‘ปีศาจ’ จากวรรณกรรมสู่ภาพยนตร์ เมื่อปีศาจแห่งกาลเวลายังไม่หยุดทำหน้าที่ของมัน

Home / bioscope / ‘ปีศาจ’ จากวรรณกรรมสู่ภาพยนตร์ เมื่อปีศาจแห่งกาลเวลายังไม่หยุดทำหน้าที่ของมัน

“ท่านจะเหนี่ยวรั้งอะไรไว้ได้บางสิ่งบางอย่างชั่วครั้งชั่วคราว แต่ท่านไม่สามารถรักษาทุกสิ่งทุกอย่างไว้ได้ตลอดไป” จากเรื่อง ปีศาจ, เสนีย์ เสาวพงศ์, หน้า 265, สำนักพิมพ์มติชน

ประโยคแสนทรงพลังของ สาย สีมา ตัวละครหนุ่มใน ‘ปีศาจ’ วรรณกรรมอมตะจาก เสนีย์ เสาวพงศ์ หรือ ศักดิชัย บำรุงพงศ์ นับเป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านขั้วอำนาจในสังคมยุค 2500 ที่คนกลุ่มหนึ่งยังไม่อาจปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้ นำมาสู่การตราหน้าคนอีกกลุ่มว่าเป็นปีศาจแห่งกาลเวลาในสายตาของกลุ่มคนผู้ไม่อาจทนกับการเปลี่ยนผ่านได้

กล่าวอย่างคร่าวที่สุด ‘ปีศาจ’ เล่าผ่านเรื่องราวของสาย สีมา ทนายหนุ่มลูกชาวนาที่เข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ ตกหลุมรักกับ รัชนี ลูกสาวของท่านเจ้าคุณผู้ยืนอยู่ในฝั่งสังคมเก่า ก่อนที่เรื่องราวจะนำมาสู่ข้อถกเถียงเรื่องกลุ่มทุน, ชนชั้นในสังคม, ความไม่ชอบธรรมในสังคม และการเปลี่ยนผ่านขั้วอำนาจในเวลานั้นได้อย่างเห็นภาพ อันเนื่องมาจากศักดิชัยรับมอบเอาอิทธิพลจากนักเขียนช่วงปี 2490 หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองอย่าง กุหลาบ สายประดิษฐ์, สุภา ศิริมานนท์, อิศรา อมันตกุล ซึ่งล้วนแล้วแต่เขียนงานเพื่อสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของคนในสังคม ทำให้งานเขียนของศักดิชัยเต็มไปด้วยเรื่องราวของมนุษย์ผู้แสวงหาเสรีภาพและความเป็นธรรม

Image result for ปีศาจ เสนีย์
‘ปีศาจ’ โดย สนพ. มติชน

อย่างไรก็ตาม ในครั้งแรกที่ตีพิมพ์รวมเล่ม ตัววรรณกรรมไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก ก่อนที่ช่วงเวลาและความคับข้องในสังคมจะทำให้การเติบโตของงานเขียนฝ่านซ้ายและกลุ่มปัญญาชนช่วงก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลาจะส่งให้ ‘ปีศาจ’ กลับมาได้รับความนิยม และคราวนี้ มันกลายเป็นที่พูดถึงอย่างล้นหลาม และกลายเป็นวรรณกรรมเรื่องเอกที่ปลุกเร้าความรู้สึกของคนหนุ่มสาวยุคตุลา ในฐานะที่ตัวละครอย่าง สาย สีมา นั้นคือตัวแทนทางอุดมคติของคนรุ่นใหม่ที่ปะทะกับแนวคิดของอำนาจเก่าอย่างหนักหนาในเวลานั้น

เสนีย์ เสาวพงศ์

ความนิยมของวรรณกรรม ส่งให้ฉาก ‘ดินเนอร์’ มื้อสำคัญระหว่างท่านเจ้าคุณและกลุ่มเพื่อนฝูงผู้ยังอยู่ในอำนาจเก่า กับรัชนีผู้เป็นลูกสาว และสาย สีมา กลายเป็นฉากที่แสนทรงพลังและน่าขนลุกในทุกเมื่อเชื่อวัน กับการลุกขึ้นยืนขบถต่อธรรมเนียมนิยมและกรอบคิดของคนในอำนาจเก่า ก็เป็นภาพสะท้อนอุดมคติของเหล่าผู้คนหนุ่มสาวในยุคนั้นอย่างเห็นภาพ และยังส่งให้คำว่า ปีศาจ เป็นศัพท์ที่ถูกตีความอย่างหลากหลาย บางคนวิเคราะห์ว่ามันอาจจะหมายถึงเหล่าผู้อยู่ในอำนาจเก่าที่เป็นปีศาจในสังคมใหม่เสียเอง หรือบางคนก็วิเคราะห์ว่าหากมองจากสายตาของบรรดากลุ่มอำนาจเก่า-โดยเฉพาะท่านเจ้าคุณ-แล้ว ปีศาจจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสาย สีมา และคนรุ่นใหม่อย่างเขาที่กลายเป็น ‘ปีศาจแห่งกาลเวลา’ นั่นเอง

ในแง่หนึ่ง ความนิยมอย่างมากของวรรณกรรมทำให้มันถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อเดียวกันในปี 2522 กำกับโดย หนุ่ม 22 หรือ สุพรรณ บูรณะพิมพ์ และเช่นเดียวกับทีมงานอื่นๆ คือล้วนใช้นามแฝงในการถ่ายทำหนังทั้งเรื่อง ซึ่งอาจเพราะมันออกฉายหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาผ่านไปได้เพียงสามปีเท่านั้น ทำให้น่าสนใจว่าไม่ว่าจะในเนื้อตัววรรณกรรมหรือภาพยนตร์ มันก็ทำหน้าที่ต่อต้านเผด็จการอย่างแข็งแรงมาแล้วทุกยุคสมัย-แม้แต่ในปัจจุบันก็เช่นกัน

ชวนชม ‘ปีศาจ’
ได้ในงานเทศกาล ‘ของขวัญประเทศไทย 2017’
วันที่ 29 ธ.ค. 2560 / เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป (ชมฟรี)