ไม่มีสปีลเบิร์กวันนั้นก็ไม่มี วิน ดีเซล ในวันนี้ ย้อนวันวานเมื่อเขาแสดงใน Saving Private Ryan ในวันที่เกือบถอดใจ

Home / bioscope / ไม่มีสปีลเบิร์กวันนั้นก็ไม่มี วิน ดีเซล ในวันนี้ ย้อนวันวานเมื่อเขาแสดงใน Saving Private Ryan ในวันที่เกือบถอดใจ

“อันที่จริง หนึ่งในเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตผมคือวันที่ผมได้รับโทรศัพท์จากเอเยนต์ บอกว่า สตีเวน สปีลเบิร์ก เขียนตัวละครขึ้นมาตัวหนึ่งเพื่อให้ผมเล่นน่ะ” วิน ดีเซล เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการแสดงใน Saving Private Ryan (1998) หนังสงครามฟอร์มยักษ์ของสปีลเบิร์ก ที่แจ้งเกิดเขาในวงการแสดงอย่างเต็มตัว!

ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน ดีเซลเป็นนักแสดงและคนทำหนังหน้าใหม่ของอุตสาหกรรมฮอลลีวูด เขาเริ่มต้นด้วยการทำหนังสั้นความยาว 20 นาทีเรื่อง Multi-Facial (1995) เล่าเรื่องของอุปสรรคของเหล่านักแสดงหลากเชื้อชาติที่ต้องเจอเมื่อไปคัดตัวแสดงหนัง และ Strays (1997) ว่าด้วยการค้นหาความหมายของชีวิตของคนค้ายาและนักธุรกิจ ซึ่งได้ไปฉายในเทศกาลซันแดนซ์ ทั้งยังเข้าชิงรางวัล Grand Jury Prize สาขาหนังดราม่าด้วย!

หากแต่ดูเหมือนอุตสาหกรรมหนังยังไม่เข้าข้างดีเซลนัก เพราะหลังจากนั้น แม้จะเพียรออกตระเวนเข้าคัดตัวในหนังหลายเรื่องหลายเรื่องมากแค่ไหน ก็ไม่มีใครยื่นบทให้เขาแสดงแม้แต่นิด อย่างมากสุดคือการปรากฏเพียง ‘เสียง’ ใน The Fifth Element (1997, ลุก เบซง) ในบท ฟิงเกอร์ เพื่อนที่โทรศัพท์มาหา ดัลลัส (บรูซ วิลลิส) เท่านั้น และไม่มีงานแสดงใดๆ อีกเลย

ทั้งหมดนี้ทำให้ดีเซลถอดใจ หมดแรงจะเดินตามความฝันที่จะเป็นคนทำหนังและนักแสดงในโลกภาพยนตร์

“ตอนนั้นผมเพิ่งเข้าวงการแสดงมาได้สักหกเดือนเอง และคิดว่าคงไม่ไปออดิชั่นที่ไหนอีกแล้ว ถึงขั้นปฎิเสธการไปแคสติ้งและบอกกับเอเยนต์ของผมว่า ‘ผมไม่เอาแล้ว’ เลยทีเดียว”

แต่ดูเหมือนว่า ความพยายามของเขาจะเป็นผล เมื่อเอเยนต์ประจำตัวของดีเซลโทรศัพท์มาหาเขาอย่างร้อนรน บอกว่าสตีเวน สปีลเบิร์กเพิ่งได้ดูหนังที่ดีเซลกำกับและชอบมันมาก!

“แต่หลังจากที่ Strays หนังที่ผมเล่นและกำกับได้ไปฉายที่ซันแดนซ์ เอเย่นต์ของผมก็โทรศัพท์มาหาผม บอกว่า ‘รู้อะไรไหม สตีเวน สปีลเบิร์กเพิ่งจะได้ดูหนังเรื่อง Multi-Facial ไปเนี่ย'” ดีเซลเล่าอย่างออกรส “ผมงี้ช็อคไปเลย ได้แต่ถามว่า ‘อะไรนะ! เขาเพิ่งได้ดูหนังสั้นของผมเรอะ!’ ผมกระโดดตัวลอยอยู่บนเตียงและเกือบทำตัวเองหมดสติเพราะกระโดดอย่างบ้าคลั่งน่ะ”

แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะระหว่างที่เขากำลังตื่นเต้นสุดขีดกับการที่ยอดผู้กำกับได้ดูหนังสั้นของเขา เอเยนต์เจ้าเดิมก็บอกว่ายังมีอีกเรื่องที่ต้องบอก “เขาบอกว่า ‘อีกนิดนะ เขา(สปีลเบิร์ก)เขียนตัวละครขึ้นมาให้คุณได้เล่นด้วยล่ะ’ ผมเลยถามไปว่า ‘แล้วผมต้องไปออดิชั่นไหม’ แล้วเอเยนต์ผมก็บอกกลับมาว่า ‘ไม่ต้องๆ เขาเขียนบทนี้มาเพื่อให้คุณแสดงโดยเฉพาะหลังจากได้ดูคุณใน Multi-Facial เลยนะ!'”

ใช่แล้ว หนังเรื่องนั้นคือ Saving Private Ryan นั่นเอง! โดยดีเซลรับบทเป็นนายทหารที่ออกเดินทางฝ่าสงครามเพื่อตามหา ไรอัน (แม็ตต์ ดามอน) ภายใต้การดูแลของ กัปตันมิลเลอร์ (ทอม แฮงค์ส)

และ Saving Private Ryan ก็กลายเป็นหนังที่ทุกคนพูดถึงเมื่อมันออกฉาย สปอร์ตไลต์ไม่เพียงแต่จับไปที่แฮงค์สและดามอน เท่านั้น หากแต่ชื่อเสียงยังขยายไปถึงเหล่านักแสดงร่วมมากมายและทีมงานมหาศาล ทั้งยังกวาดเอารางวัลออสการ์มานอนกอดได้ถึงห้ารางวัลด้วยกัน (รวมถึงสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมด้วย)

จากนั้นเองที่เส้นทางการแสดงของดีเซลดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะต่อมา เขาได้รับบทพากย์เสียงในแอนิเมชั่นในดวงใจของเด็กยุคนั้นอย่าง The Iron Giant (1999, แบรด เบิร์ด) ในบทหุ่นยนต์ยักษ์ที่เรียนรู้ถึงความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างเขาและเด็กชายได้อย่างซาบซึ้งจนคนดูร้องห่มร้องไห้กันทั้งโรง, Boiler Room (2000, เบน ยังเกอร์) ดีเซลได้ประกบคู่กับนักแสดงที่มาแรงสุดๆ ในขณะนั้นอย่าง  เบน แอฟเฟล็ค และแจ้งเกิดเป็นพลุแตกในบท โดมินิก โตเร็ตโต The Fast and the Furious (2001, ร็อบ โคเฮน) ที่ทำเงินไปได้สูงถึง 207 ล้านเหรียญฯ แถมยังถูกสร้างภาคต่ออีกหลายภาคจนกลายเป็นแฟรนไวส์ขนาดยักษ์ที่ทรงอิทธิพลและทำเงินมากที่สุดในปัจจุบันนี้อีกด้วย!

“และประสบการณ์ที่ได้รู้ว่า สปีลเบิร์กเขียนตัวละครมาเพื่อให้เราเล่นในหนังของเขานี่แหละครับ คือประสบการณ์ที่แสนมหัศจรรย์ที่สุดที่ผมเคยมีมาเลย” ดีเซลกล่าวอย่างอารมณ์ดี

ติดตามชม Saving Private Ryan ได้ ทาง Mono29
วันที่ 7 ก.ค. เวลา 08.00 น.
//////////////////////////////////////
สามารถรับชม หนังดี ซีรีส์ดัง ได้ทางช่อง MONO29
และดูออนไลน์ได้ที่ http://mono29.mthai.com/livetv