Before Sunset

รื้อหิ้งหนังเก่า : Before Sunset – ในวัยกลางคนและการตั้งคำถามว่า “รักแท้..มีจริงหรือไม่ ?”

Home / bioscope / รื้อหิ้งหนังเก่า : Before Sunset – ในวัยกลางคนและการตั้งคำถามว่า “รักแท้..มีจริงหรือไม่ ?”

“คุณไม่สามารถหาใครมาแทนที่ใครได้หรอก เพราะทุกๆ คนถูกสร้างขึ้นมาด้วยรายละเอียดเฉพาะตัวที่สวยงาม เหมือนที่ฉันจำเคราของคุณที่สะท้อนกับแดดจนมีสีแดงนิดๆ แสงแดดทำมันส่องประกาย มันเกิดขึ้นในเช้าวันนั้นก่อนที่คุณจะจากไป ฉันยังจำมันได้ และฉันคิดถึงมันเหลือเกิน”

ในขณะที่เซลีนพูดประโยคนี้กับเจซซี่ แสงอาทิตย์ก็สะท้อนกับเคราแพะของเขาพอดี มันส่งประกายสีแดงอย่างที่เธอพูดไว้ เพียงแต่มันประดับบนใบหน้าของชายวัยกลางคน ไม่ใช่ชายหนุ่มที่เธอเคยเจอเมื่อ 9 ปีก่อน ย้อนไปเมื่อปี 1995 เจซซี่ (อีธาน ฮอว์ค) หนุ่มอเมริกัน และ เซลีน (จูลี่ เดลพี) สาวฝรั่งเศสพบกันครั้งแรกใน Before Sunrise ซึ่งผู้กำกับ ริชาร์ด ลิงค์เลเตอร์ ได้ถ่ายทอดค่ำคืนที่ทั้งคู่ค้นพบว่าอาจเป็นรักแท้ของกันและกัน แต่ก็ไม่มีเวลาเพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าสมมติฐานของชีวิต ทั้งคู่จากกันโดยมีสัญญาใจไว้ที่กรุงเวียนนา

Before Sunrise (1995)

ในปี 2004 ทั้งสองกลับมาพบกันอีกครั้งใน Before Sunset เจซซี่กลายเป็นนักเขียนที่กำลังสร้างชื่อ ส่วนเซลีนเป็นนักดนตรีหัวใจอิสระ เจซซี่บินมาที่ปารีสเพื่อโปรโมทหนังสือเล่มล่าสุดของเขา ซึ่งมันเขียนโดยใช้แรงบันดาลใจมาจาก “คืนนั้น” ที่ทั้งคู่อยู่ร่วมกัน ในระหว่างที่เขากำลังยืนในร้านหนังสือเล็กๆ เพื่อพบปะแฟนหนังสือ ณ มุมมืดด้านหนึ่งของร้าน เซลีนอบยิ้มแอบมองเขา เธออ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้ว และเธอรู้ดีว่ามันเกี่ยวกับเธอ

เจซซี่มีเวลาอีกประมาณ 1 ชั่วโมง เขากับเซลีนจึงเดินพูดคุยกันไปเรื่อยๆ แน่นอนว่านี่คือหนังที่เล่าเรื่องของสองตัวละครนี้เท่านั้น ทั้งสองไม่ทำอะไรอื่นนอกจาก พูด พูด และ พูด หนังเรื่องนี้น่าจะหยิบยืมชื่อหนังปี 1996 เรื่อง Walking and Talking มาใช้

Before Sunset คืองานอดิเรกที่บ่งบอกฝีมือของลิงค์เลเตอร์ เขาถ่ายหนังเรื่องนี้ภายใน 15 วัน และเกือบทุกฉากถ่ายทำแบบลองเทคที่ยาวฉากละ 7-8 นาที ลิงค์เลเตอร์เขียนบทหนังร่วมกับ อีธาน ฮอว์ค และ จูลี่ เดลพี ซึ่งในชีวิตจริงฮอว์คก็เป็นนักเขียนเหมือนกับเจซซี่ เดลพีเองก็เป็นนักร้องเหมือนเซลีน Before Sunset จึงเป็นเหมือนบ้านเล็กๆ ที่ใช้เศษเสี้ยวความทรงจำของทั้งสามคนก่อตัวขึ้นมา

Before Sunset (2004)

เซลีน : “ความทรงจำเป็นสิ่งสวยงาม …ถ้าคุณไม่เผชิญหน้ากับอดีต”
เจซซี่ : “ผมเอาคำพูดคุณไปทำสติ๊กเกอร์ได้ไหม”

ความฉลาดของตัวละครคือสิ่งที่ทำให้เราหลงรักพวกเขามากขึ้น ใน Before Sunrise ถึงแม้ทั้งคู่จะดูเป็นปัญญาชนที่นิ่งสงบ แต่พวกเขาก็มีลมหายใจร้อนๆ ของวัยเยาว์ ทั้งสองโอบกอดร่ำลาไห้โหยหาก่อนลาจาก ความแตกต่างที่เกิดขึ้นใน Before Sunset ก็คือทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพียงแต่มีความสุขุม ฉลาด และคมคายมากขึ้น ประโยคหวานๆ ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือให้ซาบซึ้ง แต่มันคือคำพูดที่หลุดมาจากปากของตัวละครในวุฒิภาวะนั้นๆ

เจซซี่และเซลีนยังใช้เวลาทุกนาทีย้อนไปถึง “คืนนั้น” และมันได้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานของทั้งสอง มันคือความทรงจำดีๆ ว่าครั้งหนึ่งฉันเคยเฉียดใกล้ความรักในอุดมคติมากแค่ไหน แต่ปัญหาที่เจซซี่และเซลีนต้องกลับมาทบทวนอีกครั้งคือ ความบริสุทธิ์ รักแรกพบ และรักแท้มีอยู่ในโลกจริงๆ หรือ?

เวลาย่อมมาพร้อมความเปลี่ยนแปลง ในอดีตเจซซี่เหมือนหนุ่มข้างบ้านที่เราพบเจอทุกวัน ส่วนเซลีนคือสาวรวยเสน่ห์ผู้เปี่ยมด้วยความหอมหวานของวัยเยาว์ เก้าปีผ่านไป เจซซี่กลายเป็นหนุ่มใหญ่ที่มีริ้วรอยของความเหน็ดเหนื่อย หัวเราะมาหลายหมื่นครั้ง และดื่มเหล้านับแก้วไม่ถ้วน ส่วนเซลีนกลายเป็นหญิงวัยกลางคนที่ไม่เหลือเค้าโครงของวัยเยาว์อีกแล้ว ปรากฏเพียงดวงตาที่ข้างใต้มีรอยหมองคล้ำๆ ดวงตาที่ประคับไว้บนหน้าที่แห้งผากไปตามวัย

เพลงของเซลีนถูกใช้ใน Before Sunset ถึงสามครั้ง แต่เพลงของ นีน่า ซีโมน กลับกลายเป็นตัวแทนที่แท้จริงของหนังเรื่องนี้ เซลีนได้บรรยายถึงพรสวรรค์และความมหัศจรรย์ของนีน่าว่า ระหว่างที่นีย่าเล่นเปียโนในคอนเสิร์ต เธออาจหยุดเล่นกลางเพลง แล้วเดินส่ายก้นช้าๆ เพื่อไปทักทายผู้ชม หรือแม้แต่อาจจะหยุดเล่นแล้วเปลี่ยนเพลงใหม่ทันที ถ้าเสน่ห์ที่คาดเดาไม่ได้ทำให้ผู้คนทั่วโลกหลงรักนีน่า ซิโมน คงจะเป็นสาเหตุเดียวกันที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกหลงรักหนังเรื่องนี้และหลงรักเซลีน เธอคือผู้หญิงที่ทำให้ผู้ชายทุกคนรอบตัวเธอมีความสุข เจซซี่หลงรักเธอ กรุงปารีสหลงรักเธอ กล้องหลงรักเธอ ภาพยนตร์เรื่องนี้หลงรักเธอ และคนดูก็หลงรักเธอ

**จากบทความ “Love Has Two Faces : Before Sunset & All The Real Girls” โดย ไกรวุฒิ จุลพงศธร / ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 38 (ก.พ. 2548)