‘อะไรอยู่ในกล่อง’ 7 เรื่องเบื้องหลังชวนเหวอที่คุณอาจยังไม่เคยรู้ของ Se7en (1995)

Home / bioscope / ‘อะไรอยู่ในกล่อง’ 7 เรื่องเบื้องหลังชวนเหวอที่คุณอาจยังไม่เคยรู้ของ Se7en (1995)
หมายเหตุ : บทความนี้อาจเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของหนัง

Se7en (1995) หนังธริลเลอร์ของ เดวิด ฟินเชอร์ เป็นหนึ่งในหนังอาชญากรรมที่ถูกยกย่องว่าดีที่สุดเรื่องหนึ่ง ภายใต้บรรยากาศขมุกขมัวของมหานครนิวยอร์ค นักสืบใกล้เกษียณ โซเมอร์เซ็ต (มอร์แกน ฟรีแมน) จับคู่กับนักสืบหนุ่มไฟแรง มิลล์ส (แบรด พิตต์) เพื่อสืบคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ฆาตกรฆ่าเหยื่อตามหลักบาป 7 ประการของศาสนาคริสต์

ไม่เพียงแต่ Se7en จะทำรายได้ถล่มทลายเท่านั้น แต่มันยังเป็นบทพิสูจน์ของพิตต์ให้หลุดมาจากภาพลักษณ์นักแสดงขายหล่อ รวมถึงเป็นหลักฐานว่าการเขียนบทอันแสนแม่นยำในเรื่องจังหวะของ แอนดรูว เควิน วอล์คเกอร์ นั้นส่งผลดีให้เรื่องเพียงใด และที่สำคัญ มันยังเป็นหนังที่ชี้ให้เห็นว่า ฟินเชอร์นั้นเชี่ยวชาญการกำกับหนังธริลเลอร์สืบสวนมากเหลือเกินจริงๆ

และจากนี้คือ 7 เบื้องหลังจากหนังเรื่อง Se7en ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้!

 

  1. ฟินเชอร์ได้กำกับหนังเรื่องนี้เพราะ… สตูดิโอส่งบทผิดให้

หลังกำกับ Alien³ (1992) สตูดิโอตัดสินใจมอบหมายหนังเรื่องใหม่ให้ฟินเชอร์กำกับอีกครั้ง โดยพวกเขาส่งบทหนังเรื่อง Se7en ของวอลเกอร์ให้ฟินเชอร์อ่าน อย่างไรก็ตาม หลังอ่านไปได้ 30 หน้าแรกนั้นฟินเชอร์ก็ไม่ประทับใจนัก “ตอนนั้นผมคิดว่า ‘บ้าเอ๊ย! นี่มันหนังที่ว่าด้วยตำรวจแก่กับนักสืบหนุ่มอีกเรื่องแค่นั้นแหละ!'” เขาเล่า “แต่เอเยนต์บอกผมว่า ให้ลองอ่านต่อไปก่อน ผมอ่านไปจนถึงฉากที่ผู้ร้ายเดินเข้าไปในสถานีตำรวจ แล้วก็รู้สึกว่า ‘นี่มันโคตรจะแหกกฎเลย!'”

ฟินเชอร์ถูกใจกับฉากจบมาก แต่ทันทีที่เขาบอกเอเย่นต์ว่าเขารักฉากจบแบบนี้มากแค่ไหน เอเยนต์กลับร้องเสียงหลงว่า “คุณพระ! ผมส่งบทหนังให้คุณผิด จริงๆ นั่นมันร่างแรกด้วยซ้ำ มันมีตอนจบอีก 11 แบบได้ละมั้ง” แต่ฟินเชอร์ยืนยันว่า หากจะให้เขากำกับ ก็ต้องเป็นบทนี้และตอนจบแบบนี้เท่านั้น!

  1. แบรด พิตต์ กับอุบัติเหตุในหนัง

ฉากที่นักสืบมิลล์สไล่กวดผู้ต้องสงสัยในถนนมืดๆ ชื้นแฉะนั้น พิตต์สะดุดล้มและฟาดแขนเข้ากับกระจกรถอย่างจัง และบังเอิญพอดีที่ตามบทแล้วนัน้ นักสืบมิลล์สต้องได้รับบาดเจ็บเลือดโชกพอดี ดังนั้น หลังจากที่ทำแผลเสร็จแล้ว เรื่องจึงลงเอยด้วยการที่พิตต์เข้าฉากไปทั้งผ้าพันแผลพะรุงพะรังเต็มมือนั่นเอง

  1. “ความเกียจคร้าน” (sloth)

ฟินเชอร์เฟ้นหานักแสดงที่จะมารับบท วิกเตอร์ หนึ่งในเหยื่อของคดีอาชญากรรมต่อเนื่องนี้ซึ่งต้องถูกผูกมัดโยงกับเตียงจนผอมโซ ดังนั้นทีมงานจึงต้องหานักแสดงชายที่มีร่างกายผอมบางมากๆ และได้เจอกับ ไมเคิล รีด แม็กเคย์ ชายหนุ่มที่น้ำหนักเพียง 44 กิโลกรัม (!!) และหลังจากเขาคว้าบทนี้ได้ ฟินเชอร์ก็ขอร้องให้เขาไปลดน้ำหนักเพิ่มอีกเล็กน้อย (!!) และแม็กเคย์ก็กลับมาเข้าฉากพร้อมน้ำหนักเพียง 40 กิโลกรัมเท่านั้น

  1. “ความละโมบ” (Greed)

จีน บอร์คาน นักแสดงหนุ่มผู้มารับบทเป็นเหยื่อในบาปที่เล่าถึงความโลภ และไม่รู้เลยสักนิดว่าตัวเองต้องทำอะไรบ้างจนกระทั่งต้องเข้าฉาก และพบว่าต้องเปลือยกายแทบทั้งตัว, โชกไปด้วยเลือด แถมยังต้องแอ็กติ้งเป็นศพอีกต่างหาก “สุดท้ายแล้วไง ผมใส่กางเกงในตัวเดียวกับค่าจ้าง 522 เหรียญฯ สำหรับฉากนั้น” เขาว่า

  1. นักสืบมิลล์ส

ที่เราเห็นตัวละครมิลล์สแต่งตัวเด๋อๆ ด๋าๆ ด้วยเน็คไทลายการ์ตูนหลายๆ ฉากนั้น พิตต์เล่าให้ฟังในภายหลังว่าเน็คไทพวกนั้นเป็นของเขาเอง โดยเขาเอามันมาจากบ้านเพื่อนำมาเข้าฉาก ด้วยเหตุผลแค่ว่า สำหรับเขาแล้วนั้น เจ้านักสืบมิลล์สเป็นชายหนุ่มที่แต่งตัวไม่เป็นและรสนิยมด้านแฟชั่น “เห่ยเป็นบ้า!”

  1. ฉากจบที่แท้จริง…?

วอล์คเกอร์และฟินเชอร์ต่างโยนไอเดียใส่กันว่า ตัวละครโซเมอร์เซ็ตนั้นจะจัดการอย่างไรกับ ‘กล่องปริศนา’ ที่อยู่ตรงหน้า โดยเฉพาะเมื่อเขารู้อยู่แก่ใจว่าในกล่องนั้นมีอะไร ฟินเชอร์เสนอว่าให้โซเมอร์เซ็ตเป็นผู้ตัดสินใจ ‘ลั่นไก’ ใส่นักโทษ หากแต่พิตต์บอกว่า คนที่ควรลงมือยิงจริงๆ ควรเป็นนักสืบมิลล์สมากกว่า “และต้องเป็นการยิงที่ปราศจากความลังเลเมื่อเขาพบว่าในกล่องนั้นคือหัวของคนที่เขารักที่สุด” เขาว่า

  1. แต่สตูดิโอก็ไม่พอใจกับตอนจบ… อยู่ดีนะ

ความโหดร้ายเลือดเย็นของตอนจบนั้นสั่นประสาทคนดู รวมถึงสตูดิโอด้วย ก่อนหน้าที่ฟินเชอร์จะลงมือถ่ายจนจบ พวกเขาติดต่อผู้กำกับให้พิจารณาทางเลือกใหม่ให้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งกว่านั้น (นั่นคือในกล่องไม่มีอะไรทั้งสิ้น เป็นกล่องเปล่า) แต่พิตต์กลายเป็นคนที่ยืนยันว่าฉากจบแบบนี้มัน ‘เจ๋ง’ ที่สุดแล้ว ทั้งยังบอกสตูดิโอด้วยว่า หากมีการปรับเปลี่ยนฉากจบ เขาจะไม่ถ่ายต่อเด็ดขาด!

 

ติดตามชม  Seven  ได้ ทาง Mono29
วันที่ 10 ก.ค. เวลา 22.55 น.
//////////////////////////////////////
สามารถรับชม หนังดี ซีรีส์ดัง ได้ทางช่อง MONO29
และดูออนไลน์ได้ที่ http://mono29.mthai.com/livetv