จาก Night of the Living Dead ถึง World War Z: หนังซอมบี้กับเงาสะท้อนบริบททางการเมือง

Home / bioscope / จาก Night of the Living Dead ถึง World War Z: หนังซอมบี้กับเงาสะท้อนบริบททางการเมือง

หลายคนคงสงสัยว่า เอ๊ะ ไอ้เจ้าผีดิบคืนชีพ-ที่ต่อมาจะกลายเป็นหนึ่งในความสยองขวัญของโลกภาพยนตร์-พวกนี้มันเกี่ยวข้องกับการเมืองยังไงกันนะ

เราขอย้อนไปถึงแหล่งที่มาของซอมบี้กันก่อน ซอมบี้หรือผีดิบนั้นเป็นความเชื่อของชาวเฮติ ที่เชื่อว่าใครก็ตามที่ไม่ได้ตายโดยธรรมชาติ เช่น ถูกฆาตกรรมนั้น จะหาทางกลับหลุมศพของตัวเองได้ช้า และระหว่างนั้นก็อาจถูกแม่มดหมอผีดึงไปเป็นทาสได้ ความเชื่อนี้ขยายไปกว้างกว่าเดิมเมื่อชาติตะวันตกเริ่มล่าอาณานิคม โดยเฉพาะเมื่ออเมริกาครองเฮติได้ในปี 1915 เหล่าบาทหลวงในคาทอลิกจึงออกปราบความเชื่อนี้เสียสิ้น

จุดเริ่มต้นของซอมบี้ในโลกภาพยนตร์อาจจะเริ่มต้นจากหนังเรื่อง White Zombie ปี 1932 ก็จริง ทว่าซอมบี้ในยุคนั้นเป็นแค่ ‘ซอมบี้วูดู’ ที่ถูกปลุกขึ้นมาตามคำสั่งของพวกพ่อมดหมอผี ทว่า เมื่ออเมริกาเดินหน้าเข้าสงครามโลกครั้งที่สอง เราก็ได้เห็นสัญญะบางอย่างปรากฏในหนังฮอร์เรอร์เหล่านี้ เช่น Revenge of the Zombies (1943, สตีฟ เซเคลี) ซึ่งว่าด้วยนายแพทย์ใจร้ายที่สร้างกองทัพซอมบี้นาซีให้กองทัพเยอรมัน ซึ่งสะท้อนภาพของสงครามในห้วงเวลานั้นได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ในยุคถัดมา อันเป็นยุคของสงครามเวียดนามและไล่ไปถึงสงครามเย็นระหว่างโลกเสรีกับโลกคอมมิวนิสต์ ก็มาถึงยุคของคุณปู่นักทำหนังผู้รังสรรค์โลกและกฎของซอมบี้อย่าง จอร์จ เอ โรเมโร ซึ่งออกแบบเงื่อนไขของผีดิบ เช่น การยิงหรือทำลายสมองของซอมบี้ที่จะเป็นการหยุดพวกมันได้ หรือถ้าใครถูกกัด/ข่วนจะต้องตายกลายเป็นซอมบี้ เป็นต้น ผ่านภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาอย่าง Night of the Living Dead เมื่อปี 1968 และ Dawn of the Dead (1978)

แต่ผีดิบผู้คุ้มคลั่งนี้ โดยแท้จริงแล้ว มันสะท้อนนัยยะทางการเมืองหลายประการ เริ่มตั้งแต่ที่ตัวโรเมโรเองที่หยิบเอา I Am Legend (1954) ของ ริชาร์ด แมเธอสัน ที่ว่าด้วยมนุษย์คนสุดท้ายบนโลกที่มีแต่แวมไพร์ยึดครอง มาดัดแปลงให้เป็นคืนนรกแตกที่ผู้รอดชีวิตทั้ง 7 คนต้องหลบหนีฝูงซอมบี้และมารวมตัวกันในบ้านร้างหลังหนึ่ง โดยหนังทุนต่ำเรื่องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบททางสังคมของสหรัฐอเมริกาในขณะนั้นที่มีบรรยากาศอึมครึมเพราะความหวาดกลัวจากหลายปัจจัย ซึ่งก็ส่งผลให้ผู้สร้างหนังหลายรายหันมาสร้างหนังสยองขวัญไซ-ไฟที่มีนัยยะว่าด้วย ‘ความหวาดระแวงความเป็นอื่น’ กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ซึ่งทั้งหมดนี้แสดงให้ถึงสภาวะอันน่าหวาดหวั่นของผู้คนที่มีต่อสงครามเย็นและลัทธิคอมมิวนิสต์ที่เกิดมาจากการโฆษณาชวนเชื่อของรัฐ

ฉะนั้น ซอมบี้ในหนังเรื่องนี้ของโรเมโรจึงคือ ตัวแทนของ ‘คอมมิวนิสต์’ นั่นเอง โดยโรเมโรได้สร้างซอมบี้ใน Night of the Living Dead ขึ้นมาโดยให้มีภาพตรงตามที่รัฐบรรยายถึงพวกคอมมิวนิสต์ไว้ในโฆษณาชวนเชื่ออย่างชัดเจน (“คนพวกนี้ไม่นับถือพระเจ้า ไร้จิตวิญญาณ และต้องการทำลายคนอเมริกัน”) ทั้งยังออกแบบให้พวกมันสามารถ ‘แพร่เชื้อ’ ให้กับคนอื่นได้ด้วย ซึ่งเป็นการเปรียบเปรยถึงความหวาดกลัวต่อลัทธิคอมมิวนิสต์ของรัฐที่เปลี่ยนให้ประชาชน ‘กลายเป็นอื่น’ ไป

และในต้นยุค 80 หนังซอมบี้ก็อธิบายภาวะน่าสนใจบางอย่างในอเมริกาได้เป็นอย่างดี เมื่อมันเป็นยุคที่โรคเอดส์แพร่กระจายอย่างรุนแรงและผู้คนยังไม่มีองค์ความรู้มากพอจะรับมือหรือป้องกันโรคได้อย่างถูกวิธี ความหวาดกลัวจึงแพร่ลามไปอย่างรวดเร็ว จนมันสะท้อนให้เห็นผ่านวิดีโอเกมฮิตอย่าง Resident Evil (1996) ที่พูดถึงเชื้อโรคแพร่กระจายและหากใครติดเชื้อนั้นก็จะกลายเป็นผีดิบบ้าคลั่งไล่กัดกระชากคน!

ขณะที่หนังและซีรีส์ว่าด้วยซอมบี้ในยุคหลังๆ นั้น พูดถึงความหวาดหวั่นของมนุษย์ที่มาจากความต่างทางด้านความเชื่อและการเมืองอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ World War Z (2013, มาร์ค ฟอร์สเตอร์) ที่ฉากไคลแม็กซ์ของเรื่องนั้นเทียบได้กับการพูดถึงเหล่าผู้อพยพและผู้ลี้ภัยที่ยังคงเป็นประเด็นร้อนในทั่วโลกตอนนี้ได้เป็นอย่างดี หากแต่ซอมบี้ในหนังยุคหลังๆ นั้นไม่ได้ถูกเปรียบอย่างเป็นผู้ร้ายเสมอไป ตรงกันข้ามคือเหล่ามนุษย์ในเรื่องต่างหากที่แทบไม่มีความเป็นมนุษย์เหลืออยู่ และความแล้งน้ำใจของพวกเขาก็กลายเป็นภาพสะท้อนของการไม่อาจเป็นมนุษย์นั่นเอง

*บางส่วนนำมาจากบทความ ‘จอร์จ เอ โรเมโร : เมื่อราชาแห่งผีดิบลาลับ’ โดย จักรพงษ์ เอี่ยมสอาด จาก BIOSCOPE ฉบับที่ 181

ติดตามชม World War Z ได้ ทาง Mono29
วันที่ 1 มี.ค. เวลา 11.45 น.
//////////////////////////////////////
สามารถรับชม หนังดี ซีรีส์ดัง ได้ทางช่อง MONO29
และดูออนไลน์ได้ที่ http://mono29.mthai.com/livetv