แองเจลินา โจลี นักแสดงหญิงที่ครองตำแหน่ง ‘ราชินีแอ็กชั่น’ ฝั่งฮอลลีวูดมานานนับทศวรรษ

Home / bioscope / แองเจลินา โจลี นักแสดงหญิงที่ครองตำแหน่ง ‘ราชินีแอ็กชั่น’ ฝั่งฮอลลีวูดมานานนับทศวรรษ

ปี 2016 นิตยสาร Forbes เคยลงความเห็นว่า แองเจลินา โจลี คือนักแสดงหนังแอ็กชั่นหญิงที่ทำเงินมากที่สุดในโลก แม้ว่าในระยะหลังนี้ เธอจะผันตัวไปเล่นหนังดราม่าและนั่งแท่นผู้กำกับ-โปรดิวเซอร์เองเสียมากก็ตาม เธอพิสูจน์ตัวเองแล้วว่าคุ้มกับที่เป็นนักแสดงแถวหน้าของฮอลลีวูดผ่านรางวัลทางการแสดงต่างๆ มากมายประดามีตลอดชีวิตการเป็นนักแสดง 20 กว่าปีของเธอ

แน่นอนว่าเธอสวย เธอแกร่ง แต่ปัจจัยอะไรกันที่ทำให้โจลีมีที่ยืนอยู่ในสังเวียนของหนังแอ็กชั่นมาอย่างยาวนานและได้รับความนิยมอย่างสม่ำเสมอ จนการมีใบหน้าเธอบนโปสเตอร์หนังนั้นแทบจะเป็นการการันตีกลายๆ ว่ามันจะทำเงินอย่างแน่นอน ไม่ว่าหนังเรื่องนั้นจะเป็นหนังเดี่ยวหรือหนังแฟรนไชส์ก็ตาม

ที่จริง มีนักแสดงหญิงอีกจำนวนมากที่เข้าข่ายการเป็นนักแสดงแอ็กชั่นทำเงิน แต่ Forbes ให้เหตุผลว่า หลักๆ แล้วเงื่อนไขสำคัญของพวกเธอคือการเป็นหนังแฟรนไชส์ภาคต่อที่มีแนวโน้มจะทำเงินอยู่แล้ว (อูมา เธอร์แมน ใน Kill Bill, เคต เบ็กคินเซล ใน Underworld หรือ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ใน Hunger Games)หรืออยู่ในฐานะนักแสดงหญิงในหนังแอ็กชั่นที่คอยให้ความช่วยเหลือตัวละครชายในเรื่องอีกที (มิเชล ร็อดริเกวซ, ฮัลลี เบอร์รี, เจสสิกา บีล) จนมองภาพรวม โจลีอาจนับเป็นนักแสดงหญิงไม่กี่คนที่บทบาทในหนังของเธอนั้นโดดเด่นและไม่ถูกกลบ

รวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่า โจลีนั้นสร้างชื่อในฐานะนักแสดงมือรางวัลก่อนจะโดดเด่นในฐานะนักแสดงหนังแอ็กชั่น เธอคว้ารางวัลออสการ์สาขานำหญิงยอดเยี่ยมจาก Girl, Interrupted (1999, เจมส์ แมนโกล์ด) เสียก่อนที่ Lara Croft: Tomb Raider (2001, ไซมอน เวสต์) จะแจ้งเกิดเธอในฐานะดาวแอ็กชั่น ตัวหนัง-ซึ่งสร้างจากเกมที่มีฐานแฟนคลับหนาแน่นอยู่แล้ว-ทำเงินไปถึง 274 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้าง 94 ล้านเหรียญฯ และจนตอนนี้ มันก็ยังเป็นหนังที่ทำสถิติหนังแอ็กชั่นสร้างจากเกมที่ทำเงินมากที่สุดในอเมริกาเหนือ

ยังไม่นับว่าความเปรี้ยงของหนังสร้างภาพจำให้โจลีได้อย่างดีเยี่ยมในฐานะนักแสดงสาวจากหนังแอ็กชั่น เมื่อในเวลานั้น หนังแอ็กชั่นแทบทุกเรื่องล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยตัวละครนำชายที่ไล่ล่ากระทืบศัตรูเพื่อจุดประสงค์อะไรบางอย่าง (ไถ่ถามความยุติธรรม, เงิน, ปกป้องสาว ฯลฯ) ทั้ง Mission: Impossible II (2000), Blade II (2002), The Fast and the Furious (2001), Bad Boys (1995), Wild Wild West (1999), End of Days (1999) ชื่อของโจลีจึงโดดเด่นท่ามกลางเหล่านักบู๊ชายจำนวนมาก

ความสำเร็จของหนังทำให้สตูดิโอตัดสินใจสร้างภาคต่อ Lara Croft Tomb Raider: The Cradle of Life ในปี 2003 ยิ่งตอกย้ำภาพจำการเป็นนักแสดงบู๊ของโจลี แม้ว่าระหว่างนั้นเธอจะยังรับงานดราม่าไปจนถึงคอมิดี้หลากหลายแนวมากมายก็ตาม (Beyond Borders, Alexander) ก่อนที่ Mr. & Mrs. Smith (2005, ดักจ์ ไลแมน) หนังที่เธอรับบทเป็นภรรยาสาวที่ปกปิดว่าตัวเองเป็นสายลับของ จอห์น สมิธ (พิตต์) สามีซึ่งก็ปกปิดว่าตัวเองเป็นสายลับเช่นกัน ไม่เพียงแต่หนังจะเปรี้ยงสุดขีดเพราะมันเต็มไปด้วยฉากต่อสู้สุดเดือด, ฉากรักอันเร่าร้อน แต่ข่าวค(ร)าวในช่วงนั้นยิ่งกระพือให้หนังถูกจับตามากขึ้นอีกเมื่อลือกันอย่าง(ไม่)ลับว่าพิตต์ชอบพอกับโจลี (และในเวลาต่อมา พวกเขาก็ตกลงคบหากันอยู่นานหลายปี)

โจลียังปรากฏตัวใน Wanted (2008) และ Salt (2010) หนังแอ็กชั่นฟอร์มเดือดถึงสองเรื่องติด แน่นอนว่ามันทำเงินมหาศาล โดยเฉพาะเรื่องหลัง-ซึ่งโจลีรับบทเป็นสายลับ(อีกแล้ว)-ที่เหล่าแฟนหนังชะเง้อคอยว่าเมื่อไรจะมีภาคต่อ แต่ก็ดูเหมือนจะยังห่างไกล เมื่อทุกวันนี้ โจลีดูมีความสุขและมุ่งมั่นกับงานเบื้องหลังมากกว่า เธอหันมาทำหนังเองตั้งแต่ A Place in Time (2007) ที่สำรวจชีวิตผู้คนในค่ายผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ, In the Land of Blood and Honey (2011) หนังสงครามฟอร์มยักษ์, Unbroken (2014) หนังชิงออสการ์สามสาขาที่ว่าด้วยชีวประวัติของนักบินทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลก, By the Sea (2015) เรื่องของคู่ชีวิตที่อยู่กินกันมานานและค่อยๆ อับปางลงทุกขณะ (เล่นกับ แบรด พิตต์ อดีตสามี) และล่าสุดกับ First They Killed My Father (2017)

ในระยะอันใกล้นี้ ดูเหมือนโจลีจะยังไม่มีแพลนกลับมาแสดงหนังแอ็กชั่นอีก ตรงข้ามคือเธอมุ่งมั่นทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ให้ The Breadwinner (2017, โนรา ทูเมย์) แอนิเมชั่นที่เล่าถึงสาวน้อยจากแอฟกานิสถาน และ The One and Only Ivan แอนิเมชั่นที่เธอร่วมพากย์เสียงเท่านั้น

ติดตามชม Lara Croft: Tomb Raider ได้ ทาง Mono29
วันที่ 28 มี.ค. เวลา 21:00 น.
//////////////////////////////////////
สามารถรับชม หนังดี ซีรีส์ดัง ได้ทางช่อง MONO29
และดูออนไลน์ได้ที่ http://mono29.mthai.com/livetv