โลกของคนทำแอนิเมชั่นสู่โลกของการทำซีรีส์ Stranger Things ผ่านสายตาของ แอนดริว สแตนตัน

Home / bioscope / โลกของคนทำแอนิเมชั่นสู่โลกของการทำซีรีส์ Stranger Things ผ่านสายตาของ แอนดริว สแตนตัน

ชื่อของ แอนดริว สแตนตัน น่าจะเป็นชื่อคนทำหนังที่เหล่าเด็กๆ รักมากที่สุดคนหนึ่ง อันเนื่องมาจากการที่เขากำกับ A Bug’s Life (1998, ร่วมกับ จอห์น ลาสเซเตอร์), Finding Nemo (2003), WALL·E (2008) แม้แต่หนังแอ็คชั่นทุนสร้างร้อยล้านเหรียญฯ ของเขาอย่าง John Carter (2012) ก็ยังเป็นหนังแอ็คชั่นระเบิดระเบ้อที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดีอยู่

ความสามารถในการกำกับของเขาถูกท้าทายขึ้นอีกขั้นเมื่อได้รับการทาบทามให้มากำกับ Stranger Things ซีซั่นที่ 2 ซีรีส์ดังของเน็ตฟลิกซ์เอพพิโซดที่ห้าและหก และด้วยโทนเรื่องที่ทั้งหม่นมัว ทั้งระทึก และทั้งต้องเล่าเรื่องผ่านเด็กๆ ก็นับเป็นเรื่องที่เรียกร้องความสามารถการกำกับจากสแตนตันมากทีเดียว

“สมัยยุค 80 ผมก็อายุได้ราวๆ 15 – 25 ปีพอดี ได้ไปเรียนวิทยาลัย เรียนฟิล์ม ไปดูหนังเยอะแยะมากมายเหมือนคนบ้า แล้วก็เขมือบทุกอย่างเลย” เขาเล่าอย่างออกรส

สแตนตัน

ก่อนหน้ามากำกับซีรีส์ให้เน็ตฟลิกซ์ สแตนตันเพิ่งเสร็จจากการกำกับ Finding Dory (2016) และคิดจะพักงานแอนิเมชั่นอยู่พอดี พร้อมกันนั้น เขาก็หวนอยากกลับมากำกับหนังคนแสดงอย่างที่เคยทำไว้ใน John Carter และพอดีกับที่ซีรีส์ของ Stranger Things กำลังอยู่ในขั้นตอนหาคนมากำกับซีซั่น 2 อยู่พอดี และความลงตัวนี้ก็ทำให้สแตนตันไม่รอช้าที่จะเสนอตัวกำกับสองเอพิโซดทันที แม้ว่าจะถูกเตือนอย่างหนักว่า การกำกับครั้งนี้คืองานใหญ่และเป็นภาระอันมหาศาลก็ตาม

“ผมไปที่กองถ่าย เห็นกระบวนการทำงานของทุกคนแบบฟูลทีม ดูว่าพวกเขาเตรียมตัวและทำงานกันยังไง และคิดว่ามันคล้ายๆ กับสมัยที่ผมกำกับเรื่อง John Carter นั่นแหละ คุณภาพมันไล่เลี่ยกันเพียงแต่การกำกับซีรีส์นั้น เรามีเวลาในการตัดสินใจไม่มากนัก”

เอพิโซด The Spy และ Dig Dug นั้นไม่เพียงแต่จะเป็นตอนที่ใช้ CGI เยอะ แต่ยังเป็นตอนที่ตัวละครเดินมุดท่อใต้ดินอยู่เนิ่นนานจนสแตนตันต้องหาวิธีในการถ่ายทำที่ซ้ำเดิมแต่ต้องไม่ให้คนดูรู้สึกเหมือนตัวละครกำลังย่ำอยู่กับที่ รวมถึงเป็นตอนที่ วิลล์ (โนอาห์ ชแนปป์) ต้องเหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดด้วย (“เราได้แต่หยอกกันว่า นี่มันไม่ใช่วันของวิลล์จริงจริ๊ง” สแตนตันเล่าอย่างเอ็นดู)

อีกอย่างหนึ่งที่เรียกร้องความสามารถในฐานะผู้กำกับของสแตนตันคือ การที่ตอนของเขานั้นเป็นตอนที่เผยให้เห็นชีวิตส่วนตัวของ บิลลี (เดเคอร์ มอนต์โกเมอรี) ตัวละครผู้บ้าระห่ำแต่ก็ฮ็อตเหลือหลาย “ฉากที่บิลลีออกกำลังกายไปพลางสูบบุหรี่ไปพลางขณะที่ใส่เสื้อแขนกว้าง ผมเห็นปุ๊บผมคิดเลยว่า ‘บ้าเอ๊ย ฉันเคยใส่เสื้อแบบนี้ตั้งหลายตัว’ แล้วเดเคอร์ก็บอกว่า ‘ผมว่าตัวละครของผมต้องไม่ใส่เสื้อตอนออกกำลังกายแหงๆ’ แต่ผมบอกเขาว่า ‘ไว้ตอนถ่ายทำจริง เราจะให้นายถอดเสื้อละกัน แต่ตอนซ้อมก็ใส่ไปก่อนนะ ได้ไหม’ ซึ่งเดเคอร์ก็ยอม รู้ตัวอีกทีหมอนั่นก็ถ่ายทำทั้งฉากเสร็จโดยใส่เสื้อนั่นล่ะครับ”

แต่ดูเหมือนหนทางข้างหน้า สแตนตันจะกลับไปทำแอนิเมชั่นอีกครั้งด้วยการรับเป็นมือเขียนบท Toy Story 4 ซึ่งเตรียมออกฉายในปี 2019 และหนังอิสระอีกเรื่อง Revolver ซึ่งเขียนบทโดย เคต ทรีเฟรย์ (เขียนบทเอพิโซดที่ 6 ของ Stranger Things) นั่นเอง