(BIOSCOPE People) เริ่มตกหลุมรัก เซอร์เชอร์ โรแนน แม่สาวตาฟ้าชื่ออ่านยาก กันตั้งแต่เมื่อไหร่

Home / bioscope / (BIOSCOPE People) เริ่มตกหลุมรัก เซอร์เชอร์ โรแนน แม่สาวตาฟ้าชื่ออ่านยาก กันตั้งแต่เมื่อไหร่

เริ่มตกหลุมรักแม่หนูตาฟ้า ชื่ออ่านออกเสียงยากคนนี้กันตั้งแต่เมื่อไหร่

บางคนบอกว่า เอ็นดูมาตั้งแต่ที่เธอรับบทเป็นลูกสาวจอมเฮี้ยวของ มิเชลล์ ไฟเฟอร์ ในหนังรอมคอม I Could Never Be Your Woman (2007, เอมี แฮ็กเคอร์ลิง)

แต่บางคนอาจจะบอกว่า หลงเสน่ห์เธอตั้งแต่เธอรับบทเป็นเด็กสาววัย 14 ผู้ถูกฆาตกรรมโหดจาก The Lovely Bones (2009, ปีเตอร์ แจ็คสัน)

แล้วยิ่งเมื่อเธอมาเป็นนักฆ่าสาวใน Hanna (2011, โจ ไรต์) ยิ่งทำให้อีกหลายคนถอนตัวจากเธอไม่ขึ้น และเมื่อนับรวมผลงานในเรื่องต่อๆ มาอย่าง The Grand Budapest Hotel (2014, เวส แอนเดอร์สัน), Brooklyn (2015, จอห์น โครวลีย์) และ Lady Bird (2017, เกรตา เกอร์วิก) ยิ่งทำให้ชื่อของ เซอร์เชอร์ โรแนน กลายเป็นชื่อที่หลายคนรักทันที โดยเฉพาะกับเรื่องหลังสุดที่ส่งเธอคว้านำหญิงยอดเยี่ยมจากเวทีลูกโลกทองคำ-ในวัย 23 ปี-ได้หลังเข้าชิงมาแล้วสองครั้งก่อนหน้า

Related image

Image result for saoirse ronan movies

เช่นเดียวกับนักแสดงอีกหลายคน โรแนนเข้าวงการด้วยการรับบทเล็กๆ ใน The Clinic (2003-2004) ซีรีส์สัญชาติไอร์แลนด์ บ้านเกิดของเธอ ก่อนที่ในอีกสี่ปีต่อมาจะปรากฏในหนังอเมริกันอย่าง I Could Never Be Your Woman และ Atonement ที่เรื่องหลังส่งเธอชิงสมทบหญิงยอดเยี่ยมเป็นครั้งแรกในชีวิตด้วยวัยเพียง 12 ปี (กรี๊ด!!)

“การแสดงเป็นเรื่องที่ฉันอธิบายไม่ได้หรอกนะคะ” เธอกล่าว “มันเหมือนถูกถามว่า ทำไมถึงรักพ่อรักแม่กันล่ะ การแสดงก็เป็นแบบนั้น ฉันแค่รักที่จะทำมันและก็ลงมือทำมันเท่านั้นเอง สำหรับฉันแล้วการแสดงเลยไม่เหมือนงานเท่าไหร่ มันเป็นแพชชั่น เป็นความหลงใหลมากกว่า”

โรแนนเคยให้สัมภาษณ์ว่า การที่เธอสามารถรับบทเป็นตัวละครที่หลากหลายได้นั้น ส่วนหนึ่งเพราะครอบครัวให้การสนับสนุน และอีกส่วนคือ การที่เธอเติบโตในดับลิน, ไอร์แลนด์ อันเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนและความหลากหลาย ยิ่งทำให้เธอซึมซับเอาบรรยากาศบางอย่างติดตัวมาด้วยและนำมันมาใช้ในงานแสดงได้อย่างชาญฉลาด

“พอเรารับบทเป็นตัวละครหนึ่ง คุณก็แค่ต้องทำสิ่งที่ต้องทำ ถ้าต้องเป็นคนบ้า คุณก็ต้องบ้าจริงๆ” เธอหัวเราะ “หรือถ้าคุณต้องเป็นคนที่เซ็กซี่ ถ้าคุณเป็นนักแสดงที่ดีพอคุณก็ต้องเซ็กซี่ได้ และนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเป็นอย่างนั้นในชีวิตจริงเสียหน่อย”

Related image

Related image

และทันทีที่ The Lovely Bones ออกฉาย ชื่ออ่านยากของแม่เด็กสาวจากไอร์แลนด์ก็กลายเป็นที่ติดหูทันที เมื่อบทเด็กสาวผู้ถูกฆาตกรรมและวิญญาณของเธอทำได้เพียงเฝ้ามองครอบครัวผู้เป็นที่รักมีชีวิตอยู่ต่อไปโดยไม่มีเธอ ส่งให้เธอกลายเป็นนักแสดงรุ่นใหม่ที่น่าจับตาของฮอลลีวูดทันที อย่างไรก็ตาม การที่เธอประสบความสำเร็จค่อนข้างเร็ว ก็ไม่ได้ทำให้โรแนนเหิมเกริมถึงฝีมือหรือชื่อเสียง ด้านหนึ่ง รางวัลและการเข้าชิงมากมายประดามียังส่งผลให้เธอรู้สึกกดดันอีกด้วย

“เวลาที่ชื่อของฉันไปโผล่เข้าชิงในเวทีไหนก็ตาม ฉันมักเหงื่อตกและเอาแต่กังวลว่า ‘เอายังไงต่อดีล่ะ’ ไม่ได้หมายถึงรางวัลนะ แต่หมายถึงว่า จะรักษามาตรฐานการแสดงของตัวเองอย่างไรดีต่างหาก”

ดูเหมือนว่าแรงกดดันที่มีต่อตัวเองนั้น แง่หนึ่งแล้วแม้จะเหนื่อยยากแต่มันก็ทำให้เธอรักษามาตรฐานอันสูงยิ่งของตัวเองไว้ได้อย่างเข้มงวด เมื่อบท คริสตีน ‘เลดี เบิร์ด’ แม็กเฟอร์สัน-เด็กสาวผู้ต้องผจญชีวิตป่วงๆ ของตัวเอง-จาก Lady Bird ส่งให้เธอคว้านำหญิงจากลูกโลกทองคำได้ และแม้หลายคนจะมองว่าบทคริสตีนนั้นอยู่ในวัยใกล้เคียงกับโรแนน แต่อันที่จริง สำหรับเธอ บทคริสตีนนั้นไกลตัวทีเดียวโดยเฉพาะเมื่อมองจากมุมว่า ตัวละครนั้นระหองระแหงกับแม่ ขณะที่ตัวโรแนนนั้นสนิทกับแม่และครอบครัวมาก และยังไม่นับว่าตัวละครเติบโตในซาคราเมนโต, รัฐแคลิฟอร์เนีย ขณะที่ตัวเธอนั้นโตมาจากดับลิน

Related image

“สิ่งที่ฉันคิดระหว่างแสดงคือ หาพื้นที่ของคริสตีนให้เจอ ว่าเด็กสาวที่กำลังสับสน ทะเลาะกับแม่ ไหนจะยังต้องย้ายที่อยู่ เธอจะคิดอย่างไร อยากอยู่ที่ไหนกันนะ” โรแนนว่าถึงตัวละคร “เรื่องยากคือ นี่เป็นตัวละครที่ยังหาที่ทางของตัวเองไม่พบ และฉันเองก็ต้องค้นหาไปพร้อมๆ กับเธอนั่นเองค่ะ

“ฉันอ่านบทเยอะมาก หาถ้อยคำระหว่างแต่ละบรรทัดนั้น สิ่งที่ช่วยฉันตลอดมาเสมอเวลารับแสดงหนังสักเรื่องคือการหาคำตอบด้านการเคลื่อนไหวของตัวละคร พวกเขาเดินเหินอย่างไร วางท่าทางอย่างไร เรื่องทางกายภาพเป็นสิ่งแรกที่เราจะต่อกับตัวละครนั้นติด มันทำให้เรานึกภาพตัวละครออก”

เรื่องนี้ดูจะรวมถึงการปรับสำเนียงครั้งใหญ่ของเธอด้วย ก่อนหน้า โรแนนมักเป็นที่รู้จักจากสำเนียงไอร์แลนด์ของเธอเสมอ แต่กับ Lady Bird ซึ่งตัวละครเกิดและโตในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ นั้น โรแนนจำต้องเปลี่ยนสำเนียงครั้งใหญ่ “เวลาแสดงหนังทุกครั้ง ฉันก็พยายามเปลี่ยนสำเนียงอยู่เสมอค่ะ ซึ่งฉันก็ชอบนะ สนุกดี และอันที่จริง สำเนียงพูดนั้นบอกอะไรหลายอย่างของผู้คน ทั้งชีวิตและวัฒนธรรมของพวกเขาด้วย

“แต่นี่แหละค่ะ การแสดงมันคือแบบนี้ ฉันกลายเป็นคนที่ฉันกำลังแสดงอยู่ เรื่องมันก็แค่นั้นเลยล่ะ”


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ BIOSCOPE Magazine
หรือสั่งซื้อนิตยสารไบโอสโคปฉบับล่าสุดและย้อนหลังได้ที่ store.mbookstore.com