(BIOSCOPE People) เมลานี โลร็องต์ จาก ‘โชซานนา’ ในหนังของทารันติโน สู่อาชีพผู้กำกับ

Home / bioscope / (BIOSCOPE People) เมลานี โลร็องต์ จาก ‘โชซานนา’ ในหนังของทารันติโน สู่อาชีพผู้กำกับ

เธอเป็นนักแสดงฝีมือดีที่โลดแล่นทั้งในวงการหนังฝรั่งเศสและอเมริกา, เป็นผู้กำกับที่น่าจับตา หนังที่เธอกำกับออกฉายในงานเทศกาลหนังนานาชาติและกวาดรางวัลมาหอบใหญ่ แถมเธอยังเป็นนักร้องนักดนตรีที่ทำเพลงติดชาร์ตมาแล้วด้วย!

เมลานี โลร็องต์ “ครบเครื่อง” แบบนั้นล่ะ

เราอาจจดจำเธอได้จากบท โชซานนา ในหนังสงครามสุดระห่ำของ เควนติน ทารันติโน – Inglourious Basterds (2009) หรืออาจจะบทหญิงสาวใน Enemy (2013, เดนิส วีลเนิฟ) และตอนนี้ หนัง Galveston (2018) ที่เธอกำกับกำลังออกฉายในเทศกาลหนัง South by Southwest ที่จัดขึ้นล่าสุด เล่าถึงนักฆ่าและสาวขายบริการกับการออกล้างแค้นในเมืองกัลเวสตัน รัฐเท็กซัส, อเมริกา

ก่อนจะไปตั้งคำถามว่าแล้วนักแสดงสาวชาวฝรั่งเศสที่รุ่งโรจน์ทั้งการแสดงและงานดนตรี มาทำหนังที่แสนจะว่าด้วยความเป็นอเมริกันได้ยังไงนั้น เราอาจต้องบอกก่อนว่า Galveston ไม่ใช่หนังเรื่องแรกที่เธอกำกับ อันที่จริง ถ้านับทั้งหนังยาว หนังสั้น หนังสารคดีและซีรีส์ทางโทรทัศน์ มันก็เป็นผลงานการกำกับลำดับที่แปดของเธอเข้าไปแล้ว

เธอเริ่มกำกับหนังยาวเรื่องแรกในปี 2011 คือ Les adoptés เล่าเรื่องโศกนาฏกรรมความรักระหว่างสองพี่น้องบุญธรรมที่ไม่อาจแยกขาดจากกันได้ หนังได้รับคำวิจารณ์ดีเยี่ยมว่าเป็นหนังดราม่าน่าจับตา แถมยังส่งให้ เดนิส เมโนเชต์ นักแสดงตัวน้อยในเรื่องคว้ารางวัลนักแสดงเด็กน่าจับตาจากเวที Lumiere Awards อีกด้วย

ปี 2014 เธอกำกับหนังที่ส่งเธอเข้าชิงรางวัล Queer Palm ได้อย่าง Respire เรื่องราวของ ชาร์ลี สาวน้อยชาวฝรั่งเศสที่คิดมาตลอดว่าเธอน่ะก็เป็นเด็กสาวธรรมดาๆ เหมือนอย่างคนอื่นๆ และไม่มีอะไรโดดเด่น กระทั่งเมื่อเธอผูกสัมพันธ์กับ ซาราห์ เด็กสาวหน้าใหม่หัวขบถในโรงเรียน เธอก็พบว่าสิ่งที่เธอเป็นนั้นดูเหมือนจะห่างไกลกับคำว่าธรรมดามากขึ้นทุกที (หนังเข้าชิงรางวัลหนังยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังสต็อคโฮล์มด้วย)

อาจเพราะเธอเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำหนังกับบรรดาผู้กำกับเบอร์ใหญ่ๆ มาแทบจะโดยตลอด ทำให้ไอเดียการทำหนังของเธอนั้นคมคายและน่าสนใจไม่น้อย โลร็องต์ย้อนกลับไปยังวันที่เธอได้รับการติดต่อให้ไปออดิชั่นบทโชซานนาได้ “ในฐานะที่เป็นคนยิว ฉันฝันอยากฆ่าฮิตเลอร์มาตลอดแหละค่ะ” เธอเล่า “หลังออดิชั่นเสร็จ ฉันรออยู่สี่วันได้ เควนตินก็โทรศัพท์มาหาฉัน ถามหน้าตาเฉยว่า ‘เป็นไงบ้างจ๊ะ’ ฉันตอบเขากลับไปแค่ว่า ‘ไม่ค่อยโอเคหรอกย่ะ ทีนี้ตอบมาคำเดียวก็พอว่าฉันได้หรือไม่ได้บท’ แล้วเขาก็ถามฉันกลับว่า ‘คุณอยากมาเป็นโชซานนาของผมไหมล่ะ’ ฉันงี้รีบตอบตกลงเลย”

โลร็องต์เรียนรู้การทำงานจากทารันติโนไม่น้อย เธอเล่าว่าทารันติโนมักจะเปิดเพลงเสียงดังระหว่างให้นักแสดงรอเข้าฉาก และเมื่อเธอเป็นผู้กำกับ เธอก็ทำแบบนั้นกับหนังของตัวเองบ้าง เช่นเดียวกับ ไมค์ มิลล์ส ที่โลร็องต์เคยร่วมงานด้วยจาก Beginners (2010) “เขาคือผู้กำกับที่เป็นต้นแบบให้ฉันทุกอย่าง เขาน่ารัก เปี่ยมพรสวรรค์และใส่ใจนักแสดงเสมอเลย”

แน่นอนว่าเธอเขียนบทเองด้วย “การเขียนบทเป็นขั้นตอนที่ฉันชอบที่สุดล่ะ มันเป็นช่วงเวลาที่เราไม่มีอะไรในมือเลยทั้งที่เราก็รู้ว่าต้องสร้างอะไรสักอย่างขึ้นมา ต้องสร้างตัวละคร สร้างเนื้อเรื่องและมีภาพในหัวที่แจ่มชัดด้วย”

นอกจากนี้ เธอยังเจียดเวลานอกเหนือจากงานแสดง, กำกับและเขียนบทเป็นนักดนตรี และก้าวหน้าถึงขั้นออกอัลบั้ม En t’attendant ปี 2011 ซึ่งได้ เดเมียน ไรซ์ ศิลปินโฟล์คชาวไอริชมาร่วมเขียนเพลงและร่วมโปรดิวซ์ให้ด้วย

ดูเหมือนเส้นทางการเป็นศิลปิน (อันจะหมายรวมถึงการเป็นนักแสดง, คนทำหนังและนักดนตรี) ของโลร็องต์จะยังอีกยาวไกล เธอยังเปี่ยมไปด้วยไฟแห่งแรงบันดาลใจ จินตนาการและฝีมือที่ดีระดับหาตัวจับยาก แม้จะยังไม่รู้ว่าผลงานการกำกับเรื่องต่อไปถัดจาก Galveston จะมาเมื่อไหร่ แต่อย่างน้อยที่สุดในตอนนี้ การรอดูความสำเร็จของเธอในฐานะศิลปิน ก็นับเป็นเรื่องที่น่าชื่นใจและเปี่ยมความหวังไม่น้อยเลยทีเดียว