นักมวยปล้ำผู้เป็นที่รัก: ทำไม ดเวย์น ‘เดอะ ร็อค’ จอห์นสัน จึงกลายเป็นนักแสดงชายที่ได้รับค่าตัวสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก

Home / bioscope / นักมวยปล้ำผู้เป็นที่รัก: ทำไม ดเวย์น ‘เดอะ ร็อค’ จอห์นสัน จึงกลายเป็นนักแสดงชายที่ได้รับค่าตัวสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก

เวลานี้ การที่หนังสักเรื่อง-โดยเฉพาะหนังแอ็กชั่นและคอมิดี้-มีหน้าของ ดเวย์น “เดอะ ร็อค” จอห์นสัน แปะหราอยู่บนโปสเตอร์ ก็แทบจะเป็นอีกเครื่องหมายการันตีว่า อย่างน้อยหนังนั้นก็น่าจะขายได้อย่างแน่นอน

ยิ่งกับช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของแฟรนไชส์ The Fast and the Furious ที่ต้องนับเขาเป็นหนึ่งในนักแสดงหลัก, San Andreas (2015, แบรด เพย์ตัน), Baywatch (2017, เซ็ธ กอร์ดอน) และ Jumanji: Welcome to the Jungle (2017, เจค คัสแดน) ที่ทำเงินได้ถล่มทลายจากทั่วโลก และกลายเป็นนักแสดงชายที่ค่าตัวสูงเป็นอันดับสองของโลก (รองจาก มาร์ค วาห์ลเบิร์ก) ที่ $65 ล้านเหรียญฯ

Related image

ชื่อเสียงและความนิยมของจอห์นสันดูเหมือนจะพุ่งมาถึงขีดสูงสุดเมื่อเขารับบทเป็น ฮ็อบบ์ นายตำรวจคู่ปรับของ ดอม โตเร็ตโต (วิน ดีเซล) ใน Fast Five (2011, จัสติน ลิน) และทำให้หลายคนจับตาเขาในฐานะนักแสดงทำเงิน ซึ่งน่าคิดว่าสิ่งที่ส่งเขามาไกลจนประกบนักแสดงเบอร์ต้นๆ ของฮอลลีวูดได้โดยไม่ถูกกลบนั้น มีเงื่อนไขมาจากอะไรบ้าง

อย่างแรก อาจเพราะเขามีฐานแฟนๆ ที่สั่งสมมาตั้งแต่ยุคที่เป็นนักกีฬา มาจนถึงนักมวยปล้ำ

ก่อนหน้าจะดังระเบิดในฐานะ “เดอะ ร็อค” นักมวยปล้ำขวัญใจคนดู จอห์นสันเคยเป็นนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมและวิทยาลัยที่ไมอามี่ เฮอร์ริเคน ก่อนที่อาการบาดเจ็บจากไหล่และหลังจะดับฝันการต่อยอดสู่ลีก NFL ของเขา จนลงเอยที่การเล่นในลีกที่เล็กกว่าอย่างลีกแคนาดาแทน และทำเงินได้ 250 เหรียญฯ ต่อสัปดาห์เท่านั้น และนั่นคือจุดจบอาชีพนักกีฬาของจอห์นสันในที่สุด (ซึ่งเขาให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า “นั่นเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดเลย”) ก่อนจะหันมาอยู่ในแวดวงมวยปล้ำและดังเปรี้ยงในเวลาต่อมา

Image result for dwayne johnson movies

ชื่อเสียงจากการขึ้นปล้ำของจอห์นสันเข้าตาฮอลลีวูดเข้าอย่างจัง และพาให้เขาได้เล่นหนังบู๊แอ็กชั่นล้างผลาญติดกันปีต่อปี เริ่มจากเรื่องแรกอย่าง The Mummy Returns (2001, สตีเฟน ซอมเมอร์ส-กับบทพูดเพียงประโยคเดียวในเรื่องว่า “Haku machente!”) ตามด้วยบทนำใน The Scorpion King (2002, ชัค รัสเซลล์) และ The Rundown (2003, ปีเตอร์ เบิร์ก) จนนิตยสาร Rolling Stone เขียนถึงเขาไว้ว่า “เดอะ ร็อคนี่ช่างเหมาะกับหนังแอ็กชั่นและคอมิดี้จริงๆ ตอนนี้เขากลายเป็นนักแสดงเต็มตัวไปแล้ว” อย่างไรก็ตาม จอห์นสันใช้ชื่อการแสดงตั้งแต่ปี 2001-2007 ในชื่อ “เดอะ ร็อค” และเปลี่ยนมาเป็น “ดเวย์น จอห์นสัน” เป็นครั้งแรกในปี 2008 จาก Get Smart หนังแอ็กชั่นคอมิดี้ของ ปีเตอร์ เซกัล

Image result for dwayne johnson get smart

การที่จอห์นสันไต่เต้าขึ้นมาจากการเล่นหนังแอ็กชั่น-ที่ก็ขายคนดูได้ในวงกว้าง-ก็อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขากลายเป็นที่รักของคนดู พร้อมกันนั้น บุคลิกแสนเป็นกันเองของเขาก็ดึงดูดคนไม่น้อย รวมทั้งการเป็นนักแสดงวินัยดีที่ทำให้เหล่าผู้กำกับรู้สึกวางใจจะทำงานด้วย “เขาเป็นคนมุ่งมั่นและทำงานหนักมากครับ” แบร็ตต์ แร็ตเนอร์ ผู้กำกับที่ร่วมงานกับจอห์นสันใน Hercules (2014) เล่า “ตอนที่เจอเขาครั้งแรก เขาเพิ่งถ่าย Pain & Gain (2013, ไมเคิล เบย์) เสร็จ กล้ามช่วงบ่าเขางี้แทบจะขึ้นไปถึงหูอยู่แล้ว ตัวเขาใหญ่มากๆ ใหญ่สุดที่ผมเคยเห็นเลยมั้ง และหลังเจอหน้ากัน เขาบอกผมว่า ‘ผมจะตั้งใจทำงานให้หนักขึ้น ออกกำลังกายให้มากขึ้นเพื่อให้ได้หุ่นที่เหมาะสม(ในการเล่นหนัง)นะครับ’ ผมงี้พูดไม่ออกเลย” และแม้ Hercules จะทำเงินในบ้านไม่ดีนัก แต่มันกลับไปสร้างรายได้มหาศาลในประเทศจีนแทน และนั่นเองที่ทำให้จอห์นสันสร้างฐานแฟนคลับแดนมังกรได้อย่างเหนียวแน่น

และจากนั้น การที่เขาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวหนังแฟรนไชส์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดเรื่องหนึ่งของโลกอย่าง The Fast ก็ยิ่งทำให้จอห์นสันกลายเป็นที่รักของทั้งคนทำหนังและคนดู จนถึงตอนนี้ มีหนังที่เขากำลังถ่ายทำอยู่ (โดยยังไม่กำหนดวันฉาย) อีกถึง 10 เรื่องเต็มๆ! จนเราอาจกล่าวได้ว่า ในปีสองปีข้างหน้านี้ ฮอลลีวูดและเราคงได้เห็นหน้าจอห์นสันกันอีกระยะยาวเลยทีเดียว


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ BIOSCOPE Magazine
หรือสั่งซื้อนิตยสารไบโอสโคปฉบับล่าสุดและย้อนหลังได้ที่ store.mbookstore.com