เมื่อร่างกายกลายเป็นเปลือก: เจาะเรื่องเบื้องหลังการสร้างเสื้อผ้าในโลกดิสโทเปียของ Altered Carbon

Home / bioscope / เมื่อร่างกายกลายเป็นเปลือก: เจาะเรื่องเบื้องหลังการสร้างเสื้อผ้าในโลกดิสโทเปียของ Altered Carbon

ซีรีส์ Altered Carbon ซึ่งฉายทางเน็ตฟลิกซ์นั้นไม่เพียงแต่กวาดคำชมไปมากโข แต่มันยังนับเป็นซีรีส์ที่เรตติ้งดีติดอันดับเรื่องหนึ่งของเน็ตฟลิกซ์ อาจเพราะมันพูดถึงโลกอนาคตสุดมืดหม่นผ่านกลิ่นอายแบบไซเบอร์ พังค์ ทั้งยังตั้งคำถามต่อชีวิตและคุณค่าของมนุษย์ได้อย่างน่าสนใจ

ในโลกที่มนุษย์เก็บชีวิตและความทรงจำไว้ใน ‘สแต็ค’ อุปกรณ์ซึ่งอยู่ตรงท้ายทอยและสามารถเปลี่ยนเรือนร่าง (เรียกกันว่า เปลือก) ได้เท่าที่ใจอยากและกระเป๋าเงินอนุญาต ทำให้ชนชั้นบนอายุยืนยาวเป็นอมตะและเปลี่ยนเปลือกเป็นว่าเล่น ขณะที่คนที่เงินน้อยลงมาหน่อยอาจเลือกเปลือกได้อย่างจำกัดจำเขี่ย เราจึงเห็นอดีตคุณยายของบ้านนั่งสงบเสงี่ยมในร่างชายสุดเถื่อนพร้อมลายสักพร้อยทั้งตัว หรือเด็กหญิงที่ประสบอุบัติเหตุจนร่างแหลกเละแต่สแต็คยังสภาพดี ถูกปลุกให้ตื่นในร่างหญิงชราผอมบาง

ทาเคชิ โคแว็กส์ (โยเอล คินนาแมน) อดีตนายทหารและนักรบเองก็ตื่นขึ้นหลังนอนหลับไปยาวนาน 250 ปี เขาถูกปลุกขึ้นมาในร่างใครที่เขาเองก็ไม่รู้จัก ก่อนจะถูกจ้างวานให้ไปไขปริศนาการตายของ แบนครอฟต์ (เจมส์ เพียวฟอย) มหาเศรษฐีซึ่งตื่นขึ้นอีกครั้งในร่างใหม่หลังพบว่าเขาถูกใครบางคนฆาตกรรมโดยไม่มีพยานรู้เห็น

สิ่งที่ซีรีส์โดดเด่นอย่างมากคืองานออกแบบโลกอนาคตในอีกหลายร้อยปีข้างหน้า ที่ไม่ได้ปรากฏให้เราเห็นเพียงแค่ยานล้ำยุคสมัย แต่ยังเห็นร่องรอยความเสื่อมโทรม เหล่าปัญญาประดิษฐ์หน้าตาฉลาดเฉียวแต่ก็ดูแกมโกงไม่น้อย เสื้อผ้าของมหาเศรษฐีที่ร่วมสมัยเท่าๆ กับที่เสื้อผ้าของคนชนชั้นกลางที่ดูเก่าโทรม และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเหล่านี้เองที่เป็นเสมือนอีกตัวละครหลักในการเล่าเรื่องราวแสนระทึกของ Altered Carbon และทั้งหมดเป็นฝีมือของ แอนน์ โฟเลย์ นักออกแบบเครื่องแต่งกาย (Star Trek: Into Darkness, Agents of S.H.I.E.L.D.)

“มันสำคัญมากค่ะที่ต้องทำให้คนดูตระหนักเสมอว่าเสื้อผ้าพวกนี้เป็นของจริง” โฟเลย์ร่าย “เราไม่อยากให้มันดูรุงรังหรือเยอะสิ่งเกินไป มันไม่ได้เป็นอีกจักรวาลหนึ่งแบบใน Star Wars นี่มันคือโลกเดียวกันทั้งนั้น”

นั่นทำให้เสื้อผ้าของเหล่าคนรวยในเรื่องจึงเป็นเสื้อผ้าที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเครื่องแต่งกายของเทพเจ้ากรีก-โรมัน ซึ่งโฟเลย์ให้ความเห็นว่า มันทำให้ตัวละครเหล่านี้ดูแปลกแยกไปจากคนทั่วไป ขณะเดียวกันก็ยังดูเป็นมนุษย์และมีเลือดเนื้อ “ตัวละครอย่าง มิเรียม (มหาเศรษฐีสาว รับบทโดย คริสติน เลห์แมน) เป็นคนที่ต้องควบคุมทุกสิ่งให้อยู่ในเงื้อมมือเธอเสมอไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นตรงหน้าก็ตาม เสื้อผ้าของเธอก็บอกเล่านิสัยนี้เช่นกัน เหมือนตอนที่เธอบุกไปหาโคแว็กส์ที่โรงแรม เราให้เธอใส่ชุดเดรสบางเบาและส่องแสงระยิบระยับ”

โฟเลย์ยังต้องทำงานร่วมกับเหล่านักแสดงอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าเสื้อผ้าที่เธอสรรหาและออกแบบมานั้นเป็นภาระของพวกเขาในการแสดงหรือไม่ เพราะอย่างไร ซีรีส์มันก็ยังว่าด้วยการต่อสู้และการปะทะอยู่ดี “เหมือนตอนฉากนักสู้ผัวเมียต่อสู้กัน ฉันก็พยายามนึกว่าเสื้อผ้าแบบไหนที่พวกเขาใส่แล้วจะเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวก ก็เลยได้เป็นผ้ายืดแนบเนื้อ-ที่ต้องดูเหมือนมาจากโลกอนาคตด้วย-ให้พวกเขาใส่

“มันเป็นโลกในอีก 300 ปีข้างหน้า ถึงยังไงฉันก็อยากให้คนดูรู้สึกสัมผัสกับโลกในซีรีส์ได้อยู่ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้มันเหมือนกับหนังไซ-ไฟเรื่องอื่นๆ ด้วย” เธอเล่าอย่างออกรส “เหมือนกางเกงของผู้ชายในเรื่องที่ดัดแปลงจากกางเกงปัจจุบันให้ดูล้ำ แต่ยังไงคนดูก็ยังรู้สึกว่ามันสวยและสวมใส่ได้จริงอยู่ด้วยน่ะ”

แต่เงื่อนไขที่ทำให้ซีรีส์แปลกไปกว่าหนังไซ-ไฟเรื่องอื่นๆ คือการที่มันกำหนดให้เรือนร่างกลายเป็นเปลือกซึ่งเปลี่ยนเข้าเปลี่ยนออกได้อย่างไม่จำกัด ทำให้ตัวโฟเลย์เองรู้สึกว่าเป็นปัจจัยที่เธอต้องตีโจทย์อยู่ไม่น้อย “สิ่งเดียวที่กำหนดตัวตนของคุณคือสแต็ค คุณสามารถเปลี่ยนร่างกายไปเป็นใครก็ได้เมื่อร่างถูกทำลาย ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เหล่าคนรวยทำเมื่อร่างพวกเขาแก่ตัวลง หรือในกรณีของมิเรียม เธอมีเปลือกให้เปลี่ยนตามแต่จุดประสงค์และสถานการณ์นั่นเองค่ะ”