The Grandmaster หว่องกาไว

The Grandmaster ร่ายรำ ‘กังฟู’ ในแบบ หว่องกาไว (BIOSCOPE Theatre)

Home / bioscope / The Grandmaster ร่ายรำ ‘กังฟู’ ในแบบ หว่องกาไว (BIOSCOPE Theatre)

หากพูดถึงผู้กำกับ หว่องกาไว คงหนีไม่พ้นที่หลายคนจะหวนนึกถึงความรู้สึกหวานหม่นปนเศร้า อันมาจากเรื่องราวอย่างการกักเก็บความรักไว้ภายใน, การก่อร่างความสัมพันธ์ต้องห้าม, การโหยหาอดีต ควบคู่ไปกับการพูดถึงความเป็นไปในฮ่องกง ครั้นตัวเขาหันมาจับหัวข้อ ‘ยิปมัน’ ปรมาจารย์แห่งกังฟูสไตล์หย่งชุน แถมยังใช้เวลาพัฒนาโปรเจ็กต์นานขนาดกินเวลาไปร่วมทศวรรษแล้ว (ฮา) ก็ยิ่งน่าสนใจว่าหว่องกาไวจะปรับขยับสไตล์บู๊อย่างไร พร้อมคงไว้ซึ่งลายเซ็นดั้งเดิมของตัวเอง

“ผมไม่เคยมีปัญหากับแนวหนัง” หว่องกล่าว “เพราะมันก็เหมือนกับชุดเครื่องแบบคุณเอาตัวเองเข้าไปใส่ในชุดนั้นๆ แต่หากคุณแต่งตัวด้วยเครื่องแบบตำรวจ นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นเจ้าหน้าที่ มันอาจจะหมายถึงอย่างอื่นแทนก็ได้ นี่คือจุดเริ่มต้นและวิธีที่ดีที่สุดก็คือเราต้องไม่เอาตัวเองเข้าไปใส่ในเครื่องแบบ แต่ทำให้เครื่องแบบเป็นส่วนหนึ่งของตัวเรา”

หว่องกาไว ใช้เวลาทำ The Grandmaster ถึง 16 ปีในการตั้งโปรเจ็กต์ และอีก 5 ปีสำหรับการถ่ายทำ โดยใน The Road to the Grandmasters สารคดีเบื้องหลังการถ่ายทำ หว่องเล่าว่าจุดเริ่มต้นของหนังนั้นเกิดขึ้นในปี 1996 ขณะเขากำลังถ่ายทำ Happy Together (1997) ที่อาร์เจนติน่า ด้วยความบังเอิญเขาเห็นนิตยสารท้องถิ่นที่ขึ้นปก บรูซ ลี แล้วรู้สึกถึงอิทธิพลที่ซูเปอร์สตาร์ผู้นี้มีต่อโลก แต่เนื่องจากเรื่องราวของบรูซ ลีถูกนำมาเล่าจนปรุแล้ว หว่องจึงอยากเจาะลึกเรื่อง ‘ยิปมัน’ ปรมาจารย์ของบรูซ ลีให้มากขึ้นแทน

จากแรงบันดาลใจข้างต้นทำให้หว่องเลือกถ่ายทอดเรื่องราวออกมาโดดเด่นจากหนังเรื่องก่อนๆ ที่เน้นการไต่เต้าสู่ความสำเร็จของยิปมัน อย่าง Ip man (2008), Ip Man 2 : Legend of the Grandmaster (2010) และ The Legend Is Born : Ip Man (2010) โดยหันไปเน้นการเผชิญหน้ากับนักสู้คนอื่นๆ และทำให้เราตระหนักว่าแท้จริงแล้ว ‘ปรมาจารย์’ ไม่ได้มีแค่คนเดียว

“กังฟูนั้นเทียบเท่ากับคำสองคำคือ แนวตั้งและแนวนอน” ฉากเปิดเรื่อง ยิปมัน (รับบทโดย เหลียงเฉาเหว่ย) กล่าวขณะต่อสู้ท่ามกลางสายฝน “ผู้แพ้ที่ลงไปนอนราบก็ต้องออกไป ส่วนผู้ที่ยืนหยัดเป็นคนสุดท้ายถึงจะมีสิทธิพูด” The Grandmaster เริ่มเรื่องตั้งแต่ปี 1936 สมัยยิปมันยังเป็นสุภาพบุรุษผู้อาศัยอยู่ในฝอซาน ศูนย์กลางแห่งศิลปะการต่อสู้จากทั่วทุกสารทิศ และเปิดโอกาสให้นักกังฟูประลองวิทยายุทธกันบ่อยครั้ง ชั่วโมงแรกของหนังจึงเป็นฉากต่อสู้ชนิดแทบไม่ต้องพักหายใจ โดยเฉพาะฉากประลองสำคัญของยิปมันกับ กงเป้าเสิน ปรมาจารย์ผู้ใช้วิชาปากั้วจ่าง (หรือฝ่ามือแปดทิศ)

ทว่าการประลองกลับไม่คลี่คลายในทางที่ กงเอ๋อ (รับบทโดย จางจื่ออี้) ลูกสาวของเขาพอใจ เธอจึงท้าสู้เพื่อสอนบทเรียนแก่ยิปมันแทนพ่อ ระหว่างการโรมรันกันด้วยฝ่ามือ ทั้งสองกลับใกล้ชิดกันมากขึ้นแม้ต้องกักเก็บความรู้สึกไว้ภายในก็ตาม ซึ่งส่วนนี้หนังทำให้เราหวนนึกถึงผลงานคลาสสิกของหว่องอย่าง In the Mood for Love (2000) ผสมกับ Ashes of Time (1994)
ดังที่เขาเคยแจงว่า “สำหรับผม การถ่ายฉากแอ็กชันก็ไม่ต่างอะไรกับการถ่ายฉากเลิฟซีน สิ่งสำคัญคืออะไรที่เกิดขึ้นก่อนการสอดใส่ ไม่ใช่เรื่องหลังจากนั้น”

“การถ่ายฉากแอ็กชั่นนั้นเกี่ยวกับการแสดงอารมณ์ และจินตนาการมากกว่า อย่างใน Ashes of Time เรามีฉากแอ็กชั่นหลาย
ฉาก และแต่ละฉากเราก็พยายามส่งสารที่แตกต่างกันออกไป สำหรับนักดาบตาบอด เราถ่ายด้วยความเร็วปกติทำให้ภาพออกมาดูช้ามาก เพื่อให้สอดรับกับความเหน็ดเหนื่อยของเขา แล้วเราก็ถ่ายคนอื่นเป็นสต็อปโมชั่นเพราะอยากโชว์ความเร็ว ผมจึงคิดว่ามันไม่ใช่แต่สตั้นต์ ท่วงท่าต่อสู้หรือสเปเชียลเอฟเฟ็คต์เท่านั้น สิ่งแรกที่คุณต้องสังเกตก็คือคุณต้องการสื่ออะไรในฉากนี้ และอะไรคือข้อแตกต่างระหว่างตัวละครแต่ละตัว”

นั่นคือสิ่งที่หว่องพยายามจะทำให้ผู้ชมเห็นว่า เขาไม่ได้เล่าเรื่องของยิปมันเท่านั้น แต่ยังหมายถึง ‘ปรมาจารย์’ คนอื่นๆ ด้วย ซึ่งแรกเริ่มเขาตั้งใจจะใช้ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษว่า The Grandmasters หรือมีการเติม S ต่อท้าย ทว่าก็เปลี่ยนใจในภายหลัง

“ตั้งแต่แรกเริ่ม ผมอยากให้คนดูรู้ชัดไปเลยว่า หนังเกี่ยวกับปรมาจารย์กังฟู 2-3 คน ไม่ใช่เพียงแค่คนเดียว” หว่องกาไวเล่าถึงที่มาของชื่อหนัง “แต่สุดท้ายลูกชายผมก็บอกว่า ผมสามารถบรรลุเป้าหมายเดียวกันได้โดยใช้ชื่อแค่ว่า The Grandmaster ซึ่งฟังดูดีและจำง่ายกว่า ผมเลยเชื่อเขา! เพราะตามไตเติ้ล หนังก็ไม่ได้ผูกมัดกับใครคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ แต่เกี่ยวกับความนึกคิดที่ว่า อะไรทำให้คนๆ หนึ่งบรรลุถึงระดับปรมาจารย์ได้”

**ส่วนหนึ่งจากสกู๊ป “The Grandmaster หว่องกาไวหัดบู๊” โดย สุภัชา ทิพเสนา / ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 134 (มี.ค. พ.ศ. 2547)

 

BIOSCOPE Theatre : เดือนมิถุนายน
กับ 5 “หนังจีน-ฮ่องกง” สุดเดือด

เสาร์ที่ 16 มิถุนายน
The Grandmaster

รับชมพร้อมกันแบบสดๆ 19.00 น. และ 22.00 น.
ทาง movie.mthai.com/bioscopetheatre

ตัวอย่าง BIOSCOPE Theatre มิถุนายน 2018