หนังไทย+ไสยศาสตร์ สำรวจโลกมนต์ดำและความตายในโลกภาพยนตร์

Home / bioscope / หนังไทย+ไสยศาสตร์ สำรวจโลกมนต์ดำและความตายในโลกภาพยนตร์

อาคมขลัง มนต์ดำ ไสยเวทย์ ดูจะเป็นของที่คู่กันกับหนังไทยจำนวนไม่น้อย ล่าสุดในโลกของละครโทรทัศน์เองก็ทำให้ ‘กู่’ จากละครเรื่อง ‘เรือนเบญจพิษ’ กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง กับเรื่องราวอันเล่าถึงมนต์ดำที่นำเอาสัตว์มีพิษทั้ง 5 ชนิดมารวมกันในไห (หรือเรียกว่า กู่) แล้วให้ทั้งห้าฆ่ากันเองด้วยพิษ สัตว์ตัวสุดท้ายที่เหลือรอดชีวิตอยู่ด้วยการกลืนกินสัตว์ตัวอื่นเข้าไปจะทำให้กลายเป็นสัตว์ที่มีพิษร้ายแรงและสังหารมนุษย์ให้ขาดใจตายได้ในทันที

ในหนังไทย ศาสตร์มืดจำนวนมากถูกนำมาใช้เป็นตัวกลางในการบอกเล่าเรื่องราวของตัวละคร ทั้ง ‘จอมขมังเวทย์’ (2005, ปิยะพันธ์ ชูเพ็ชร์) เล่าเรื่องของนายตำรวจผู้แก่กล้าอาคมแต่กลับต้องโทษข้อหาฆ่าคนตาย โดยในเรื่องนั้นเราจะเห็นการต่อสู้ด้วยมนต์ลึกลับมากมาย โดยเฉพาะฉาก ‘เสกตะปูเข้าตัว’ อันลือลั่นและติดตาคนดู

การเสกของเหล่านี้ บางพื้นที่เรียกกันว่า ‘ตู้’ ซึ่งหมายถึงการใส่ของเข้าไปในร่างกายคน ไม่ว่าจะเป็นตะปูหรือหนังควาย ซึ่งต้องผ่านการบริกรรมคาถาก่อน คำว่าตู้นั้นเป็นภาษาล้านนาอันหมายถึงการทำร้ายผู้อื่นด้วยไสยศาสตร์อันรุนแรง เช่นการเสกหนังควายแห้งเข้าไปอยู่ในกระเพาะ ซึ่งเมื่อหนังควายโดนน้ำ เลือด แล้วก็จะพองตัวในร่างกายและลำไส้ของคนเป็นจนเจ็บปวดทรมานอย่างไม่อาจหาสาเหตุได้ รวมไปถึงมีอาหารเหม่อลอย นอนไม่หลับ ซึ่งกล่าวกันว่าหากโดนคุณไสยเช่นนี้เข้าไปแล้วต้องรีบหาทางแก้ไม่เช่นนั้นอาจถึงแก่ชีวิตได้

เช่นเดียวกันกับ ‘ลองของ’ (2005, ก้องเกียรติ โขมศิริ) เล่าถึงกลุ่มวัยรุ่นเลือดร้อนที่ท้าลองของด้วยการเล่นกับไสยศาสตร์ ควบคู่ไปกับความใกล้ชิดของ ครูพนอ ครูสาวคนสวยที่ถูกชายหนุ่มที่รายล้อมรอบตัวเธอทำเสน่ห์ใจจนแทบเสียสติ และทำให้เธอหันเหกลายมาเป็นผู้ใช้มนต์ดำในการแก้แค้นชายหนุ่มเหล่านั้นเสียเอง

คุณไสยของการทำเสน่ห์นั้นเราอาจได้ยินมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ทั้งทำให้รัก ให้หลง และควบคุมจนเป้าหมายทำสิ่งที่เราบงการได้อย่างไม่มีเงื่อนไข ด้วยการนำหุ่นดิน-ว่ากันว่าต้องเป็นดินโป่งจากเจ็ดป่าช้า-มาปั้นเป็นรูปคนแล้วเขียนชื่อเป้าหมาย ก่อนจะนำไปปลุกเสกและฝังไว้ตามจุดต่างๆ เช่นป่าช้าหรือทางสามแพร่ง ซึ่งกล่าวกันว่า หากใครโดนเข้าไปแล้วนั้นเป็นอันหาทางแก้ยากลำบากเพราะต้องหาให้เจอว่าอีกฝ่ายนำหุ่นไปฝังไว้ที่ไหน

ในซีกโลกฝั่งตะวันตกเอง ความเชื่อทำนองนี้ปรากฏอยู่ในรูปแบบของ ตุ๊กตาวูดู (Voodoo doll) ที่เชื่อกันว่าแท้จริงแล้วนั้นเป็นวัฒนธรรมจากฝั่งยุโรปมากกว่าจะมาจากอเมริกันหรือแอฟริกัน เริ่มจากหมอพื้นบ้านชาวอังกฤษซึ่งต่อต้านแม่มดหรือคนที่เล่นคุณไสยในสมัยก่อน ทำตุ๊กตาขึ้นมาแล้วปัดหมุดลงบนตุ๊กตานั้นเพื่อหวังให้ความเจ็บปวดนั้นไปปรากฏบนร่างของศัตรู (ความเชื่อนี้อยู่ในหนังจากสหราชอาณาจักรปี 1975 เรื่อง Lisztomania ของผู้กำกับ เคน รัสเซลล์ ด้วยจ้า) หรือเราอาจเล่าไปถึง ‘น้ำมันพราย’ (2014, ดุลยสิทธิ์ นิยมกุล) หนังธริลเลอร์ที่มีกลิ่นอายของความเป็นหนังอีโรติกด้วย-เล่าเรื่องราวของ แพร (กิ๊บซี่ – วนิดา เติมธนาภรณ์) สาวมากเสน่ห์ที่อาศัยอยู่กับพ่อเลี้ยงที่หมายปองเธออยู่ ไม่ต่างจากพนักงานชายในออฟฟิศคนอื่นๆ จนกระทั่งชายหนุ่มหนึ่งในนั้น ได้ใช้น้ำมันพรายกับเธอ จนนำมาซึ่งเรื่องราวสุดสยอง-ก็พูดถึงเรื่องการทำเสน่ห์โดยน้ำมันพรายเช่นกัน มีฤทธิ์ทำให้คนรักคนหลง กล่าวกันว่าเป็นน้ำมันที่ได้มาจากการใช้เทียนลนศพหญิงสาวตายทั้งกลม ซึ่งผู้ทำพิธีนั้นต้องมีฤทธิ์แก่กล้าเพื่อต่อกรกับฤทธิ์เดชของผี เพื่อจะได้มาซึ่งน้ำมันที่หากนำไปแตะตัวหญิงสาวคนใด ก็จะทำให้หญิงคนดังกล่าวลุ่มหลงอย่างถอนตัวไม่ขึ้น รวมถึงมีอาการเพ้อคลั่ง ซึ่งผลลัพธ์ด้านลบคือทำให้หญิงสาวดังกล่าวไร้สติและฟั่นเฟือนได้โดยง่ายนั่นเอง

BIOSCOPE Theatre : เดือนเมษายน
ร้อนแรงกับ 4 หนังไทย ในธีม Sex Issue
เสาร์ที่ 21 เมษายน
น้ำมันพราย 3D
รับชมพร้อมกันแบบสดๆ ทุกวันเสาร์ 2 ช่วงเวลา
19.00 น. และ 22.00 น.
ทาง movie.mthai.com/bioscopetheatre