5 เรื่องเบื้องหลังสุดโหดที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับ The Revenant หนังคนเถื่อนที่กองถ่ายเถื่อนยิ่งกว่า!

Home / bioscope / 5 เรื่องเบื้องหลังสุดโหดที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับ The Revenant หนังคนเถื่อนที่กองถ่ายเถื่อนยิ่งกว่า!

ไม่เพียงแต่จะเป็นหนังที่่ทำรายได้ถล่มทลายที่ 533 ล้านเหรียญฯ (จากทุน 135 ล้านเหรียญฯ) แต่ยังเข้าชิงออสการ์ถึง 12 สาขาและคว้ากลับมาได้ 3 สาขาเน้นๆ ได้แก่นำชายยอดเยี่ยม สมกับที่ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ยอมผจญหิมะและต่อยกับหมีอยู่ค่อนเรื่อง (ทั้งยังมีผลให้มีมอินเตอร์เน็ต ‘ลีโอผู้นกออสการ์’ ใช้งานไม่ได้อีกต่อไป), ผู้กำกับยอดเยี่ยม ซึ่ง อเลคันโดร กอนซาเลซ อีนาร์ริตู คว้ารางวัลนี้มาได้สองปีซ้อนต่อจาก Birdman (2015) และกำกับภาพยอดเยี่ยมให้ เอ็มมานูเอล ลูเบซกี ชื่นใจคุ้มราคาที่แบกกล้องถ่ายหนังทั้งเรื่องด้วยแสงธรรมชาติ!

เรื่องราวของ ฮิวจ์ กลาส (ดิคาปริโอ) นายพรานที่โดนหมีตบและถูกเพื่อนในคาราวานทิ้งให้ตายอย่างโดดเดี่ยว แต่เขาไม่ตายและยังกลับมาแก้แค้นเอาคืนอย่างเจ็บแสบ ท่ามกลางสภาพอากาศสุดโหดอันเต็มไปด้วยเทือกเขา หิมะและอุณหภูมิติดลบหลายองศา ทั้งหมดนี้โหดไม่แพ้เรื่องราวเบื้องหลังกองถ่าย เมื่ออีนาร์ริตูยืนยันจะไม่ใช้ CGI ในการถ่ายทำจนทั้งกองต้องดั้นด้นไปถ่ายในป่าตอนฤดูหนาว และทำให้ทีมงานต้องเจอกับความแปรปรวนของธรรมชาติที่อยู่ๆ ฤดูร้อนก็มาเร็วขึ้นจนหิมะละลายและต้องย้ายกองกันจ้าละหวั่น ทั้งผู้กำกับยังมุ่งมั่นที่จะถ่ายหนังทั้งเรื่องด้วยแสงธรรมชาติแบบไม่แยแสต่อสิ่งใดทั้งสิ้นจนทำเอาทีมงานถึงกับลาออกเพราะทนความโหดในกองถ่ายไม่ไหว!

และนี่คือเรื่องราวความทรหดของมนุษย์กองถ่ายใน The Revenant!

1. ไม่มี CGI

Image result for the revenant alejandro gonzalez inarritu

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าอีนาร์ริตูไม่ยอมให้มีการใช้ CGI ในเรื่องและไม่ยอมถ่ายทำในสตูดิโอที่มีฉากเขียว (พร้อมเครื่องอำนวยความสะดวก) อย่างเด็ดขาด “ก็ถ้าเราถ่ายทำกับฉากเขียวพร้อมกาแฟอุ่นๆ ทุกคนในทีมก็คงแฮปปี้ดีแหละ แต่หนังมันจะออกมาห่วยหยั่งกะขี้แน่ๆ” ผู้กำกับร่าย นำไปสู่การแบกทีมงานทั้งหมดเท่าที่จะทำได้ขึ้นเขาลงห้วย จนหลายคนออกมายืนยันว่านี่เป็นชีวิตการทำงานที่หนาวที่สุดของพวกเขาแล้ว (จนดิคาร์ปริโอให้สัมภาษณ์ว่า “นี่เป็นการถ่ายหนังที่ยากที่สุดที่ผมเคยแสดงแล้ว”)

พวกเขาจึงต้องโยกย้ายสถานที่ถ่ายทำถึง 12 แห่ง (!!!) เพื่อหลีกหนีปัญหาสภาพอากาศที่อุ่นร้อนเร็วเกินไป โดยเฉพาะในแคนาดาที่ซัมเมอร์เหมือนจะมาถึงเร็วกว่าที่อีนาร์รีตูคิดไว้ พวกเขาจึงแก้ปัญหาด้วยการไปถ่ายทำถึงในอาร์เจนติน่าแทน! ซึ่งโชคดีที่พวกเขาหาโลเคชั่นที่ยังมีเกล็ดหิมะโปรยลงที่พื้นได้ทัน ก่อนที่มันจะละลายหายไป… และแน่นอนว่านั่นคือฉากจบอันทรงพลังของหนังนั่นเอง

2. ความหนาว

Image result for the revenant snow

“ทุกวัน พวกเราต้องสู้กับตัวเองและคนอื่นๆ รอบตัวไม่ให้ป่วยจนหนาวตายไปซะก่อน” ดิคาปริโอว่า ซึ่งความหนาวเย็นดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำให้นักแสดงสั่นจนซีด (แม้จะห่มตัวเองด้วยผ้านวมผืนยักษ์แล้ว) ริมฝีปากแตกแห้งและขนตาที่ติดกันจนลืมตาไม่ขึ้นเนื่องจากน้ำแข็งเกาะ แต่ยังลามไปถึงกล้องนับสิบตัวในกองถ่ายที่โดนพิษของอากาศหนาวจนใช้งานไม่ได้

และครั้งเดียวที่สภาพอากาศโหดร้ายมากเสียจนดิคาปริโอต้องแตะบ่าผู้กำกับเพื่อบอกให้หยุดถ่ายทำ คือฉากที่กลาสส์คุยกับลูกชาย ท่ามกลางหิมะและพายุลูกเห็บที่ถาโถมเป็นบ้าเป็นหลังจนทำให้กล้องไม่ทำงาน ซึ่งก็ไม่รู้จะทู่ซี้ถ่ายไปทำไม เขาจึงขอให้หยุดก่อนนั่นเอง

3. แสงธรรมชาติกับกล้องดิจิตอล

Image result for the revenant lubezki

เงื่อนไขแรกของทั้งลูเบซกีและอีนาร์รีตูคือการถ่ายด้วยแสงธรรมชาติทั้งเรื่องด้วยกล้องฟิล์ม และอาจจะถ่ายด้วยกล้องดิจิตอลในบางฉากที่มืดหรือฉากกลางคืนเท่านั้น แต่เมื่อได้ลองถ่ายจริงๆ ลูเบซกีก็ประหลาดใจมากที่ภาพจากกล้องดิจิตอลนั้นถูกใจพวกเขามากกว่ากล้องฟิล์มอย่างมาก จนทีมงานเปลี่ยนมาถ่ายด้วยกล้องดิจิตอลทั้งเรื่องแทน “ตอนเราลองถ่ายโดยให้นักแสดงลองไปแสดงก่อน เราชอบสิ่งที่ได้จากกล้องดิจิตอลมากๆ เพราะมันถ่ายให้เราได้แม้ในที่ที่แสงน้อยมากๆ” นั่นเพราะแสงคือเงื่อนไขหลักของการถ่ายทำสุดทรหดนี้ เนื่องจากอีนาร์รีตูปรารถนาจะถ่ายทั้งเรื่องโดยไม่มีการจัดแสงเลย และกล้องดิจิตอลนั้นก็แสนตอบโจทย์เรื่องนี้

ครั้งเดียวที่ลูเบซกีดื้อดึงให้อีนาร์รีตูจัดแสงคือฉากแคมป์ไฟ ท่ามกลางลมพายุที่พัดจนคุมทิศทางแสงไม่ได้ “เราต้องเปิดไฟรอบๆ กองไฟนั่นเพื่อกำหนดทางของแสงให้ออกมาดีให้ได้ และนั่นแหละ คือการจัดแสดงครั้งเดียวที่เราใช้ในหนังล่ะ” ลูเบซกีว่า

4. งบประมาณที่บานปลาย

Image result for the revenant behind the scenes

การย้ายสถานที่ถ่ายทำถึง 12 แห่ง ทั้งยังเอาทีมงานไปด้วยชุดใหญ่ ทำให้งบประมาณกระโดดไปสูงกว่าที่สตูดิโอประมาณการณ์ไว้ตอนแรก แถมยังทำให้หลายคนจับตามองดราม่าที่อาจเกิดขึ้นระหว่างคนทำหนังกับสตูดิโอ ซึ่งอีนาร์รีตูบอกอย่างไม่แยแสว่า นี่เป็นหนังที่ทุนต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วสำหรับกองที่ออกไปถ่ายทำในสถานที่จริง

ไม่เพียงเท่านั้น ความโหดของงานยังทำให้มีทีมงานหลายคนทนไม่ไหว ลาออกจากกองดื้อๆ รวมถึงถูกอีนาร์รีตูจะเพิดออกไปอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งผู้กำกับยอมรับว่าจริง “ก็ถ้าผมเป็นคนคุมวงออเคสตร้าแล้วเสียงไวโอลินมันเพี้ยนโดดขึ้นมา ผมก็ต้องเอาออกสิ” เขาบอกหน้าตาเฉย

5. การแสดงอันน่าจดจำแสนทรหดของพี่ลีโอ

Image result for the revenant bison liver

เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บทของ ฮิวจ์ กลาสส์ นั้นคือสมควรทุกประการที่จะส่งให้ดิคาปริโอคว้าออสการ์นำชายมาครองเป็นครั้งแรก นั่นเพราะเขาแสนจะทุ่มเทกับมันด้วยการไปเรียนภาษาพื้นเมืองท้องถิ่นกับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง, เรียนยิงปืนประดิษฐ์ (ที่จะลดโอกาสเขาทำมือตัวเองฉีกเพราะปืนระเบิด), ก่อไฟเองได้, ใช้อาวุธอย่างคล่องแคล่ว (ที่กองถ่าย เวลาว่างพวกเขาเหล่านักแสดงจะเล่นขว้างขวานใส่เป้าพร้อมเงินพนัน ซึ่งดิคาปริโอเป็นคนได้เงินนั้นมาครองเยอะสุด)

ไม่เพียงเท่านั้น แต่ฉากกินตับวัวไบซัน (อันขึ้นชื่อ) ก็ยังแสนทุ่มเท เพราะแม้ทีมงานจะเอาเจลาตินสีแดงมาให้เขากินขณะแสดง แต่ดิคาปริโอออกความเห็นว่ามันหน้าตาห่างไกลจากตับของจริงไปมาก เขาจึงลงเอยด้วยการกินตับสัตว์จริงๆ ในฉาก (ซึ่งเขาบอกภายหลังว่า “จะไม่มีวันทำอะไรแบบนั้นอีก-เด็ดขาด”)

ติดตามชม The Revenant ได้ ทาง Mono29
วันที่ 25 ก.พ. เวลา 20.30 น.
//////////////////////////////////////
สามารถรับชม หนังดี ซีรีส์ดัง ได้ทางช่อง MONO29
และดูออนไลน์ได้ที่ http://mono29.mthai.com/livetv