MONOMAXXX ขจรศักดิ์ รัตนนิสัย จันทร์จิรา จูแจ้ง พริกขี้หนูกับหมูแฮม สมจริง ศรีสุภาพ

รื้อหิ้งหนังเก่า : ‘พริกขี้หนูกับหมูแฮม’ (1989) “แล้วเราก็กลับมาพบกันใหม่”

Home / bioscope / รื้อหิ้งหนังเก่า : ‘พริกขี้หนูกับหมูแฮม’ (1989) “แล้วเราก็กลับมาพบกันใหม่”

หลังความสำเร็จของ รักแรกอุ้ม (1988) ที่นอกจากเป็นผลงานหนังเรื่องแรกของ คิง-สมจริง ศรีสุภาพ แล้ว ตัวหนังยังแจ้งเกิดให้กับสองนักแสดงนำ ขจรศักดิ์ รัตนนิสัย และ จันทร์จิรา จูแจ้ง กลายเป็นดาราคู่ขวัญคู่ใหม่อีกด้วย โดยในผลงานเรื่องที่สองของสมจริงก็ยังได้ทั้งสองกลับมาร่วมงานอีกครั้งใน ‘พริกขี้หนูกับหมูแฮม’ หนึ่งในหนังโรแมนติกสุดคลาสสิค ภายใต้ฉากหลังเมืองในฝันอย่าง ซานฟรานซิสโก ที่กลายเป็นแลนด์มาร์คที่หนุ่มสาวไทยใฝ่ฝันถึง

ในโอกาสที่ทาง MONOMAXXX ได้นำ ‘พริกขี้หนูกับหมูแฮม’ มารีมาสเตอร์ใหม่ เราจึงขอพาเพื่อนๆ ระลึกถึงหนังเรื่องนี้ ผ่านความทรงจำในการทำงาน ณ ต่างประเทศครั้งแรกของสมจริงเมื่อ 28 ปีที่แล้ว

  • ที่มาของหนัง ‘พริกขี้หนูกับหมูแฮม’ 

สมจริง : มันเริ่มมาจากเรากับ พี่เติม (ชนินทร ประเสริฐประศาสน์ –ปัจจุบันคือ ผกก.ละคร) ซึ่งเขียนบทร่วมกันในเรื่องนี้ ตอนนั้นนิตยสาร ลลนา มีงานเขียนชิ้นหนึ่งของพี่ วาณิช จรุงกิจอนันต์ เรื่อง ‘จดหมายถึงเพื่อน’ ที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับคนไทยที่ไปเรียนอยู่ที่อเมริกาในรูปแบบของจดหมาย พอเราอ่านก็มีความรู้สึกว่าหนังไทยที่ถ่ายทำในต่างประเทศมันก็ห่างหายไปจากวงการสักระยะหนึ่งละ ซึ่งก่อนหน้านั้นมันก็มีหนังของ พรพจน์-รัชนีวรรณ (กนิษฐเสน – สองสามีภรรยาอดีตนักพากย์ที่ผันตัวมาเป็นผู้อำนวยการสร้างและกำกับภาพยนตร์) ที่นิยมไปถ่ายทำในฝั่งยุโรป ถ่ายวิวสวยๆ ชวนพาฝัน ก็เลยคิดว่าทำไมเราไม่เอาเรื่องจริงๆ ที่เล่าเรื่องของโรบินฮูด คนที่ไปใช้ชีวิต ไปเรียนไปหางานทำที่อเมริกามาลองทำเป็นหนังบ้าง ก็เลยได้ประเด็นนี้มาเป็นไอเดียแรก ซึ่งตอนนั้นงานเขียนชิ้นนี้ของพี่วาณิชเองก็ดังมากๆ

 

  • ในช่วงเวลานั้น การไปถ่ายทำภาพยนตร์ในต่างประเทศมีความยากยังไงบ้าง

สมจริง : ในอเมริกายาก แต่เราก็ไม่รู้ไงว่าถ้าเป็นที่ยุโรปมันยากไหม ซึ่งอเมริกาเองมันก็มีระเบียบต้องทำเอกสารมากมาย ซึ่งมันก็ยังเป็นแบบนั้นมาจนถึงทุกวันนี้

  • พี่คิงมีความรู้สึกอย่างไรกับอเมริกาในช่วงเวลานั้น

สมจริง : ตอนนั้นความเป็นระเบียบของเมืองมันก็อาจจะไม่เท่าสมัยปัจจุบัน หรืออย่างนิวยอร์คเองเมื่อก่อนมันก็ยังเป็นเมืองที่มีอาชญากรรมสูงอยู่ซึ่งมันไม่เหมือนปัจจุบัน หรืออย่างซานฟรานซิสโกเองมันก็มีความเป็นเมืองในฝัน ด้วยบรรยากาศของเมืองที่อยู่บนภูเขา มีสโลบ มีวิวทะเล ทิวทัศน์มันเลยเหมาะกับหนังรัก มากกว่าที่แอลเอซึ่งเราเองก็ไปดูสถานที่มาเหมือนกัน ซึ่งที่แอลเอมันเป็นเมืองที่ต้องใช้รถเป็นหลักมากกว่า แต่กับซานฟรานฯ มันมีรถราง ก็เลยตัดสินใจไปถ่ายที่นั่น

 

  • ใช้เวลาการถ่ายทำนานไหมครับ

สมจริง : ก็ไปถ่ายทำกันประมาณเดือนหนึ่ง ก็มีทั้งข้างนอกเมือง ร้านอาหารที่อยู่ที่นั้น หรือโถงทางเดินอพาร์ตเม็นต์ของตัวละครพระเอกนางเอก แม้แต่ฉากบนด่านฟ้า หรือฉากที่ยืนริมระเบียงเราก็ถ่ายทำที่นั่นหมด ซึ่งเป็นโรงแรมกลางเมืองซานฟรานฯ แต่เจ้าของคือคนไทย ก็เลยทำให้คุยกันได้ง่ายขึ้น ซึ่งปกติแล้วบนนั้นเขาจะไม่ให้ขึ้นเพราะมันไม่ได้แข็งแรงมาก มันจะเป็นเหมือนยางมะตอยราดแล้วพื้นออกจะยวบๆ หน่อย แต่ก็มีบางส่วนที่เรากลับมาเซ็ตอัพถ่ายทำเพิ่มในสตูดิโอที่ไทยคือห้องของทั้งสองตัวละคร ซึ่งในยุคนั้นสินค้าจากอเมริกามันก็ยังไม่มีมาขายที่ไทยมากเหมือนปัจจุบัน เราก็ต้องขนทั้งกล่องนม กล่องน้ำส้ม สารพัดกล่องสินค้าทุกสิ่งอย่างจากที่นั่นกลับมาไทย แล้วค่อยเอามาขยายออกเติมน้ำเข้าไปใหม่

  • แล้วอย่างฉากสำคัญเช่น ฉากรสบัส หรือการถ่ายทำบนเฮลิคอปเตอร์

สมจริง : คือซานฟรานฯ มันเป็นเมืองท่องเที่ยวอยู่แล้ว และทุกอย่างมันถูกอนุญาตให้ถ่ายได้ เราก็เลยเช่าเฮลิคอปเตอร์ท่องเที่ยวแล้วถ่ายทำประมาณชั่วโมงหนึ่ง คือเราไปถ่ายทำที่นั้นเราใช้เช่า Grapper ริก เครื่องไฟ หรืออุปกรณ์ถ่ายทำจากที่นั่น ซึ่งมันก็ไม่ได้ยากมาก

 

  • อะไรคือสิ่งที่พี่คิงอยากเล่าผ่านหนังเรื่องนี้

สมจริง : คือโดยปกติหนังไทยที่ไปถ่ายทำในต่างประเทสมันก็มักจะเป็นมุมมองที่สวยงามเสียส่วนใหญ่ แต่ใน ‘พริกขี้หนูกับหมูแฮม’ มันก็เป็นมุมของคนไทยที่ไปใช้ชีวิตต่างประเทศที่ไม่ได้สวยงามสักเท่าไหร่ มีมุมมองต่อผู้คนที่หลากหลาย มีทั้งคนที่มีน้ำใจ หรือคนที่จะเอาเปรียบคนอื่น ไปจนถึงฉายให้เห็นสังคมของคนไทยกลุ่มเล็กๆ ที่อยู่ที่นั่น มันก็มีการอิจฉาริษยากัน ซึ่งแม้แต่น้องที่กลับมาจากไปอยู่ที่นั่นมาเล่าให้ฟังมันก็ยังมีสิ่งเหล่านี้อยู่ไม่เปลี่ยนแปลง มันคือความเป็นมนุษย์ เวลาใครไปเปิดร้านอาหารแล้วได้ดิบได้ดี ก็โดนเมาท์ หรือแม้แต่พนักงานเสริฟทั้งชายหญิงที่ไปทำงานที่นั่น มันก็โดนเมาท์โดนนินทา คือแม้เวลาจะเปลี่ยนแปลง แต่ความเป็นมนุษย์มันก็ยังคงเหมือนเดิม รักโลภ โกรธ หลง มันก็ยังมีอยู่

  • แล้วในแง่ส่วนตัว หนังเรื่องนี้สำคัญอย่างไรกับตัวพี่บ้างครับ

สมจริง : เราเองตอนนั้นก็เป็นผู้กำกับใหม่พึ่งทำหนังได้แค่เรื่องเดียว การไปถ่ายทำหนังในต่างประเทศจึงเป็นอะไรที่หาญกล้ามาก (หัวเราะ) เพราะมันก็ขอวีซ่ายากมากๆ หรือแม้แต่ทักษะภาษาอังกฤษของเราเองก็ไม่ได้ดีมาก โชคดีที่เราก็ได้รับความช่วยเหลือจากคนไทยซึ่งอาศัยที่ซานฟรานฯ ทั้งร้าน มโนราห์ ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยที่ดังที่สุดระดับท็อปเท็น นักวิจารณ์ให้ห้าดาวจนคนต้องต่อคิวรอ เราก็ได้รับอนุญาตให้ไปถ่ายที่ร้าน หรืออย่างรถตู้ที่มีทีมงานและนักแสดงเขาก็มาช่วยขับให้ ซึ่งหลังจากนั้นก็มีการติดต่อถามสารทุกข์สุกดิบกันบ้าง แล้วก็หายๆ กันไป

 

  • คิดว่าเพราะอะไร ‘พริกขี้หนูกับหมูแฮม’ ยังเป็นหนังไทยที่ถูกพูดถึงจนทุกวันนี้

สมจริง : อย่างหนึ่งคือการแสดง ที่เราใช้ทั้งความเป็นจันจิรา หรือความเป็นขจรศักดิ์เข้ามาไว้ในตัวละคร หรือแม้แต่ตัวแสดงทุกตัวในเรื่องมันมีความเป็นธรรมชาติ แล้วก็ดนตรีประกอบ หรือเพลง เติมใจให้กัน ที่ได้ พี่จิ (จิรพรรณ อังศวานนท์) วงเดอะ บัตเตอร์ฟลาย กับพี่ สินนภา สารสาส มาทำให้ และได้พี่จุ้ย-ศุ บุญเลี้ยง มาแต่งเนื้อให้ ซึ่งเป็นคนที่แต่งเนื้อได้เรียบง่ายและโดนใจคน ไปจนถึงเรื่องภาพที่ได้พี่เล็ก-ศิริเพ็ญ อยู่สมบูรณ์ (ภรรยาของ ฐนิสสพงศ์ ศศินมานพ ผู้กำกับภาพรุ่นใหญ่) ผู้กำกับภาพหญิงจากวงการโฆษณา ซึ่งเป็นก็หนังเรื่องเดียวที่พี่เขาถ่ายให้ ซึ่งธรรมดาหนังไทยที่เราเคยดูมันจะแบนๆ ไม่มีมิติ ที่ภาพที่พี่เล็กถ่ายมามันจะต่างออกไป มี Depth of field ที่มากขึ้นหรือแบ็คกราวด์ที่ละลายไปเลย ซึ่งเกิดจากการจัดแสงต่ำและเปิดหน้ากล้องกว้างมากๆ


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ BIOSCOPE Magazine
หรือสั่งซื้อนิตยสารไบโอสโคปฉบับล่าสุดและย้อนหลังได้ที่ store.mbookstore.com