จาก Pan’s Labyrinth ถึง Tangled เทพนิยายสายมืดและเรื่องราวอันเปี่ยมความหวังในหนังโลก

Home / bioscope / จาก Pan’s Labyrinth ถึง Tangled เทพนิยายสายมืดและเรื่องราวอันเปี่ยมความหวังในหนังโลก

นิทาน, ตำนานและเทพนิยายหลายต่อหลายเรื่องเดินทางข้ามกาลเวลาหลายทศวรรษ จากเรื่องเล่าพื้นบ้านสู่เรื่องราวสอนใจ และเมื่อมันขยับเข้าสู่โลกภาพยนตร์ ไม่ว่าจะในฐานะแอนิเมชั่นหรือเวอร์ชั่นคนแสดง ก็ย่อมเป็นการประกาศความเป็นที่นิยมและต่ออายุให้เรื่องเหล่านั้นยังเป็น ‘เรื่องเล่า’ ที่คนรู้จักเสมอ

แล้วอะไรกันที่ทำให้คนทำหนังหลงใหลในเรื่องราวเหล่านี้นัก อาจเพราะไม่เพียงแต่เทพนิยายเหล่านี้เต็มไปด้วยความ “เซอร์เรียล” บางประการ (ทั้งเจ้าหญิงผู้นอนหลับนานหลายสิบปี, ชายผู้ออกเดินทางไปทั่วเมืองเพื่อหาหญิงสาวที่ใส่รองเท้าแก้วได้, สาวผมยาวผู้ไม่เคยออกเดินทางจากนอกปราสาท ฯลฯ) ทั้งยังเป็นเรื่องที่หลายคนเคยได้ยินมาแล้วในสมัยเด็ก การที่มันกลายร่างและถูกตีความโดยคนทำหนังก็นับเป็นเรื่องน่าสนใจอยู่ไม่น้อย อย่างที่ The Brothers Grimm (2005, เทอร์รี กิลเลียมส์) หนังที่ว่าด้วยสองพี่น้องตระกูลกริมม์ผู้สร้างตำนานเทพนิยายหลายเรื่อง ก็ยังถูกผู้กำกับตีความเสียใหม่จนมันกลายร่างเป็นหนังลูกครึ่งแฟนตาซีกับธริลเลอร์ (หืม)

Image result for The Brothers Grimm

“เทพนิยายคือโลกของผม โลกที่มีทั้งเรื่องแฟนตาซีและเรื่องธรรมดาสามัญทั่วไป” กิลเลียมส์ว่า “มันมีทั้งความประหลาดไปจนถึงความน่ากลัวในเรื่องเล่าเหล่านั้น ที่ทำให้คนดูสนุกไปกับมันได้

“แต่ก็แน่นอนว่าพวกเทพนิยายมันมีส่วนผสมของความมืดมิดอยู่ด้วย แม้ว่าส่วนมากมันจะจบลงอย่างมีความสุขหรืออะไรก็ตามที แต่ส่วนใหญ่แล้วมันมีส่วนผสมของอันตรายและความน่าหดหู่อยู่ทั้งนั้นแหละ”

Pan’s Labyrinth (2006, กีเยร์โม เดล โตโร) ก็ถูกสร้างขึ้นมาจากตำนานพื้นบ้านจนออกมาเป็นหนังแฟนตาซีสุดหดหู่ในหัวของเด็กหญิงโอเฟเลีย

“สำหรับผมแล้ว ทั้งเทพนิยายและเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิ้ลน่ะส่งผลต่อความคิดจิตวิญญาณมากพอๆ กันเลยครับ” เดล โตโรว่า “ตอนยังเด็กผมยังเคยคิดเลยว่าพวกเทพนิยายเองก็สอนอะไรเราบางอย่างซึ่งผมไม่ชอบใจเลย ผมไม่ชอบเรื่องที่มันสอนเราว่า ‘อย่าออกไปเดินตอนกลางคืนนะ’ อะไรทำนองนั้น เทพนิยายหลายเรื่องมันถูกสร้างมาเพื่อให้เด็กๆ กลัว แต่ก็มีเทพนิยายอีกหลายเรื่องที่สอนให้เด็กๆ มีความหวังเหมือนกันซึ่งนี่เป็นส่วนที่ผมชอบมากเลยครับ”

Related image

แต่มนตราของเทพนิยายก็ไม่ได้มีแต่เพียงด้านมืดมิดเท่านั้น เมื่อหลายต่อหลายครั้ง ด้านสดใสและเปี่ยมความหวังของมันก็ถูกนำมาเล่าในหนัง ทั้งแอนิเมชั่น Shrek (2001, วิกกี เจ็นสัน, แอนดรูว์ อดัมสัน), Tangled (2010, ไบรอน โฮวาร์ด, นาธาน กรีโน) หรือ Thumbelina (1994, ดอน บลูธ, แกรี โกลด์แมน) ที่ล้วนแล้วแต่ดึงเอาด้านสว่างไสวและให้ความหวังของเทพนิยาย มาบอกเล่าและโอบกอดเหล่าคนดูอยู่เสมอนั่นเอง

โรวาน วิลเลียมส์ นักบวชและอดีตบาทหลวงแห่งแคนเทอเบอร์รี ให้ความเห็นว่า แม้ด้านหนึ่งของเทพนิยายเหล่านี้จะบอกผู้ฟัง/คนดูว่าคนที่เรารักหรือคนในครอบครัวก็อาจกลายมาเป็นศัตรูได้ก็จริง “แต่อีกด้านหนึ่ง เหล่าสัตว์ป่าหรือสิ่งแปลกปลอมก็อาจกลายเป็นมิตรกับเราด้วยเช่นกัน”