ก่อนจะมาคว้าแชมป์โลก The Marchers หนังรวมเลือดเนื้อที่บันดาลใจนักเตะฝรั่งเศส

Home / bioscope / ก่อนจะมาคว้าแชมป์โลก The Marchers หนังรวมเลือดเนื้อที่บันดาลใจนักเตะฝรั่งเศส

หลังจากเปิดแม็ตช์แข่งขันกันมาหนึ่งเดือนเต็ม ในที่สุด ทีมชาติฝรั่งเศสก็เป็นฝ่ายชูถ้วยชนะเลิศฟุตบอลโลกเวิลด์คัพปี 2018

หากแต่การคว้าชัยของพวกเขานั้นไม่ง่าย ไม่เพียงแต่ต้องเจอกับทีมสุดหินตั้งแต่เกมแรกๆ แต่ปัญหาภายในทีมฝรั่งเศสเองก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องหาทางแก้ไขก่อนลงแข่ง โดยเฉพาะเรื่องความแตกต่างและความขัดแย้งของเหล่านักเตะทั้ง 23 ชีวิต

ย้อนกลับไปในปี 1998 เมื่อฝรั่งเศสคว้ารางวัลชนะเลิศเวิลด์คัพในปีนั้นได้เป็นครั้งแรกด้วยทีมที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ ท่ามกลางข้อกังขาของชาวฝรั่งเศสหลายคน โดยเฉพาะจากนักการเมืองฝั่งอนุรักษนิยมที่รู้สึกว่านักกีฬาส่วนใหญ่ของทีมไม่ใช่ชาวฝรั่งเศส “แท้” ทั้งหมด โดยเฉพาะ ซีเนดีน ซีดาน หนึ่งในกองกลางที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งของโลกในเวลานั้น ก็เติบโตจากครอบครัวที่เป็นชาวแอลจีเรียอพยพ, พาทริค วีเยรา นักเตะเชื้อสายเซเนกัล ประจวบเหมาะกับช่วงเวลานั้น ฝรั่งเศสถูกผู้ก่อการร้ายชาวแอลจีเรียโจมตีครั้งใหญ่ ทำให้เชื้อชาติของนักเตะกลายเป็นประเด็นให้ถกเถียงกันหนาหูขณะนั้น

อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลทีมชาติฝรั่งเศสนั้นก็ยังเต็มไปด้วยความหลากหลายของนักเตะเสมอมา (โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ที่ข่าวฉาวของ การิม เบนเซมา นักฟุตบอลเชื้อสายแอลจีเรีย ทำให้แฟนบอลหลายคนสาปส่งให้เขากลับไปอยู่ที่แอลจีเรียแทนฝรั่งเศส) เช่นเดียวกันกับนักเตะชุดล่าสุด ที่มีนักเตะที่เป็นลูกหลานของผู้อพยพที่มาตั้งถิ่นฐานในฝรั่งเศสเมื่อหลายปีก่อนถึง 17 คน ทั้ง กีลียาน เอ็มบัปเป ไอ้หนูวัย 19 ที่ทำสกอร์อย่างสวยงามให้ทีมชาติ ก็มีเชื้อสายชาวแคเมอรูนและอัลจีเรีย ทั้งหมดนี้ทำให้สื่อมวลชนฝรั่งเศสตั้งคำถามว่า ความหลากหลายมากมายเช่นนี้ จะทำให้เกิดรอยแยกขึ้นมาในทีมหรือไม่ จนผู้จัดการทีมต้องออกคำสั่งให้นักกีฬาบ้างคนร้องเพลงชาติให้ดังๆ ไปจนถึงแปะป้ายขนาดใหญ่ไว้ในห้องแต่งตัวว่า ‘ให้ทำตัวดีๆ ต่อกัน’ อันเป็นวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น

และเพื่อจะสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ข้ามพ้นเรื่องอัตลักษณ์ภายนอก ผู้จัดการและโค้ชจึงตัดสินใจให้เหล่านักเตะ… ดูหนัง!

The Marchers หนังปี 2013 ที่สร้างจากเหตุการณ์จริงของผู้กำกับชาวเบลเยี่ยม นาบิล เบ็น ยาดีร์ เล่าเรื่องย้อนกลับไปในปี 1983 ที่กรุงปารีส, ฝรั่งเศส เมื่อ โมฮัมเหม็ด เด็กหนุ่มเคราะห์ร้ายถูกตำรวจยิงเข้าจนบาดเจ็บสาหัส ด้วยสาเหตุเรื่องความแตกต่างด้านอัตลักษณ์และชาติพันธุ์ ซึ่งทันทีที่รอดชีวิตมาได้ แทนที่เขาจะเปิดฉากแก้แค้นนายตำรวจคนนั้น -ด้วยแรงบันดาลใจจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองอันแสนสงบของ คานธี และ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง– เขากลับจับมือกับเพื่อนอีกสองคน ออกเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรมและพื้นที่ให้กับความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของคนฝรั่งเศส

การออกประท้วงครั้งนั้นถูกจดจำในชื่อ March for Equality and Against Racism และนับเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติครั้งแรกในประเทศฝรั่้งเศส ตัวหนังได้รับคำวิจารณ์เยี่ยมยอดโดยเฉพาะการถ่ายทอดเหตุการณ์จริงอย่างอบอุ่นและบันดาลใจ โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า เหล่าคนที่มาร่วมเดินขบวนนั้นมีทั้งชาวฝรั่งเศสโดยกำเนิด, ลูกหลายผู้อพยพ และคนเชื้อชาติอื่นที่เห็นว่าการเหยียดทางชาติพันธุ์นั้นเป็นเรื่องไม่เหมาะควร จนขบวนประท้วง -ที่เริ่มจากคนเพียงสามคน- ขยับขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การต่อต้านการเหยียดชาติพันธุ์ในฝรั่งเศส

และในวันที่พวกเขาฉายหนังเรื่องนี้ให้เหล่านักเตะฝรั่งเศสดูนั้น จาเมล เดอบุซ หนึ่งในนักแสดงนำของเรื่องได้เดินทางไปร่วมชมกับเหล่านักเตะ และถึงกับออกปากว่ามันได้ผลดีอย่างเหลือเชื่อ “หนังมันสะเทือนอารมณ์พวกเขานะ และมันทำให้พวกเขาได้ปลดปล่อยตัวเองจากความตึงเครียดต่างๆ ด้วย” เดอบุซเล่า “มันได้ผลดีกว่าการที่ผู้จัดการทีมแปะป้ายบอกพวกเขาว่า ให้รักกันมากๆ ซะอีกนะ”

และวันนี้ เหล่านักเตะก็พิสูจน์แล้วว่า ความเหนียวแน่นของพวกเขานั้นก้าวข้ามเรื่องอัตลักษณ์และชาติพันธุ์ไปแล้วอย่างสิ้นเชิง ด้วยการคว้าถ้วยเวิลด์คัพประจำปี 2018 มาครองนั่นเอง