ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้

‘ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้’ หนังผู้จุดกระแสให้คำว่า “ไทบ้าน” ให้กลายเป็นของฮิต (BIOSCOPE Theatre)

Home / bioscope / ‘ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้’ หนังผู้จุดกระแสให้คำว่า “ไทบ้าน” ให้กลายเป็นของฮิต (BIOSCOPE Theatre)

…บรรยากาศท้องทุ่งโล่งกว้างสุดลูกหูลูกตา ทำนองเพลงหมอลำพื้นบ้านที่ลอยขับกล่อมในวงเหล้าขาว เสียงดังก้องจากหอกระจายข่าวกลางหมู่บ้านอันบางตาผู้คนเพราะพากันจากบ้านไปทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว ฯลฯ สิ่งละอันพันละน้อยที่รอยเรียงกลายเป็นภาพอีสานในปัจจุบัน ถูกเล่าอย่างเรียบง่ายโดยที่ อุเทน ศรีริวิ และ จิณณพัต ลดารัตน์ไม่ลืมที่จะใส่ความฝันส่วนตัวผ่านตัวละคร บักทองคำ ที่เดินดุ่มในหมู่บ้านเพื่อถ่ายหนังให้ ปราณี อดีตคนรักได้ดูเป็นครั้งสุดท้าย จนทำให้ ‘ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้เป็นดั่งจดหมายรักถึงถิ่นเกิดของผู้คนที่ต้องจากบ้านเพื่อเพิ่มโอกาสในชีวิต

ใน ‘ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้’ อุเทนและจิณณพัต ตัดสินใจนำทรัพย์สินส่วนตัวไปจำนองเพื่อมาลงทุนทำหนังโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ก่อนที่หนังจะพิสูจน์ตัวเองทำรายได้อย่างถล่มทลายในภาคอีสานจนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของคลื่นหนังอีสานยุคใหม่ที่ตามมาอีกมากมาย

ปีนี้ อุเทน ศรีริวิ กลับมาพร้อมกับ ‘ผู้บ่าวไทบ้าน 3 หมาน แอนด์เดอะ คำผาน’ ผลงานเรื่องที่สามของเขา ที่แม้จะใช้ชื่อว่าภาคสาม หากแต่เรื่องราวกลับไม่ได้เกี่ยวข้องกันกับสองภาคเก่าเลย ในทางกลับกันนี่คือการกลับสู่ความเป็น “คนทำหนังอินดี้” ของตัวอุเทนอีกครั้ง ทั้งในแง่ของทุนหรือแนวทางหนังที่เขาเลือกเดินต่อจากนี้

BIOSCOPE : หลายปีก่อนหน้านี้ เราจะไม่ค่อยได้ยินคำว่า ‘ไทบ้าน’ ถูกใช้เรียกแทนความหมายของหนุ่มสาวอีสานสักเท่าไหร่ เพราะอะไร

อุเทน : จริงๆ มันเป็นคำเรียกที่คนอีสานด้วยกันคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ย้อนไปเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ตอนเรายังทำหนังสั้นอยู่ เรารู้สึกว่าวัยรุ่นคนอีสานยังกลัวหรืออายที่จะแทนตัวเองว่า ไทบ้าน ก็จะมีแต่บอกว่าเป็นคนอีสานเฉยๆ ยิ่งเป็นหนุ่มสาวที่มาอยู่ในตัวเมืองหรือมาเรียนมหา’ลัยในกรุงเทพฯ เขาจะอายมาที่จะใช้คำว่า หนุ่มสาวไทบ้าน เพื่อแทนตัวเอง แต่ทุกวันนี้ทุกคนกล้าแล้ว มันกลายเป็นความภูมิใจ กล้าที่จะพูดอย่างเต็มปากว่าเป็น ‘ไทบ้าน’ เป็นหนุ่มสาวชานเมือง

 

BIOSCOPE : คิดว่าเพราะอะไรคำว่า ‘ไทบ้าน’ มันจึงกลายเป็นคำที่ติดปากทุกวันนี้

อุเทน : โซเซียลมีเดียมันเข้ามาเปลี่ยนมุมมองของคนอีสานมากขึ้น คือหนัง ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้’ ก็เป็นแค่มุมหนึ่งที่ทำให้คำนี้มันเป็นที่รู้จักมากขึ้น เราก็ไม่กล้าบอกหรอกว่าหนังเรื่องนี้มันจุดกระแสให้คำนี้บูมในวงกว้าง

BIOSCOPE :  มาที่ ผู้บ่าวไทบ้าน 3 หมาน แอนด์เดอะ คำผาน’ ที่กำลังจะฉาย สำหรับอุเทนแล้วหนังเรื่องนี้อยากจะนำเสนอความเป็น ‘ไทบ้าน’ ในมุมมองไหน

อุเทน : เราเริ่มเรื่องนี้ด้วยการขึ้นว่า “ปี 2019” (หัวเราะ) จริงๆ คือเราขยับมาเล่าเรื่องคนอีสานในปัจจุบันนี้ที่ระบอบทุนนิยมมันเข้ามามีอิทธิพลต่อชาวไร่ชาวนาหรือเกษตรกรอย่างชัดเจน เอามาเล่าให้มันดูโตขึ้น คือเราเองก็ยังไม่มั่นใจว่าผู้ชมเองจะรู้สึกอย่างไรกับหนังนะ แต่โดยส่วนตัวของเราคือเราอยากทำหนังที่มันมีวุฒิภาวะที่โตขึ้น อยากหาสไตล์ในการทำงานที่มันต่างไปเรื่อยๆ

อย่างตอนทำ ผู้บ่าวไทบ้าน 2 ตอน แจกข้าวหาแม่ใหญ่แดง มันก็เป็นหนังที่โตขึ้นสำหรับเรา แต่ในขณะเดียวกันเราก็ได้เจอกับระบบนายทุนที่เข้ามีอิทธิพลกับสิ่งที่เราทำด้วย สุดท้ายเราก็ตัดสินใจหนีจากสิ่งนั้นมาในภาคที่ 3 เราอยากจะทำอาร์ตเฮาส์นั่นละ แต่มันไม่มีคนพาเราเดินและไม่รู้ว่าจะเดินยังไง เพราะโดยส่วนตัวเราอินกับหนังแบบ พี่เจ้ย (อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล) เราอินกับหนังแบบ อังเดร ทาคอฟสกี แต่พอจริงๆ พอต้องมาทำหนังเพื่อไปสู่วงกว้าง มันเลยเป็นความขัดแย้งในตัวตนของตนเองอยู่ ซึ่งมันก็ต้องเป็นสิ่งที่เราต้องค้นหาต่อไป อย่างใน ‘หมาน แอนด์เดอะ คำผาน’ เราต้องมาทำทุกอย่างเองหมด

BIOSCOPE :  ย้อนไปที่เราประสบความสำเร็จจากการทำผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้’ เพราะอะไรพอทำภาคต่อมา กลับกลายเป็นว่าเราก็ไม่ได้มีอำนาจที่จะไปต่อรองกับผู้สร้างหรือเจ้าของทุนอย่างที่คิด

อุเทน : ก่อนจะทำภาคสอง จริงๆ มีนายทุนเข้ามาสนใจเยอะนะ แต่เราตัดสินใจทำกับคนเดิม ปรากฏว่าพอจะเปิดกล้องกลับไม่มีทุน มันเลยต้องพักยาวไปช่วงหนึ่งจนสปอนเซอร์เข้ามา จนกลายเป็นว่าสปอนเซอร์เข้ามามีส่วนร่วมเป็นนายทุนกับหนังเลย เข้ามาเกี่ยวข้องลงมาถึงการทำงานเลย มันก็เลยพังหมดเลย เพราะเขาเองก็ไม่เข้าใจสิ่งที่เราทำและก็ทำตามสิ่งที่เขาคิด ตอนที่เราเห็นหนังเวอร์ชั่นสุดท้ายแล้ว เรานี่ร้องไห้กับเพื่อนที่ทำงานมาด้วยกันเลย เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เราอยากเล่าแบบนั้นเลย โอเคมันอาจจะได้เงินในอีสานประมาณ 20 ล้าน แต่ก็เป็นหนังที่เราเองเสียดายมากๆ

 

BIOSCOPE :  ในมุมมองของอุเทน คิดว่าคนดูหนังชาวอีสานเขาอยากเห็นอะไรในหนังอีสานรุ่นใหม่บ้าง

อุเทน : คือในแง่ของแนวหนังมันก็ไม่ได้หนีไปจากหนังรัก ตลก ผี แอ็คชั่น หรือแนวๆ หลักๆ ที่ดูกันหรอก เพียงแต่เขาอยากจะเห็นความแปลกใหม่ ซึ่งเขาเลือกดูนะ ไม่ใช่แค่เป็นหนังเกี่ยวกับอีสานแล้วเขาจะดูหมด อีกอย่างหนึ่งที่เราเชื่อมั่นก็คือ คนทำหนังต้องมีฐานแฟนคลับของตนเอง ไม่งั้นกว่าที่เราจะทำให้หนังเป็นที่รู้จักมันก็ยิ่งยากขึ้น อย่าง ไทบ้าน เดอะซีรีส์’ เองที่ค่อยๆ เริ่มจากการทำหนังสั้น ขยับสู่การจะทำเป็นซีรีส์ จนเริ่มมียอดแชร์ยอดไลค์จากฐานแฟนที่ตามมากขึ้นก็ขยับสู่การเป็นภาพยนตร์ หรือ ผู้บ่าวไทบ้านภาคแรกที่เราเดินสายโปรโมทหลายเดือนในพื้นที่อีสานก่อนฉาย แต่สุดท้ายมันก็อยู่ที่ตัวหนังด้วย คือถ้าหนังมันโอเค คนดูก็จะยิ่งบอกต่อและพาหนังให้ไปได้ไกลขึ้น

อย่าพลาดชม BIOSCOPE Theatre : มีนาคม
เต็มอิ่มกับ 5 หนังคุณภาพในธีม ‘Feel Good’

เสาร์ที่ 17 มีนาคม
ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้

รับชมพร้อมกันแบบสดๆ ทุกวันเสาร์ 2 ช่วงเวลา
19.00 น. และ 22.00 น.
ทาง movie.mthai.com/bioscopetheatre

ตัวอย่าง BIOSCOPE Theatre : มีนาคม 2018