(WORLD CINEMA) A Land Imagined หนังม้ามืดจากสิงคโปร์ผู้คว้ารางวัล Golden Leopard แห่งเทศกาลหนังโลการ์โน

Home / bioscope / (WORLD CINEMA) A Land Imagined หนังม้ามืดจากสิงคโปร์ผู้คว้ารางวัล Golden Leopard แห่งเทศกาลหนังโลการ์โน

อาจจะยากที่จะจินตนาการ แต่ประเทศสิงคโปร์เมื่อปี 1965 หรือเมื่อ 53 ปีก่อนหน้านี้นั้น มีขนาดเล็กกว่าปัจจุบันถึง 22 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงประชากรที่มีเพียง 1.8 ล้านคนเท่านั้น (ปัจจุบันอยู่ที่ 5 ล้านคน) แน่ล่ะว่าการเติบโตของประชากรและพื้นที่ภายในประเทศนั้นไม่ได้เกิดขึ้นได้เอง หากแต่มันเกิดจากการมานะพยายามของรัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่า ที่ถมดินใส่น้ำทะเลเพื่อให้กลายเป็นแผ่นดิน

และ A Land Imagined หนังดราม่าของ เสี่ยวฮัวเหยา (In the House of Straw, 2009) ก็นำเรื่องราวของการเติบโตของสิงคโปร์ -ประเทศบ้านเกิดของเขา- มาเป็นประเด็นหลักในหนังและไปได้ไกลจนคว้ารางวัล Golden Leopard จากเทศกาลภาพยนตร์โลการ์โน และเป็นหนังจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลำดับถัดมาที่คว้ารางวัลนี้ได้ต่อจาก From What Is Before (2014, ลาฟ ดิอาซ)

โดย A Land Imagined เล่าถึงการหายตัวไปอย่างลึกลับของ หวาง (หลิวเสี่ยวยี่) คนงานก่อสร้างที่มีหน้าที่สร้างตึก บ้านเรือนบนแผ่นดินที่เพิ่งถูกถมขึ้นมาใหม่ของสิงคโปร์ และทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ลก (ปีเตอร์ หยู) ต้องลงพื้นที่เพื่อสืบหาคดีการหายตัวไปของหยาง นำไปสู่การพบเจอข้อเท็จจริงชวนพิศวง ทั้งเรื่องช่วงเวลาและตำแหน่งที่อยู่ที่แท้จริงของหยาง… หรือแม้แต่ของเขาเอง

สิ่งที่ทำให้หนังถูกพูดถึงและได้รับคำชมอย่างมากคือการที่มันเล่นประเด็น “พื้นที่” ของสิงคโปร์ ทั้งในแง่พื้นที่ทางกายภาพที่ขยับขยายอย่างรวดเร็วในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา กับพื้นที่ความเป็นอยู่ของผู้คน โดยเฉพาะผู้คนชนชั้นแรงงานอย่างหยางและเพื่อนชาวบังคลาเทศของเขา ที่ดูราวกับไม่มีอยู่จริงในประเทศแห่งนี้ ดังที่ตัวละครของลกรำพึงขึ้นมาว่า “ผมยังจำได้อยู่เลยว่าตรงนี้เมื่อ 30 ปีก่อนนั้นเป็นทะเลทั้งหมด” ก่อนที่นายตำรวจอีกคนจะถามกลับว่า “ใครจะไปจำเรื่องเมื่อ 30 ปีที่แล้วได้กัน” พร้อมกันนั้น หนังก็เล่าความฝันในโลกจินตนาการของคนใช้แรงงานแบบหวาง ที่ดูราวกับว่าสิงคโปร์ให้โอกาสพวกเขาเป็นเพียงแรงงานในประเทศแห่งนี้ แต่ไม่มีโอกาสให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตหรือได้มีความฝันมากไปกว่าการถมดินลงทะเล ทั้งตัวหนังยังขยับขยายไปสู่การเล่าเรื่องการเมืองของสิงคโปร์ ผ่านตัวละครที่ตั้งคำถามถึง ‘ดิน’ ที่ถูกใช้ถมทะเลว่าเป็นดินที่สิงคโปร์ซื้อมาจากต่างชาติ

ความโดดเด่นอีกประการของหนังคือการที่มันเป็นหนังฟิล์มนัวร์สีสันจัดจ้าน โดยเฉพาะการใช้สีเขียวและสีชมพูสะท้อนแสงแสบตา (ที่นักวิจารณ์วิเคราะห์ว่า ช่วงดูหลอก ดูปลอมราวกับความฝันของคนใช้แรงงานในเรื่อง) และงานภาพอลังการจากการกำกับภาพของ ฮิเดโอะ อูราตะ จาก Kamataki (2005), The Clone Returns Home (2008) ที่ผสมผสานแสงสีเข้าด้วยกันจนถูกมองว่าราวกับเป็น Blade Runner (1982) และ Heat (1995) เวอร์ชั่นเอเชีย

และความที่เป็นหนังพูดถึงความเหลื่อมล้ำ, ความฝันของผู้คนในสิงคโปร์ และขยับขยายพรมแดนไปสู่ฝันของคนเอเชียในภาพรวม ก็ไม่แปลกที่ A Land Imagined จะกลายเป็นหนังม้ามืดที่คว้ารางวัล Golden Leopard จากเทศกาลภาพยนตร์โลการ์โนประจำปี 2018 โดยปราศจากข้อกังขา