สาวงามในจักรวาลของ ไมเคิล เบย์: ย้อนทำความรู้จักนักแสดงนำหญิงหลากใบหน้าในแฟรนไชส์ Transformers

Home / bioscope / สาวงามในจักรวาลของ ไมเคิล เบย์: ย้อนทำความรู้จักนักแสดงนำหญิงหลากใบหน้าในแฟรนไชส์ Transformers

ไม่ว่าเราจะรักหรือชัง ไมเคิล เบย์ ชายผู้มาพร้อมสัญลักษณ์หนังระเบิดภูเขาเผากระท่อมฟอร์มยักษ์ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า หนังของเขากวาดเงินจากทั่วโลกหลายพันล้านบาท และมีจุดขายที่แข็งแรงในหนังของตัวเองเสียจนมันสร้างแฟนหนังเดนตายขึ้นมาหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็นฉากแอ็กชั่นสนั่นหวั่นไหว, พระเอกใจเหล็ก และที่ขาดไม่ได้ คือเหล่านางเอกสุดเซ็กซี่ยั่วยวน

และโดยเฉพาะแฟรนไชส์ Transformers -ที่เล่าถึงการปะทะกันบนโลกของเหล่ามนุษย์ต่างดาวหน้าตาเหมือนหุ่นยนต์สองฝั่งอัน คือฝั่งออโต้บ็อตส์และฝั่งดีเซปทิคอนส์- ที่หลังจากแจ้งเกิดภาคแรกอย่างหรูไปเมื่อปี 2007 ทั้งยังทำกำไรมหาศาล มันยังแจ้งเกิดนักแสดงหลายคน ทั้งจากโนเนม -หรือที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว- ให้ดังมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว รวมถึงการที่มันเปลี่ยนนักแสดงนำหญิงแทบทุกภาค (ไม่ว่าจะจากกรณีหมดสัญญา หรือ เอ่อ… ทะเลาะกับผู้กำกับก็ตามที) แต่เบย์ก็ยังแคสติ้งนักแสดงได้สวยหยาดเยิ้มเซ็กซี่เสมอกันมาโดยตลอด จนมันกลายเป็นหนึ่งในจุดขายที่แข็งแกร่งของงานเขาไปแล้ว

เราจึงชวนย้อนมาทำความรู้จักเหล่า ‘สาวงาม’ ใน ‘จักรวาล’ ของไมเคิล เบย์กัน!

เมแกน ฟ็อกซ์ จาก Transformers และ Transformers: Revenge of the Fallen (2009)

สายตายั่วยวนของ มิเคลา (ฟ็อกซ์) หญิงสาวเสื้อสีส้มที่ก้มตัวลงจัดการซ่อมรถของ แซม วิตวิกกี (ไชอา ลาบัฟ) กลายเป็นฉาก ‘ภาพจำ’ ที่คนทั้งโลกมีต่อหญิงสาวเรือนผมสีดำ นัยน์ตาสีฟ้าและเรียวปากสุดเซ็กซี่ในทันที ทั้งยังแจ้งเกิดเธออย่างอลังการสุดๆ เพราะก่อนหน้านี้ฟ็อกซ์รับเล่นหนังฟอร์มเล็กมาก่อนและไม่ได้มีท่าทีว่าจะเซ็กซี่ได้มากมายนัก (อันที่จริง เธอในซีรีส์ Hope & Faith ก็ยังดูน่ารักมากกว่าจะยั่วยวนด้วยซ้ำ)

ก็ไม่แปลกที่ความดังระเบิดของ Transformers จะส่งให้เธอกลายเป็นสาวในฝันของหนุ่มๆ แทบจะในทันทีที่หนังออกฉาย ชื่อของฟ็อกซ์ติดอันดับสาวเซ็กซี่แทบจะทุกโผที่เปิดโหวต และความร้อนแรงของเธอยังปรากฏในหนังภาคต่ออย่าง Revenge of the Fallen ที่ทำรายได้ดีไม่แพ้ภาคแรก

หากแต่คราวนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างฟ็อกซ์และเบย์ง่อนแง่นขึ้นหลังจากเธอให้สัมภาษณ์ว่าเขานั้นทำตัวเป็น “ฮิตเลอร์” ในกองถ่าย ทั้งยังทำให้ตัวละครของเธอตกอยู่ในสถานะตัวประกอบที่ดูยั่วยวนของหนังอยู่บ่อยๆ (“เขาบอกฉันแค่ว่า ‘เซ็กซี่เข้าไว้’ แต่ฉันน่ะถามเขากลับว่า ‘ไมค์ ฉันต้องคุยกับใคร มองไปทางไหน’ แต่เขาก็เอาแต่บอกว่า ‘แค่ทำตัวเซ็กซี่ก็พอแล้วน่า’ ซึ่งทำฉันฉุนจัดเลยล่ะ” ฟ็อกซ์เล่าอย่างดุเดือด) จนในที่สุด เบย์ก็ ‘ไล่’ เธอออกจากการรับบทนำในแฟรนไชส์เรื่องนี้

(อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทั้งสองคนคืนดีกันแล้วเป็นที่เรียบร้อยนะจ๊ะ)

โรซี ฮันทิงตัน-ไวต์ลีย์ จาก Transformers: Dark of the Moon (2011)

“ผมไม่เคยร่วมงานกับนางแบบมาก่อน ไม่เคยแม้แต่จะคิด ผมเคยถ่ายงานให้ Victoria’s Secret มาบ้างประปราย เธอเจ๋งและพูดด้วยสำเนียงอังกฤษที่น่ารักมากๆ” เบย์เล่าถึงการได้พบเจอกับฮันทิงตัน-ไวต์ลีย์เป็นครั้งแรกในสตูดิโอของ Victoria’s Secret แบรนด์ชุดชั้นในชื่อดัง ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาจะติดต่อให้เธอลองมารับงานแสดงเป็นครั้งแรกในชีวิต …และแน่นอนว่าเธอตอบตกลง!

นางแบบสาวชาวอังกฤษที่ดังระเบิดอยู่ในแวดวงแฟชั่นในฐานะนางแบบของ Victoria’s Secret อย่างฮันทิงตัน-ไวต์ลีย์ ถูกคนในอุตสาหกรรมหนังจับตาดูเป็นอย่างมาก ในฐานะที่เธอคือนักแสดงที่มาแทนที่เมแกน ฟ็อกซ์ ซึ่งแสดงได้เผ็ดร้อนมาแล้วในสองภาคก่อน ทั้งยังถูกตั้งข้อสงสัยมากมายถึงการข้ามพรมแดนจากการเดินแบบมาสู่การแสดง หากแต่เธอก็พิสูจน์ตัวเองได้เป็นอย่างดีในบท คาร์ลี แฟนสาวคนใหม่ของแซม ที่ทั้งสวย ฉลาด และเซ็กซี่ (ใครจะลืมฉากลงจากรถในชุดขาวนั่นได้!)

หลังจากนั้น เธอรับบทนำใน Mad Max: Fury Road (2015, จอร์จ มิลเลอร์) กับบทหนึ่งในภรรยาสาวท้องแก่ของ อิมมอร์ตัน โจ ก่อนจะหยุดรับงานแสดงไปพักใหญ่เนื่องจากมุ่งมั่นทำแบรนด์เสื้อของตัวเอง และจากการตั้งครรภ์ลูกชายคนแรกกับ เจสัน สเตแธม ทำให้ตอนนี้เธอห่างหายจากงานแสดงไปชั่วคราวจ้า

นิโคลา เพลต์ซ จาก Transformers: Age of Extinction (2014)

การกลับมาของแฟรนไชส์ยักษ์คราวนี้ไม่เพียงแต่เปลี่ยนนักแสดงนำหญิง หากแต่เปลี่ยนตัวนำชายที่ครองตำแหน่งมายาวนานอย่างลาบัฟมาเป็น มาร์ค วาห์ลเบิร์ก แทน โดยเบย์ให้คำตอบว่า “มันยากนะครับที่จะสร้าง Transformers ภาคต่อโดยที่มีแต่ตัวละครเดิมๆ น่ะ”

ไม่เพียงเท่านั้น เบย์ยังจัดการเปลี่ยนเส้นเรื่องหลักทั้งหมดแทบไม่เหลือเค้าเดิม โดยเล่าถึง เยเกอร์ (วาห์ลเบิร์ก) นักประดิษฐ์ที่บังเอิญไปซื้อซากรถบรรทุกเก่าๆ มาโดยไม่ทันสังเกตว่ามันคือ ออพติมัส ไพรม ผู้นำของกลุ่มออโต้บ็อตส์ ก่อนที่สงครามของเหล่าหุ่นยนต์จะนำพาความวายป่วงมาสู่ชีวิตเขาและลูกสาว เทซซา (เพลต์ซ)

อันที่จริง ชะตากรรมของเพลต์ซแทบไม่ต่างกันกับนักแสดงสาวรุ่นพี่ที่รับบทนำหญิงในหนังของเบย์ก่อนหน้าเธออย่างฟ็อกซ์และฮันทิงตัน-ไวต์ลีย์ เพราะแม้เธอจะปรากฏตัวในหนังก่อนหน้า Age of Extinction มาบ้างแล้วประปรายแต่ก็ไม่ถูกพูดถึงนัก กระทั่ง The Last Airbender (2010, เอ็ม ไนต์ ชยามาลาน) ที่ดูจะเป็นหนังที่ฉายวงกว้างที่สุดที่เพลต์ซเคยแสดง หากแต่มันก็แป้กและได้รับคำวิจารณ์ย่ำแย่เสียจนเธอไม่ถูกพูดถึงอีกเช่นกัน

Age of Extinction จึงกลายมาเป็นหนังแจ้งเกิดเด็กสาวหน้านิ่งในบทลูกสาวของมาร์ค วาห์ลเบิร์ก หากแต่ก็ตามสไตล์หนังของเบย์ที่แม้มันจะเล่าผ่านเส้นเรื่องพ่อลูก แต่ก็ยังอุตส่าห์มีฉากที่นางเอกอย่างเพลต์ซได้โชว์ฉากเซ็กซี่ทุกนาทีที่เธอปรากฏตัวนั่นเอง (…)

หลังจากนั้น เพลต์ซดูจะไปได้สวยกับงานการแสดง โดยเธอรับแสดงใน Bates Motel ซีรีส์ดัง และหนังคอมิดี้ Youth in Oregon (2016, โจเอล เดวิด มัวร์), Back Roads (2018) หนังธริลเลอร์งานกำกับครั้งแรกของ อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์ นักแสดงหนุ่มเลือดอังกฤษ ที่ได้รับคำวิจารณ์ไปได้ไม่เลวทีเดียว

อิซาเบลา โมเนอร์ จาก Transformers: The Last Knight

แม้ว่ามันจะเป็นภาคที่ถูกสาปส่งมากที่สุดในฐานะที่มีแต่ ‘อะไรก็ไม่รู้’ ทั้งเรื่อง แต่มันก็ยังทำหน้าที่ในการแจ้งเกิดนักแสดงได้ดีเช่นเคย โดยเฉพาะกับ อิซาเบลา โมเนอร์ ในบท อิซาเบลลา เด็กสาวดวงตกที่ชีวิตต้องผูกติดกับนักประดิษฐ์ดวงตกอย่างเยเกอร์ (วาห์ลเบิร์ก-เจ้าเก่าเจ้าเดิม) ในวันที่มนุษยชาติตั้งกองกำลังตามล่าและทำลายเหล่าหุ่นยนต์จากต่าวดาว ที่ก็กำลังตามหาวัตถุบางอย่างบนโลกที่เชื่อมโยงไปยังตำนานเก่าแก่ด้วย

แต่ก็อีกนั่นแหละ ที่ The Last Knight กลายเป็นหนังแจ้งเกิดของอิซาเบลา โมเนอร์ หลังจากที่เธอรับเล่นแต่หนังออกฉายทางโทรทัศน์และซีรีส์เล็กๆ น้อยๆ มาโดยตลอด หนังหุ่นยนต์ต่อยกันเรื่องนี้ก็ได้สาดไฟสปอตไลต์ไปทางเธอ ก่อนที่เธอจะแสดงนำในหนังดราม่า-ธริลเลอร์ Sicario: Day of the Soldado (2018, สเตฟาโน โซลลิมา)

อย่างไรก็ตาม แม้นาทีนี้จะมีการประกาศว่าจักรวาล Transformers ยังไม่จบลงง่ายๆ ด้วยการประกาศสร้าง Bumblebee (2018, ทราวิส ไนต์) และ Transformers 7, 8 (ยังไม่กำหนดปีฉาย) หากแต่ดูเหมือนพี่เบย์ของเราๆ จะสนใจการเป็นโปรดิวเซอร์และไม่วางตัวเองในฐานะผู้กำกับแต่อย่างใด

ทั้งนี้ แม้มันจะเป็นหนังตระกูลที่คนทั้งรักทั้งชัง แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า มันก็ได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของหนังฟอร์มยักษ์ปลายยุค 2000 ทั้งยังช่วยแจ้งเกิดนักแสดงหลายต่อหลายคน ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่ได้ทิศทางการกำกับที่แน่นอนและชัดเจนในตัวเองมาตั้งแต่ภาคแรก Transformers จึงกลายเป็นหนังหุ่นยนต์ตีกัน, ระเบิดภูเขาเผากระท่อม, คนหนีตาย และสาวสวยที่ถูกทำให้เซ็กซี่ในทุกอิริยาบถ ที่ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นจุดขาย ซึ่งไม่ว่าเราจะรักหรือชังงานไมเคิล เบย์ มากแค่ไหน แต่คงปฏิเสธอิทธิพลของมันที่มีต่ออุตสาหกรรมหนังโลกไม่ได้อย่างแน่นอน

ติดตามชม Transformers: Dark of the Moon ได้ ทาง Mono29
วันที่ 6 ส.ค. เวลา 18.15 น.
//////////////////////////////////////
สามารถรับชม หนังดี ซีรีส์ดัง ได้ทางช่อง MONO29
และดูออนไลน์ได้ที่ http://mono29.mthai.com/livetv