำกับและรับบทเป็นกอร์โดผู้มีประวัติลึกลับ กับใบหน้านิ่งเฉยไม่แสดงอารมณ์ ก็เรียกร้องทั้งพลังการแสดงและการกำกับจากเขาไม่น้อย “ยากเอาเรื่องเลยครับ เพราะตอนผมต้องไปยืนอยู่หน้ากล้อง ผมก็ไม่อยากมองไปที่มอนิเตอร์เท่าไหร่ ก็วางใจเซ็ต ฉาก ที่ทำการบ้านกันมาก่อนอยู่แล้วด้วย โชคดีด้วยครับที่ได้ทำงานร่วมกับเจสันและรีเบกกา เพราะผมชอบทำงานกับนักแสดง ได้เห็นพวกเขาพยายามแก้ปัญหาไปด้วยกัน คลี่คลายเรื่องราวไปด้วยกันน่ะครับ”

เสาร์ที่ 30 ธันวาคม
ชม ‘ของขวัญวันตาย’ The Gift

ชมฟรี 13.00 น. และ 22.00 น.
ทาง movie.mthai.com/bioscopetheatre

Image may contain: 1 person, text