(BIOSCOPE People) โคบี ไบรอันต์ นักกีฬาบาสเก็ตบอลผู้ได้รางวัลออสการ์คนแรกของโลก

Home / bioscope / (BIOSCOPE People) โคบี ไบรอันต์ นักกีฬาบาสเก็ตบอลผู้ได้รางวัลออสการ์คนแรกของโลก

หลังคว้าแชมป์ห้าสมัย, เป็นเจ้าของรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP), ติดอันดับผู้เล่นออล-สตาร์อีก 18 ฤดูกาล โคบี ไบรอันต์ อดีตนักบาสเก็ตบอลจากทีม แอล เอ เลเกอร์ส ลีก NBA ก็มีรางวัลไปประดับตู้ที่บ้านเพิ่ม… นั่นคือรางวัลออสการ์ (!?)

Dear Basketball แอนิเมชั่นความยาวหกนาที บอกเล่าช่วงชีวิตการเป็นนักบาสเก็ตบอลอาชีพก่อนรีไทร์ของไบรอันต์ คว้าเอารางวัลแอนิเมชั่นขนาดสั้นยอดเยี่ยมจากออสการ์มาครอง และนั่นส่งให้เขากลายเป็นนักบาสเก็ตบอลคนแรกของโลกที่คว้าเอาออสการ์ไปนอนกอดได้

 

 

แต่อย่าไปคิดเชียวว่าไบรอันต์คือนักกีฬาผู้อารีอารอบและเป็นที่รักยิ่งในวงการบาสเก็ตบอล เพราะตลอดระยะเวลาสองทศวรรษในการเป็นนักกีฬา เขาแทบจะแขวนป้ายตัวเองว่าเป็นหนึ่งในนักบาสเก็ตบอลผู้อหังการ จนเผลอๆ จำนวนดอกไม้ที่เขาได้รับด้วยความรักนั้นก็น่าจะพอๆ กันกับจำนวนก้อนหินจากเหล่า haters แถมด้วยสารพัดสารพันวีรกรรมในสนาม โดยเฉพาะเมื่อปี 2006 ในเกมระหว่างเลเกอร์สกับ โตรอนโต แร็ปเตอร์ส ไบรอันต์ก็ทำแต้มคนเดียวไปถึง 81 แต้ม (!!) ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากการไม่ยอมจ่ายบอลให้เพื่อนคนไหนในทีมได้ยัดลงห่วง จนถูกสื่อและแฟนบาสเรียก (แกมแซะ) ว่าเป็น ‘พ่อนักบาสชายเดี่ยว’

ยังไม่นับวีรกรรมให้สัมภาษณ์สื่อแบบโนแคร์โนสน ยิ่งกับคนดูที่วิจารณ์เขาอย่างรุนแรง เขายิ่งไม่สนเข้าไปใหญ่ (กาลครั้งหนึ่งขณะที่ทีมเขาทำแต้มตามอยู่ เขาเคยให้สัมภาษณ์หน้าตาเฉยว่า ‘หุบปากแล้วปล่อยให้เราทำงานซะ’) หรือพฤติกรรมหัวร้อนในสนาม ที่แม้ไม่ถึงกับทำให้เลือดตกยางออก แต่ก็ห่างไกลกับการเป็นนักกีฬาที่น่ารักของหลายๆ คน

แล้วอดีตนักกีฬาผู้ทำรายได้หลายร้อยล้านเหรียญฯ, เจ้าของสถิติกว่าสามหมื่นแต้ม แถมด้วยสารพัดคนรักคนชัง มาทำอะไรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์กัน

อันที่จริงแล้ว ร่างแรกของ Dear Basketball นั้นมาจากบทกวีแถลงการณ์ประกาศรีไทร์ตัวเองเมื่อปี 2015 ของไบรอันต์ เล่าถึงเด็กชายที่โยนม้วนถุงเท้าลงตระกร้าถังขยะก่อนจะเติบโตมาเป็นนักกีฬาอาชีพ ก่อนจะขยับขยายกลายมาเป็นแอนิเมชั่นขนาดสั้นที่ไบรอันต์นั่งแท่นโปรดิวเซอร์เอง และได้ เกล็น คีน อดีตทีมงานดิสนีย์ผู้อยู่เบื้องหลัง Beauty and the Beast (1991), Tarzan (1999) มาเป็นผู้กำกับให้ ทั้งยังโชว์เหนือด้วยการได้ จอห์น วิลเลียมส์ คอมโพสเซอร์จาก Star Wars, Jurassic World, Harry Potter (ไบรอันต์เป็นแฟนเดนตายของแฟรนไชส์พ่อมดน้อย) มาทำดนตรีประกอบ (แม้วิลเลียมส์จะบอกไบรอันต์ว่า เขาน่ะ ‘ไม่เคยดูบาสเก็ตบอลนะ จะระดับไฮสคูล, วิทยาลัย, แข่งแบบอาชีพ หรือแม้แต่ทางทีวีก็ไม่เคยดู’ ก็ตามที)

“ตอนที่ลงมือเขียนบทกวี ผมไม่ได้รู้สึกเหมือนกำลังเขียนแถลงการณ์ประกาศรีไทร์อะไรนะ” ไบรอันต์เล่า “มันเหมือนผมกำลังคุยกับเกมแต่ละเกมที่ผมเคยลงเล่น และมันมีความหมายต่อผมมากแค่ไหนมากกว่า เป็นมุมมองและห้วงอารมณ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละสนาม ดังนั้น แทนที่จะกล่าวบอกลา ผมก็อยากขอบคุณกันมากกว่า รู้สึกชื่นชมมากกว่า มันเป็นสถานที่ที่สวยงามนะครับ”

ภายหลังจากบทกวีนั้นถูกเผยแพร่ เจ้าของแหวนห้าวงจากลีกบาสเก็ตบอลระดับโลกก็เกิดความคิดอยากให้มันกลายเป็นแอนิเมชั่นที่เสริมสร้างบันดาลใจผู้คนดู “ผมรู้สึกยังกับได้กลับไปเป็นเด็ก ตอนนั้นผมเรียนรู้อะไรตั้งมากตั้งมายจากภาพเคลื่อนไหว ผมเลยคิดว่ามันน่าจะโอเค ถ้าผมอยากจะสอนบทเรียนที่ผมได้มาจากบาสเก็ตบอล หนทางที่เยี่ยมที่สุดคือบอกเล่าผ่านภาพเคลื่อนไหว ผ่านดนตรีและแอนิเมชั่นนี่แหละ”

หลายคนอาจไม่รู้ว่าไบรอันต์เป็นแฟนตัวยงของการ์ตูนคลาสสิกดิสนีย์และอนิเมะจากฝั่งญี่ปุ่น (เรื่องบังเอิญเล็กๆ น้อยๆ คือชื่อโคบี-Kobe-ของเขานั้นสะกดตามชื่อร้านเนื้อย่าง เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น) “ผมรู้สึกว่าแอนิเมชั่นมันสื่อสารได้ด้วยง่ายและหลายชั้นมากกว่าหนังคนแสดง แก่นแกนหลักของสิ่งที่เราอยากเล่า อารมณ์ความรู้สึกหรือความคิดลึกซึ้งนั้น มันสื่อผ่านภาพเคลื่อนไหวเหล่านี้ได้”

ยิ่งมีลูกสาว ไบรอันต์ยิ่งมีโอกาสได้ดูสื่อภาพเคลื่อนไหวมากมาย และตัวเขาเองเพิ่งได้ดู Duet (2014) แอนิเมชั่นขนาดสั้นเรื่องแรกของคีน ก็ทำให้ไบรอันต์ติดต่อคีนให้มาวาดและกำกับเรื่องราวที่จะสร้างมาจากบทกวีของเขาทันที “ผมว่าเรื่องเล่าของผมมันต้องมาจากลายเส้นที่วาดด้วยมือ มันต้องไม่ได้มาจากการสร้างด้วย CGI ผมว่าการวาดมือมันมีพลังมากกว่าเพราะอาชีพของผมก็สร้างขึ้นจากมือเหมือนกัน เพราะงั้นผมเลยรู้สึกอยากให้มันมีความเป็นงานฝีมือหน่อย และชื่อของเกล็นก็แวบมาเป็นชื่อแรกที่ผมคิดถึงเลย”

คีนเริ่มงานด้วยการนั่งดูคลิปการแข่งขันแทบทั้งหมดของไบรอันต์เพื่อศึกษาการเคลื่อนไหว (“โดยเฉพาะท่ายิงสามแต้มน่ะครับ!”) ก่อนค่อยๆ ออกแบบลายเส้นในเวลาต่อมา ขณะที่วิลเลียมส์ซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการทำคอมโพสเซอร์เพลงให้โปรเจ็กต์ Star Wars บอกว่าสามารถปลีกเวลามาทำเพลงให้แอนิเมชั่นของไบรอันต์ได้แค่สองสัปดาห์เท่านั้น “และอันที่จริงแค่นั้นผมก็ดีใจมากแล้วจริงๆ นะ” ไบรอันต์ว่า “แต่วิลเลียมส์บอกผมอีกว่า ‘และถ้าคุณไม่ว่าอะไรนะ ผมอยากใช้วงออเคสตร้าเต็มวงในหนังของคุณ แบบเดียวกับที่ใช้ใน Star Wars นั่้นแหละ’ ผมงี้เหวอไปเลย”

จนถึงนาทีนี้ เมื่อ Dear Basketball คว้ารางวัลออสการ์สาขาแอนิเมชั่นขนาดสั้นยอดเยี่ยมมาครองได้ ก็ส่งให้ไบรอันต์กลายเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลคนแรกที่ได้ออสการ์กลับไปประดับที่บ้าน ทั้งความแสบสันต์อีกอย่างคือตอกหน้านักข่าวจากช่อง Fox ที่เพิ่งสบประมาท เลบรอน เจมส์ นักกีฬาร่วมอาชีพว่า “เป็นนักกีฬาก็ควรหุบปาก (เรื่องการเมือง) และเลี้ยงบอลไปอย่างเดียวก็พอแล้ว” ด้วยการประกาศบนเวทีหลังรับรางวัลว่า “ในฐานะนักกีฬาบาสเก็ตบอล เราสมควรจะแค่หุบปากและเลี้ยงบอลไปเฉยๆ ผมดีใจนะที่เราทำอะไรได้มากกว่านั้นนิดหน่อย”

แม้เป้าหมายแรกและเป้าหมายหลักของไบรอันต์ในการทำแอนิเมชั่นเรื่องนี้จะเป็นเพียงการกระตุ้นให้คนที่ได้ดู Dear Basketball เกิดแรงบันดาลใจลงมือทำในสิ่งที่พวกเขาหลงใหล หากแต่การที่มันคว้าออสการ์มาได้ ก็นับเป็นหลักไมล์และความสำเร็จที่น่าจับตาของไบรอันต์-ทั้งในฐานะนักกีฬาและในฐานะนักเล่าเรื่อง-ด้วยเช่นกัน