2561 Ten Years Thailand กระทรวงวัฒนธรรม

Ten Years Thailand นำขบวนโปรเจ็กต์ที่ได้รับทุนสนับสนุน “ภาพยนตร์และวีดิทัศน์” ประจำปี 2561

Home / bioscope / Ten Years Thailand นำขบวนโปรเจ็กต์ที่ได้รับทุนสนับสนุน “ภาพยนตร์และวีดิทัศน์” ประจำปี 2561

ประกาศไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสำหรับโปรเจ็กต์ที่ได้รับ “การจัดสรรทุนสนับสนุนโครงการหรือกิจกรรมด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ประจำปี 2561” โดย กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งในปีนี้มีโครงการที่ได้รับทุนไปทั้งสิ้น 35 โครงการ แบ่งเป็นภาพยนตร์ขนาดยาว 13 โครงการ, สารคดี 6 โครงการ, แอนิเมชั่น 3 โครงการ, มิวสิค-วีดิโอศิลปะ 3 โครงการ, ภาพยนตร์สั้น 4 โครงการ และ เกม 5 โครงการ

อ่านเพิ่มเติม : เผยรายชื่อโปรเจ็กต์ทุน “ภาพยนตร์และวีดิทัศน์” ประจำปี 2560

 

หมวด : ภาพยนตร์

โปรเจ็กต์ที่ได้รับทุนสูงสุดในปีนี้ ได้แก่ ‘อรุณกาล’ หนังยาวเรื่องใหม่ของ ศิวโรจณ์ คงสกุล (‘ที่รัก’) ส่วนโปรเจ็กต์ที่พึ่งไปเปิดตัวฉายครั้งแรกในโลกในเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2018 ที่ผ่านมาอย่าง Ten Years Thailand ไปจนถึงหนังที่เคยไปเปิดตัวฉายในเทศกาลหนังเมืองโตเกียวปี 2017 อย่าง ‘มา ณ ที่นี้’ Someone from Nowhere ของ ผกก. ปราบดา หยุ่น ก็ได้รับทุนสนับสนุนเพิ่มเติมเช่นกัน

นอกจากนี้ก็ปรากฏชื่อคนทำหนังที่เคยมีผลงานมาแล้ว อาทิ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ที่มาพร้อมกับ ‘สวรรค์ในอก’ต้องปอง จันทรางกูร (‘ปาดังเบซาร์’) กับโปรเจ็กต์ใหม่ในรอบ 5 ปี  ‘หิ่งห้อย’สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์ (หนังสารคดี ‘หมอนรถไฟ’) กับหนังเล่าเรื่องขนาดยาวเรื่องแรก 9 Temples to Heaven ที่ได้ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล มาเป็นโปรดิวเซอร์ด้วย, โสภาวรรณ บุญนิมิตร และ พีรชัย เกิดสินธุ์ (The Isthmus) สองอาจารย์ภาพยนตร์กับหนังยาวเรื่องที่สองของพวกเขา ‘นานา’ และหนังยาวเรื่องที่สองของมือตัดต่อรางวัลสุพรรณหงส์ ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต ที่ว่าด้วยเรื่อง VR

Someone from Nowhere

01. เธ็น เยียส์ ไทยแลนด์ (Ten Years Thailand)
ผู้กำกับ : วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง, อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, อาทิตย์ อัสรัตน์, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล และ จุฬญาณนนท์ ศิริผล
โปรดิวเซอร์ : คัทลียา เผ่าศรีเจริญ, ธีระวัฒน์ รุจินธรรม
ได้รับทุน : 1,000,000 บาท

Ten Years Thailand เป็นโครงการภาพยนตร์ร่วมทุนสร้างระหว่างไทย-ฮ่องกง นำเสนอความคิดและมุมมองของผู้กำกับภาพยนตร์ทั้งห้าคน เพื่อบอกเล่าจินตนาการถึงประเทศของพวกเขาในอนาคตสิบปีข้างหน้า โดยโครงการนี้ต่อเนื่องมาจาก “Ten Years” ภาพยนตร์ฮ่องกง ที่สร้างเมื่อปี 2015 โดยตั้งคำถามเดียวกันเกี่ยวกับ อนาคต หลังจากประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย โครงการนี้จึงถูกส่งต่อมายังประเทศไทยและตั้งใจส่งผ่านพลังสร้างสรรค์ให้คนทำหนังในประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย อาทิ ไต้หวัน, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

02. อรุณกาล (Regretfully at Dawn)
ผู้กำกับ : ศิวโรจณ์ คงสกุล
โปรดิวเซอร์ : พิมพกา โตวิระ
ได้รับทุน : 2,000,000 บาท

‘อรุณกาล’ เป็นโครงการภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องที่สองของศิวโรจณ์ คงสกุล ต่อจากเรื่อง ‘ที่รัก’ (Eternity) เป็นโปรเจ็คที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการพัฒนาโปรเจคของ Cannes Cinefondation Residency รุ่นที่ 22และโครงการพัฒนาบทของ SEAFIC (Southeast Asia Fiction Film Lab) ปี 2560 รวมจนถึงได้รับทุนสนับสนุนการพัฒนาบทภาพยนตร์จากกองทุน Hubert Bals Fund จากเนเธอร์แลนด์ โดยมุ่งหวังให้เป็นผลงานภาพยนตร์มีคุณภาพที่ฉายความงดงามในความสัมพันธ์ของคนต่างรุ่น ภายใต้การสร้างสรรค์ในเชิงศิลปะภาพยนตร์สะท้อนถึงความเชื่อในความรัก ผ่านมุมมองวิถีชีวิตของชนบทในประเทศไทย ทั้งตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ของสถาบันครอบครัวจากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่บนความเชื่อที่แตกต่าง และความเป็นสถาบันครอบครัวยังสำคัญอยู่หรือไม่ ในสภาวะสังคมของชนบทที่เปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กับสภาพของโลกภายนอกที่เปลี่ยนแปลง

03. มา ณ ที่นี้ (Someone from Nowhere)
ผู้กำกับ : ปราบดา หยุ่น
โปรดิวเซอร์ : โสฬส สุขุม
ได้รับทุน : 300,000 บาท

ปัจจุปันโลกมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความวุ่นวายในการแย่งชิงการเป็นเจ้าของไม่ว่าจากพื้นที่ ชีวิต หรือแม้กระทั่งประเทศนั้น สร้างปัญหามากมาย ภาพยนตร์เรื่อง ‘มา ณ ที่นี้’ นั้นนอกจากมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้ชมแล้ว ยังต้องการสอดแทรกเนื้อหาสาระเชิงเปรียบเทียบเพื่อให้ผู้ชมสามารถรับรู้ ตระหนัก รวมถึงนำแนวคิดที่ได้ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันทั้งในปัจจุปันและอนาคต เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ปราศจากการแก่งเเย่งชิงดี และนำมาซึ่งการร่วมแรงร่วมใจ สามัคคีกันอีกด้วย

04. สวรรค์ในอก (Down to Heaven)
ผู้กำกับ : ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์
โปรดิวเซอร์ : ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์
ได้รับทุน : 1,000,000 บาท

ความหลากหลายทางเพศที่ดูเหมือนว่าจะได้รับการยอมรับในสังคมไทย ซึ่งแท้ที่จริงแล้วยังคงเป็นการยอมรับแค่เพียง เปลือกนอกเท่านั้น เป็นการยอมรับแบบขาดความเข้าใจ การรับรองการมีตัวตนว่าเป็น “มนุษย์” คนนึง ของคนที่มีความหลากหลาย ทางเพศอย่างถูกกฎหมายจริงๆ ยังคงไม่มีในประเทศไทย เหมือนกับว่าทุกคนรับรู้ว่ามี แต่ไม่มีอะไรที่สามารถยืนยันการเป็นคนที่มีตัวตนของคนเหล่านี้ ซึ่งก็ไม่ต่างกับปัญหาชาวต่างด้าว หรือ ชนกลุ่มน้อยไร้สัญชาติที่มีอยู่ในประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนมากที่เกิดในแผ่นดินนี้เหมือนกับคนไทยคนอื่น แต่เนื่องจากพ่อแม่เป็นคนต่างด้าวที่ เข้ามาอยู่ในเมืองไทยเพราะทางประเทศพม่า ก็ไม่ยอมรับว่า เป็น คนพม่า กลายเป็นว่าไม่มีอะไร ที่สามารถรับรองความเป็น “มนุษย์” คนนึงบนโลกนี้ ของพวกเขาได้ ทั้งๆที่พวกเขาก็มีตัวตนอยู่ ซึ่งสิทธิขั้นพื้นฐานของความเป็นคนที่พึงได้ก็ไม่เคยมี แม้แต่ “บัตรประจำตัวประชาชน” ซึ่งโลกใช้เป็นเครื่องยืนยันการเป็นมนุษย์ บนโลกนี้ ก็ยังไม่มีสิทธิ์ที่จะได้ ซึ่งข้าพเจ้าก็ต้องการจะตั้งคำถามเหล่านี้ ผ่านหนังเรื่องนี้ ซึ่งหนังจะเล่าผ่านตัวตน ความฝัน ความเชื่อ สังคมและศาสนา เพื่อให้เห็นว่า ทั้งคนที่มีความหลากหลายทางเพศและชนกลุ่มน้อยไร้สัญชาติ ต่างก็เป็น “มนุษย์” คนนึง เหมือนกับคนอื่นๆ บนโลก ใบนี้เช่นกัน

05. อานนเป็นนักเรียนตัวอย่าง (Arnold is a model student)
ผู้กำกับ : สรยศ ประภาพันธ์
โปรดิวเซอร์ : สรยศ ประภาพันธ์, ดรสะรณ โกวิทวณิชชา
ได้รับทุน : 1,000,000 บาท

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีจุดมุ่งหมาย นำเสนอประเด็น เกี่ยวกับการทุจริต ด้วยการตีแผ่ เรื่องราวการโกงต่างๆประเภทในโรงเรียน ทั้งในเรื่องเล็กน้อย จากการลอกการบ้าน รวมถึงในเรื่องใหญ่ๆ เช่นการให้สินบน ผ่านคำว่าบริจาค เป็นการสะท้อนภาพของสังคมไทยที่เต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่น ให้ผู้คนได้ตระหนักถึงภัยจากการคอร์รัปชั่นที่กัดกินสังคม และเป็นอุทาหรณ์สอนใจแก่เยาวชน

06. ดิน ฟ้า มหาสมุทร (Solids by the Seashore)
ผู้กำกับ : ปฏิภาณ บุณฑริก
โปรดิวเซอร์ : ชาติชาย ไชยยนต์
ได้รับทุน : 300,000 บาท

ดิน ฟ้า มหาสมุทร’ เป็นภาพยนตร์ที่จะเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจทางวัฒนธรรมประเพณี และค่านิยมของศาสนาอิสลามในพื้นถิ่นภาคใต้ รวมถึงส่งเสริมศิลปะประยุกต์เชิงสร้างสรรค์ และสอดแทรกแนวทางศึกษาเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์หาดทรายอย่างยั่งยืน อันเป็นการสร้างโอกาสในการขยายผลสู่การอนุรักษ์ระบบนิเวศชายหาดในประเทศไทย

07. หิ่งห้อย (The fireflies)
ผู้กำกับ : ต้องปอง จันทรางกูร
โปรดิวเซอร์ :ทักษกร ประดับพงษา
ได้รับทุน : 1,000,000 บาท

08. นคร-สวรรค์ (Nakhon-Sawan)
ผู้กำกับ : พวงสร้อย อักษรสว่าง
โปรดิวเซอร์ : อโนชา สุวิชากรพงศ์, ภาริณี บุตรศรี
ได้รับทุน : 300,000 บาท

นคร-สวรรค์’ เป็นภาพยนตร์ขนาดยาวที่ผู้กำกับได้ผลิตขึ้นเพื่อเป็นหนังวิทยานิพนธ์ปริญญาโท (มหาวิทยาลัย University of Fine Arts of Hamburg ) แต่มีจุดประสงค์ที่มากกว่านั้นคือต้องการนำผลงานชิ้นนี้ไปเผยแพร่ทั้งในต่างประเทศและประเทศไทย โดยหนังเล่าถึง สังคมและวัฒนธรรมไทยผ่านครอบครัวครอบครัวหนึ่ง หนังถูกการถ่ายทอดผ่านในรูปแบบของเรื่องแต่ง (fiction) และสารคดี ซึ่งเป็นเรื่องของครอบครัวผู้กำกับเอง โดยผู้ผลิตคาดหวังที่จะนำภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในประเทศไทย และเข้าประกวดในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติต่อไป

09. เบญจเพส (25, don’t think twice!)
ผู้กำกับ : จิรัศยา วงษ์สุทิน
โปรดิวเซอร์ : ศิรดา บุญเสริมวิชา, นูรฮายา แหละตี
ได้รับทุน : 200,000 บาท

เบญจเพส’ (25, don’t think twice!) เป็นภาพยนตร์ขนาดยาวที่มีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอมุมมองการดำเนินชีวิตของคนไทยในวัยเปลี่ยนผ่านที่ต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น การก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง โดยภาพยนตร์มุ่งหวังที่จะนำประเด็นนี้มานำเสนอเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจให้กับคนในสังคม

ภาพยนตร์ยังได้สอดแทรกประเด็นความแตกต่างของคนไทยในแต่ละยุคสมัยผ่านตัวละครต่างๆในเรื่อง วัฒนธรรมและรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยทำให้คนในแต่ละยุคมีความเชื่อ และทัศนคติที่แตกต่างกัน หากแต่ทุกฝ่ายก็ยังต้องอยู่ร่วมกันในทุกๆสถาบันทางสังคม ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงมุ่งหวังที่จะนำเสนอหนทางการอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจ เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างบุคคล และการอยู่ร่วมกันในสังคมภายใต้สถานการณ์ของสังคมในปัจจุบัน โดยมีรูปแบบการนำเสนอในลักษณะภาพยนตร์อิสระที่มีความสร้างสรรค์และแฝงไปด้วยอารมณ์ขัน

10. เรท เเดอ มีมอร์ ไลท์ (‘Let There Be More Light’!)
ผู้กำกับ : ปฐมพล เทศประทีป
โปรดิวเซอร์ : โสฬส สุขุม
ได้รับทุน : 200,000 บาท

ภาพยนตร์เป็นสื่อที่แพร่หลายในวงกว้าง และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเป็นเครื่องมือถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินผู้สร้าง ซึ่งมักสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับความเป็นอยู่ สังคม การเมือง วัฒนธรรมในช่วงเวลาหนึ่งๆ ภาพยนตร์ยังเป็นพื้นที่เชิงทดลองให้กับ ผู้สร้างในฐานะผู้เล่าเรื่องราว สร้างสรรค์แนวคิดใหม่ๆ ผ่านกระบวนการที่ถูกค้นคว้า วางแผน กลั่นกรอง ฝึกฝน เพื่อให้ได้งานสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพ ผนวกกับการทำงานเป็น กลุ่ม และการรวบรวมองค์ความรู้และทักษะ เชิงปฏิบัติในหลายศาสตร์ไว้ด้วยกัน รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย และสิ่งที่สำคัญอีกประการของภาพยนตร์คือ ถูกนำเสนอในฐานะการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และระบบวิธีคิดที่แตกต่างกันจากมุมหนึ่งสู่ อีกมุมหนึ่งของโลก ทั้งนี้จะเปิดโอกาสให้เกิดพื้นที่ การสร้างความเข้าใจ ร่วมถึงสิ่งที่เป็นไปในปัจจุบัน และประวัติศาสตร์ในแต่ละ พื้นถิ่นมากขึ้น รวมถึงเพื่อเผยแพร่ในเวทีที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างหรือในระดับนานาชาติ เช่น เทศกาลภาพยนตร์ นานาชาติ เพื่อช่วยสร้างมาตรฐานให้ภาพยนตร์ที่ถูกผลิตโดยคนไทย และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ และในฐานะสื่อทางวัฒนธรรมภาพยนตร์จากโครงการนี้ยังสามารถสะท้อนภาพและความคิด ความเป็นอยู่ในที่น่าสนใจของสังคมไทยออกไปสู่สากลได้

11. 9 วัด สู่สวรรค์ (9 Temples to Heaven)
ผู้กำกับ : สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์
โปรดิวเซอร์ : อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
ได้รับทุน : 200,000 บาท

เพื่อบันทึกภาพสังคมไทยผ่านโครงสร้างขั้นพื้นฐานของมนุษย์คือครอบครัว อันมีสมาชิกหลายวัยหลากหลายความเชื่อ ผ่านกิจกรรมการทำบุญ 9 วัด อันแสดงถึงความผูกพันของคนไทยกับวัดและพุทธศาสนา และยังเป็นการบันทึกทางประวัติศาสตร์ของศิลปะและสถาปัตยกรรมไทย โดยผู้สร้างภาพยนตร์คาดหวังที่จะนำภาพยนตร์เรื่องนี้เผยแพร่ต่อสายตาชาวโลกผ่านการประกวดและฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติและในประเทศ

12. นานา (Of Inches and a Thousand Miles)
ผู้กำกับ : โสภาวรรณ บุญนิมิตร และ พีรชัย เกิดสินธุ์
โปรดิวเซอร์ : โสภาวรรณ บุญนิมิตร และ พีรชัย เกิดสินธุ์
ได้รับทุน : 200,000 บาท

13. โครงการพัฒนาบทภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่อง “VR”
ผู้กำกับ : ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต
โปรดิวเซอร์ : ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต
ได้รับทุน : 200,000 บาท

เพื่อสร้างความเข้าใจ และบอกลักษณะของความหลากหลายทางวัฒนธรรมในสังคมร่วมสมัยของไทย นำเสนอภาพทัศนคติและการเติบโตของวัยรุ่น ที่ชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นในสังคมไทย กระตุ้นความคิด ตั้งคำถามกับผู้ชมในประเด็นการค้นหาตัวตนแท้จริง ทั้งในตัววัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่

 

หมวด : สารคดี

ปีนี้มีสารคดีที่ได้รับทุนทั้งสิ้น 6 โปรเจ็กต์ด้วยกัน โดยมีผลงานใหม่ของ ภาณุ อารี และ ก้อง ฤทธิ์ดี (‘เบบี้ อาราเบีย’) อย่าง ‘ข้าวหมกไก่ ซุปหางวัว’ ที่ยังเป็นสารคดีที่นำเสนอชีวิตของชาวมุสลิมในไทย หากคราวนี้เป็นการสำรวจผ่านวัฒนธรรมอาหาร, ‘ครูบาศรีวิชัย’ สารคดีเรื่องใหม่ของ อุรุพงศ์ รักษาสัตย์ (‘เพลงของข้าว’) กับการค้นหาเรื่องราวของพิธีบูชาครูบาศรีวิชัยซึ่งชาวภาคเหนือเคารพและศรัทธา และ ‘สู่สุคติ’ ของ วราลักษณ์ หิรัญเศรษฐวัฒน์ (Y/Our Music) กับการบันทึกเรื่องราวในครอบครัวเชื้อสายจีนของเธอเอง

01. ข้าวหมกไก่ ซุปหางวัว (Chicken Briyani & Oxtail Soup)
ผู้กำกับ :ภาณุ อารี, ก้อง ฤทธิ์ดี
โปรดิวเซอร์ :กวีนิพนธ์ เกตุประสิทธิ์
ได้รับทุน : 300,000 บาท

นำเสนอประวัติศาสตร์ของชุมชนมุสลิมในประเทศไทย ผ่านวัฒนธรรมอาหาร แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของเรื่องราว ผู้คน การย้ายถิ่น และอัตลักษณ์ของชาวไทยมุสลิมในภาคต่างๆ (เหนือ ใต้ อีสาน) รวมทั้งในกรุงเทพ ผ่านทางการหุงข้าวหมก อันเป็นอาหารที่แทบจะเป็ฯตัวแทนของชาวมุสลิมในประเทศไทย

02. ครูบาศรีวิชัย (Once Upon a Time in Lanna)
ผู้กำกับ : อุรุพงศ์ รักษาสัตย์
โปรดิวเซอร์ : อุรุพงศ์ รักษาสัตย์
ได้รับทุน : 380,000 บาท

เพื่อสำรวจถึงทัศนคติของประชาชนในปัจจุบันที่มีต่อ ครูบาศรีวิชัย ในฐานะที่เป็นพระนักพัฒนาและตนบุญที่สำคัญในอดีตและยังมีอิทธิพลทางความคิดมาถึงปัจจุบัน และแสดงให้เห็นถึงกิจกรรมทางศาสนาของคนทางภาคเหนือที่ทำเพื่อบูชาพุทธศาสนา ว่าเป็นไปตามแบบอย่างที่ครูบาได้เคยกล่าวสอนไว้หรือไม่อย่างไร สำรวจถึงการผลิตซ้ำและการสร้างภาพลักษณ์ความเป็นครูบาศรีวิชัยเพื่อผลประโยชน์ในด้านต่างๆ ของพระสงฆ์

03. วงศ์กลม (Spiral)
ผู้กำกับ : ประพัทธ์ จิวะรังสรรค์
โปรดิวเซอร์ :ไกรวุฒิ จุลพงศธร
ได้รับทุน : 200,000 บาท

เรื่องราวของแรงงานไทยที่ไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ เพื่อให้เกิดการเข้าใจและเห็นใจต่อชีวิตของแรงงานไทยเพื่อรัฐบาลทั้งไทยและญี่ปุ่นสามารถนำนโยบายไปพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขในอนาคตต่อไป

04. สู่สุคติ (We are Chinese, if you please)
ผู้กำกับ : วราลักษณ์ หิรัญเศรษฐวัฒน์
โปรดิวเซอร์ :วราลักษณ์ หิรัญเศรษฐวัฒน์
ได้รับทุน : 200,000 บาท

ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง สู่สุคติ (We are Chinese, if you please) เป็นภาพยนตร์ที่มุ่งเน้นเพื่อแสดงความหลากหลายทางวัฒนธรรมในประเทศไทย ไทยพัฒนาขึ้นเป็นชาติได้ก็ด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมจากแต่ละสัญชาติ แต่ละท้องถิ่น ภาพยนตร์เรื่อง สู่สุคติ สะท้อนให้เห็นการเป็นคนไทยในปัจจุบันที่ความผสมผสานระหว่างประเพณีไทยกับธรรมเนียมจีนที่อยู่ร่วมและรวมกันในครอบครัวเดียว นับว่าเป็นหนึ่งในความหลากหลายทางวัฒนธรรมในไทยที่แสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์

05. เจ้านางจากดวงจันทร์ ( THE LOST PRINCESS)
ผู้กำกับ : กรภัทร ภวัครานนท์
โปรดิวเซอร์ :กมลธร เอกวัฒนกิจ
ได้รับทุน : 300,000 บาท

หนังเรื่องนี้เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมล้านนา โดยผ่านเรื่องราวของเจ้านายฝ่าย เหนือรุ่นสุดท้าย และเป็นการปลูกฝังค่านิยมกุลสตรีให้แก่หญิงไทย เพื่อตัวอย่างของความแข็งแกร่ง การเผชิญหน้ากับอุปสรรคในฐานะภรรยา รวมถึงฐานะแม่ สอนวิธีการใช้ชีวิตตามบริบทและยุคสมัยที่เปลี่ยนไปของสังคม เป็นการแสดงให้ชาวต่างชาติได้เห็นคุณค่าความสวยงามของกุลสตรีไทย และวัฒนธรรมไทย รวมถึงให้คนไทยเห็นคุณค่าความสําคัญของผู้สูงอายุมากขึ้น

06. ดินแดนแสนอาชา (Eohippus)
ผู้กำกับ : ก้องภพ ชัยรัตนางค์กูล
โปรดิวเซอร์ :ปฐมพล เทศประทีป
ได้รับทุน : 100,000 บาท

ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ เปรียบเสมือนเครื่องบันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์ และการเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไทย ผ่านชีวิตของม้าตัวหนึ่งในอุตสาหกรรมม้าแข่ง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่มีความสืบเนื่องยาวนานตั้งแต่รัชกาลที่ 5 และระยะเวลาที่หมุนไปกว่าทศวรรษ พร้อมถ่ายทอดเรื่องราว สร้างสรรค์ด้วยภาพและเสียงในรูปแบบใหม่ให้กับภาพยนตร์สารคดี

 

หมวด : แอนิเมชั่น

01. ภาพยนตร์แอนิเมชันสั้นสองมิติเรื่อง “ละเมอ” (LAHMER)
ผู้กำกับ : ธนัตถ์ รุจิตานนท์
โปรดิวเซอร์ : Folimage studio และ Zero de conduite Productions (กำลังพูดคุย)
ได้รับทุน : 300,000 บาท

ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง ละเมอ เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันสั้นที่มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมศิลปะเชิงสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรม ผ่านการดัดแปลงบทละครฝรั่งเศสเป็นภาพยนตร์แอนิเมชัน ซึ่งกล่าวถึงการดำรงอยู่ของชีวิต โดยผู้ผลิตคาดหวังที่จะนำภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องดังกล่าว เข้าประกวดในเทศกาลแอนิเมชันระดับนานาชาติ เพื่อสร้างโอกาสและเพิ่มพื้นที่ให้กับวงการแอนิเมชันไทยต่อไป

02. ภาพยนตร์แอนิเมชั่นสั้นเรื่อง The Wavemaker : Cmaj
ผู้กำกับ : ธนภัทร กาญจโนภาส
โปรดิวเซอร์ : ธิดารัตน์ จันทรปรีดา
ได้รับทุน : 250,000 บาท

แอนิเมชั่นสั้นสำหรับกลุ่มวัยรุ่นที่เล่าเรื่องราวสะท้อนสังคมไทย เผยแพร่บนสื่อออนไลน์ สร้างการติดตามจากผู้รับชม นำไปสู่การนำข้อมูลไปเสนอต่อผู้สนับสนุนเพื่อสร้างแอนิเมชั่นเรื่องยาวต่อไปในอนาคต เป็นการลดการนำเข้าแอนิเมชันจากต่างประเทศ ตลอดจนกระตุ้นและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแอนิเมชันไทย สร้างตลาด และสร้างงานให้แก่บุคลากรในพื้นที่

03. จานด่วนจอมจุ้น กับวันวุ่นสุดอัศจรรย์ (Spiral)
ผู้กำกับ : สุพร เดชะรินทร์
โปรดิวเซอร์ : ธิดารัตน์ จัตตุวัฒนา
ได้รับทุน : 100,000 บาท

เรื่องราวของวัฒนธรรมการรับประทานอาหารร่วมกับครอบครัวที่เป็นค่านิยมดั้งเดิมของคนไทย สำรวจแง่มุมต่างๆของวัฒนธรรมอาหารไทยร่วมสมัย ร้านอาหารข้างทาง (Street Food)

 

หมวด : มิวสิค-วีดิโอศิลปะ

01. ร่างทนทาน (Enduring Body)
ผู้กำกับ : อุกฤษณ์ สงวนให้
โปรดิวเซอร์ : ภาณุพงษ์ คามแสน
ได้รับทุน : 100,000 บาท

ภาพยนตร์ศิลปะเรื่องนี้ มีจุดประสงค์ในการสร้างเพื่อส่งเสริมศิลปะเชิงสร้างสรรค์ในสังคมไทย เพิ่มความหลากหลายทั้งในส่วนของรูปแบบและเนื้อหา โดยจะใช้วิธีการเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ ในส่วนของเนื้อหาก็เป็นเรื่องราวที่พบเจอได้ในชีวิตประจำวันของคนไทย ทำให้เห็นว่าเรื่องราวที่ดูธรรมดาก็มีความน่าสนใจในตัวเองทั้งในเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวบ้าน เพียงแค่ใช้การเชื่อมโยงอย่างสร้างสรรค์และมองในมุมมองที่แตกต่างออกไป

02. ท้องพระโรงแห่งนี้
ผู้กำกับ : อนุพงศ์ เจริญมิตร
โปรดิวเซอร์ : วงจัน เจริญมิตร
ได้รับทุน : 80,000 บาท

เป็นการพัฒนาทางความคิดและรูปแบบของการนำเสนอผลงานศิลปะเชิงสร้างสรรค์ โดยนำศาตร์และศิลป์ของ “ลิเก” ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาตีความใหม่ อันสะท้อนให้เห็นถึงมุมมมองทางความคิดที่มีต่อสังคมในปัจจุบัน โดยใช้เทคนิคพิเศษในการสร้างภาพ (Visual Effect) และนำเสนอในรูปแบบของวีดิโอศิลปะ (Video Art)

03. เสียงซ่อนเร้น (Never Sound)
ผู้กำกับ : อานนท์ นงค์เยาว์
โปรดิวเซอร์ :ปฐมพงศ์ มานะกิจสมบูรณ์
ได้รับทุน : 100,000 บาท

มุ่งหวังในการค้นคว้าและทำความเข้าใจถึงอัตลักษณ์ที่ผสมผสานกันในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมในบริเวณพื้นที่เส้นแบ่งเขตแดน โดยนำภาษาอันลุ่มลึกและหลากหลายของภาพยนตร์และศิลปะเข้ามาถ่ายทอด รวมถึงเป็นการสร้างภาพยนตร์ทางเลือกเชิงทดลองที่มีผลต่อการค้นคว้าเชิงสัมคมศาสตร์และมนุษยวิทยา ซึ่งกระตุ้นถึงความตระหนักรู้ถึงด้านความหลากหลายของวัฒนธรรมชายขอบ

 

หมวด : ภาพยนตร์สั้น

01. สปริ้นท์ (Sprint)
ผู้กำกับ :ธัญธร วิวัฒนเดชา
โปรดิวเซอร์ : ปุณยาพร ชาติสุทธิพงศ์
ได้รับทุน : 30,000 บาท

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีจุดมุ่งหมายในการนำเสนอ ประเด็นเรื่องความสามารถของแต่ละบุคคลในสังคม เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับสังคมไทยที่มองว่า การศึกษาในวิชาสามัญนั้นสำคัญกว่าการสนับสนุนเด็กในด้านอื่น ส่วนตัวเล็งเห็นว่า เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมความสามารถที่แตกต่างกัน จึงอยากทำภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นส่วนช่วยให้สังคมไทยมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อเด็กที่มีความสนใจด้านกีฬา อีกทั้งหนังที่เล่าถึงชีวิตของนักกีฬา ยังมีน้อยในตลาดภาพยนตร์ไทย

02. กำเนิดหอยทากทอง (Birth of Golden Snail)
ผู้กำกับ : จุฬญาณนนท์ ศิริผล
โปรดิวเซอร์ : จุฬญาณนนท์ ศิริผล
ได้รับทุน : 100,000 บาท

เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ท้องถิ่นให้กลับมามีชีวิตผ่านภาพยนตร์ร่วมสมัย รักษาองค์ความรู้ในการผลิตภาพยนตร์ด้วยฟิล์ม และเพื่อนำเสนอและส่งเสริมการท่องเที่ยวริมฝั่งอันดามันของประเทศไทย

03. ราตรีกระจก (night mirage)
ผู้กำกับ : จิรัฐติกาล พระสนชุ่ม
โปรดิวเซอร์ : จิรัฐติกาล พระสนชุ่ม
ได้รับทุน : 30,000 บาท

ภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดจากสงสัยของตัวข้าพเจ้าต่อความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ของพ่อและแม่ ว่าสิ่งใดคือสาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ คล้ายกับจะขาดสะบั้นลงในช่วงปลายของชีวิต ข้าพเจ้าจึงเริ่มแกะรอยเพื่อหาคำตอบ โดยเริ่มจากสัมภาษณ์ถึงชีวิตในวัยเด็กของทั้งคู่ ไล่เรียงมาจนวัยเรียน กระทั่งถึงตอนที่ได้พบและแต่งงานกัน นำมาประกอบขึ้นเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้

 

04.อาฮง (Ahong, on the Other Hand)
ผู้กำกับ : สุภาณี ลิ้มโรจน์นุกูล
โปรดิวเซอร์ : สุภาณี ลิ้มโรจน์นุกูล
ได้รับทุน : 30,000 บาท

แสดงให้เห็นถึงคุณค่าความเชื่อในอดีตที่มีผลต่อการลงมือทำ โดยความเชื่อไม่ใช่แค่เรื่อง
 งมงายเท่านั้น แต่มันถูกยึดถือไว้เพื่อยกระดับจิตใจและให้ใครหลายๆคนมีความหวังเดินไปต่อ และที่สำคัญคือผู้ทำต้องการนำเสอให้เห็นกลิ่นอายของสถานที่และแหล่งอารยธรรมของจังหวัดบึงกาฬที่ใครหลายๆคนไม่เคย รู้จักและเข้าใจเมืองๆนี้ดี

 

หมวด : เกม

01. ที่ชอบ ที่ชอบ (Rest in Peace)
ผู้กำกับ : สุพิชชา เสนารักษ์
โปรดิวเซอร์ : วิภาพรรณ วงษ์สว่าง
ได้รับทุน : 300,000 บาท

เพื่อให้คนตระหนักถึงชีวิตและความตาย ผ่านการนำเสนอสุนทรียะในชีวิตประจำวันของคนไทยผ่านเนื้อเรื่องที่เป็นสากล

02. โครงการพัฒนาเกมเอเทอร์โนเบลดสอง สำหรับเครื่องเกมคอนโซล (AeternoBlade)
ผู้กำกับ : CORECELL
โปรดิวเซอร์ : นพพล วรรณเพ็ญสกุล
ได้รับทุน : 300,000 บาท

เอเทอโนเบลด 2 เป็นเกมภาคต่อของเอเทอโนเบลด ที่จัดจำหน่ายใน US,EU,Japan บน Nintendo 3DS , Playstation 4 , Playstation Vita และเพื่อเป็นการสร้างให้เฟรนไชส์เกมที่ผลิตโดยคนไทย100%ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้นและยอมรับมากขึ้น ภาคนี้จึงใช้เทคโนโลยีที่สูงขึ้นอย่าง Unreal Engine 4 เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพงานของคนไทยให้ทัดเทียมระดับโลกขึ้นไปอีก โดยเกมจะถูกจัดจำหน่ายบนเครื่อง Playstation 4 , Xbox One , Nintendo Switch เป็นหลัก

03. ฮีโร่ การ์เดี้ยน (Heroes guardian)
ผู้กำกับ : บริษัท ทีพ็อท สตูดิโอ จำกัด
โปรดิวเซอร์ : ณยศ มังคโลดม
ได้รับทุน : 300,000 บาท

04. ด้อนท์ (DON’T)
ผู้กำกับ : MAD Virtual Reality Studio
โปรดิวเซอร์ : จัตุพร รักไทยเจริญชีพ
ได้รับทุน : 300,000 บาท

เพื่อต้องการให้ผู้ที่ได้เล่นเกมนี้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินเป็นหลัก ผสานกับเรื่องเล่าพื้นบ้าน และเรื่องเล่าสมัยโบราณเกี่ยวกับตำนานความเชื่อต่างๆ ผสมผสานรวมกับเรื่องสิ่งมีชีวิตลึกลับ ที่บางคนอาจจะเคยเห็นหรือรู้จักเอามาตีแผ่ให้ทราบถึงที่มาที่ไป รวมถึงการที่เรื่องราวเหล่านั้นมาเกี่ยวข้องกันกับเนื้อเรื่องในเกม ซึ่งจะมีการนำเสนอให้มีลักษณะแบบร่วมสมัย ให้ผู้เล่นได้ตระหนักถึงคุณธรรมและศิลธรรมจากเรื่องราวในระหว่างเล่นอีกด้วย

05. อหังการ์ ตุ๊กตุ๊กๆ บุกพัทยา
ผู้กำกับ : สิบแสน สุขสุชะโน
โปรดิวเซอร์ :
ได้รับทุน : 300,000 บาท

ทางทีมพัฒนาต้องการนำอหังการ์ตุ๊กตุ๊กกลับมาสร้างใหม่ (remake) บนมือถือ ด้วยวิธีเล่าเรื่องแบบใหม่ รวมถึงเทคโนโลยีและฮาร์ดแวร์ที่ทันสมัยของมือถือยุคปัจจุบันจะสามารถส่งมอบประสบการณ์ในการเล่นเกมได้ดีกว่าในตู้ Arcade ในอดีต และนำผลงานสู่ตลาดโลกผ่าน AppStore และ PlayStore