Captain Phillips Tom Hanks

ตัวตนในคนอื่น ทอม แฮงค์ส กับบทบาทที่สร้างจากบุคคลที่มีชีวิตอยู่จริง

Home / bioscope / ตัวตนในคนอื่น ทอม แฮงค์ส กับบทบาทที่สร้างจากบุคคลที่มีชีวิตอยู่จริง

ตลอดระยะเวลาเกือบสี่ทศวรรษในอาชีพการทำงานเป็นนักแสดงของ ทอม แฮงค์ส นั้น เขาพิสูจน์ตัวเองมาหลายต่อหลายครั้งด้วยการรับบทแตกต่างหลากหลาย ตั้งแต่คนซื่อไปจนถึงวายร้าย เข้าชิงออสการ์ถึงห้าครั้งด้วยกัน และเป็นเจ้าของรางวัลนำชายยอดเยี่ยมจาก Forrest Gump (1994, โรเบิร์ต เซเม็กคิส)

หากแต่ความน่าสนใจอีกประการในบทบาททั้งหลายที่เขาได้รับ นั่นคือเขามักจะได้รับบทเป็นตัวแทนของคนผู้มีชีวิตจริงๆ เสมอ ซึ่งแน่ล่ะว่าบทบาทเช่นนี้ย่อมเรียกร้องพลังและเทคนิคทางการแสดงแสนละเอียด เมื่อมันมีแนวโน้มว่าจะถูกนำไปเทียบกับบุคคลผู้มีตัวตนอยู่จริงนั้นเสมอ และแฮงค์สก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังในแต่ละบทที่เขาได้รับ โดยเขามีเคล็ดลับในการเข้าถึงแต่ละบทอย่างน่าสนใจทีเดียว

Apollo 13 (1995, รอน โฮวาร์ด)

ในปี 1970 องค์กร NASA ส่งทีมนักบินอวกาศไปสำรวจดวงจันทร์ ได้แก่ เจมส์ โลเวลล์, จอห์น แอล สไวต์กอร์ต และ เฟร็ด เฮส์ต โดยทั้งสามจะเดินทางโดยยาน Apollo 13 -ซึ่งเป็นชื่อภารกิจในครั้งนี้ด้วย- หากแต่ Apollo 13 กลับไม่อาจพาพวกเขาไปเหยียบดวงจันทร์ดังที่ นีล อาร์มสตรอง นักบินรุ่นพี่ของพวกเขาเคยทำไว้ได้ จนสุดท้ายพวกเขาติดค้างอยู่กลางห้วงอวกาศภายในภาวะคับขันที่ออกซิเจนและพลังงานค่อยๆ หมดลงเรื่อยๆ พวกเขาจึงต้องหาทางเอาตัวรอดควบคู่ไปกับรับความช่วยเหลือจาก NASA บนโลก

แฮงค์สรับบทเป็นโลเวลล์ ชายผู้เป็นเสมือนหัวหน้าผู้บังคับการของทีมนักบิน เขาเล่าว่าระหว่างถ่ายทำนั้น ความสมจริงของฉากและการเข้าถึงบทบาทตัวละครของเขาทำให้แฮงค์สเผลอไผลคิดไปว่าเขาอยู่ในห้วงอวกาศจริงๆ และเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างยานบิน (ซึ่งแน่ล่ะว่าเป็นแบบจำลอง) และเหลือบไปเห็นถังออกซิเจนร่อยหรอ เขาก็คิดขึ้นมาว่า ‘อาจจะตายขึ้นมาจริงๆ ก็ได้นะ’ “กระทั่งวันหนึ่งตอนที่จิม โลเวลล์เดินทางมาหาพวกเรา -ที่กำลังถ่ายทำหนังที่สร้างจากชีวิตของเขาอยู่- และเป็นฉากสำคัญที่สุดฉากหนึ่งในภารกิจของเขา แล้วมองเห็นพวกเรา จ้องมองออกไปยังหน้าต่างไปสู่สิ่งที่ไม่มีอยู่จริงในตอนนั้นน่ะ” แฮงค์สเล่า

The Terminal (2004, สตีเวน สปีลเบิร์ก)

เมฮ์ราน คาริมี แนสเซรี คือชาวอิหร่านที่ต้องใช้ชีวิตในเลาจ์นของสนามบินชาร์ล เดอ โกล กรุงปารีส อยู่ 18 ปีเน้นๆ ตั้งแต่ปี 1988 ถึง 2006 เพราะเคยจำคุกสมัยอยู่อิหร่านและถูกเนรเทศออกนอกประเทศ แถมยังทำเอกสารขอลี้ภัยหายจนเดินทางไปประเทศอื่นๆ ในยุโรปไม่ได้ และระหว่างที่ติดอยู่ในสนามบิน (ยังชีพด้วยอาหารจากพนักงาน) เขาก็เขียนหนังสืออัตชีวประวัติของเขาจนสปีลเบิร์กมาเจอเข้าและขอไปสร้างเป็นหนัง กล่าวคือ The Terminal -หนังที่มีคำโปรยว่า ‘ชีวิตคือการรอคอย’- สร้างขึ้นจากเรื่องราวในชีวิตของเขานั่นเอง หากแต่ดัดแปลงบทให้เป็นเรื่องของ วิกเตอร์ นาวอร์สกี (ทอม แฮงค์ส) นักท่องเที่ยวจากประเทศคราโคเซีย ที่พบว่าตัวเองติดแหง็กที่สนามบินจอห์น เอฟ เคนเนดี ในนิวยอร์คเพราะเข้าประเทศไม่ได้ด้วยเหตุผลทางการเมือง แต่จะกลับประเทศก็ไม่ได้อีกเช่นกันด้วยเหตุผลเดียวกัน ทำให้นาวอร์สกีต้องใช้เวลาอยู่ที่สนามบินแห่งนั้นกับกระเป๋าเดินทางและกระป๋องถั่วของเขา

“ผมเชื่อว่า ในชีวิตเราต่างเคยรู้สึกแบบเดียวกันกับวิกเตอร์ ความรู้สึกของการเป็นคนพลัดถิ่นในการออกค้นหาความหมายของชีวิต และผมไม่เคยเห็นใครสักคนที่จะไม่เป็นเช่นนั้น คนที่ใช้เวลาเนิ่นนานนั่งแช่บนเก้าอี้ที่สนามบินมากกว่าบนเครื่องบิน” แฮงค์สว่า “สนามบินนั้นได้กลายเป็นหน่วยย่อยของสังคมไปแล้ว มันเป็นสถานที่สำหรับกิน, ซื้อข้าวของ และพบเจอผู้คนน่ะ”

Charlie Wilson’s War (2007, ไมค์ นิโคลล์ส)

ชาร์ล วิลสัน คือ ส.ส.จากพรรคเดโมแครตที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันให้สหรัฐฯ ดำเนินภารกิจไซโคลน ปฏิบัติการติดตั้งอาวุธในอัฟกานิสถานในปี 1979 – 1989 ช่วงสงครามโซเวียต-อัฟกานิสถาน ที่ทำให้กองกำลังของอัฟกานิสถานสามารถขับไล่ศัตรูให้ออกไปจากประเทศได้ก่อนที่ความรุนแรงจะลุกลาม… หากแต่ด้านหนึ่ง ตัวของปฏิบัติการนั้นก็เป็นความรุนแรงอยู่แล้วเมื่อมันคือการนำเอาอาวุธหนักเข้าไปติดตั้ง! และเรื่องราวของความขัดแย้งเช่นนี้ก็ถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ Charlie Wilson’s War: The Extraordinary Story of the Largest Covert Operation in History โดยนักข่าว จอร์จ ไคร์ล ที่สาม ซึ่งตัวนิโคลล์สเองสร้างหนัง Charlie Wilson’s War ขึ้นมาจากหนังสือเรื่องนี้นั่นเอง

แฮงค์สรับบทเป็นวิลสันได้อย่างถึงเลือดถึงเนื้อ “ตอนผมอ่านหนังสือเล่มนั้น ผมคิดว่ามันคงเป็นเรื่องยากสำหรับสื่อมวลชนน่าดูที่จะถ่ายทอดเรื่องราวเหนือจริงสุดกู่ขนาดนี้ออกมา” แฮงค์สเล่า “ผมไปเจอกับวิลสันตัวจริง ด้วยความสูง 6 ฟุต 4 นิ้ว (193 ซม.) ทำให้เขาสูงกว่าผมและหลายๆ คนมากเลยครับ และมีเสียงที่ต่ำกว่าผมมากๆ ช่วงสันกรามแข็งแรงกว่า สวมสายรัดกางเกงกับรองเท้าคาวบอยสีม่วง คือมันก็ดูเป็นชิ้นส่วนที่ไม่เข้ากันเท่าไหร่น่ะ แต่เขาก็ช่างเป็นคนที่แสนสุภาพเหลือเกินจริงๆ”

 

Saving Mr. Banks (2013, จอห์น ลี แฮนค็อค)

นี่คือเรื่องราวของ วอลต์ ดิสนีย์ ชายผู้สร้างอาณาจักรมหาสนุกที่เสริมสร้างจินตนาการเด็กทั่วทั้งโลกมานาหลายทศวรรษ เขาคือผู้รังสรรค์เจ้าหนูมิกกี้ เม้าส์, เหล่าเทพนิยายกับลายเส้นสวนงามหมดจดและเนื้อเรื่องสอนใจ จนปัจจุบันได้กลายเป็นค่ายหนังขนาดยักษ์ที่ทำเงินมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกไปแล้ว และใน Saving Mr. Banks เล่าถึงความฝันของชายหนุ่มนามดิสนีย์ที่ทำทุกทางเพื่อให้ฝันสดใสในวัยเด็กของเขานั้นเกิดขึ้นจริงๆ และแบ่งปันความสุขและความฝันนั้นสู่คนรอบข้าง

สิ่งที่แฮงค์สต้องปรับตัวอย่างมากเพื่อมารับบทดิสนีย์คือจังหวะการพูดและน้ำเสียง ศึกษาลักษณะนิสัยเท่าที่มีบันทึกถึงเขาไว้ “อย่างเช่นว่า วอลต์ติดนิสัยกระแอมไอบ่อยๆ, สูบบุหรี่จัดราวสามซองต่อวันได้ ริชาร์ด เชอร์แมน (คนแต่งเพลงให้ดิสนีย์มาตั้งแต่ยุคก่อตั้ง) บอกว่าคุณจะรู้ได้ทันทีว่าวอลต์เดินทางมาถึงออฟฟิศแล้ว” แฮงค์สกล่าว “เพราะ ‘คุณจะได้ยินเสียงเขากระแอมไอมาตั้งแต่อยู่ในลิฟต์เลยล่ะ'”

Captain Phillips (2013, พอล กรีนกราสส์)

ไม่น่ามีใครลืมฉากที่ ริชาร์ด ฟิลลิปส์ กัปตันเรือผู้ตระหนกสุดขีดเมื่อถูกโจรสลัดโซมาเลียบุกปล้นเรือ ก่อนจะถูกจับเป็นตัวประกันนานหลายวันท่ามกลางท้องทะเลเวิ้งว้าง เรื่องราวของกัปตันฟิลลิปส์ที่ถูกโจรสลัดบุกดังเป็นข่าวไปทั่วโลกเมื่อปี 2009 และปฏิบัติการช่วยเหลือของสหรัฐฯ ก็กลายเป็นที่จับตาเมื่อหน่วยนาวีซีลตัดสินใจยิงเรือโจรสลัดเพื่อช่วยเหลือกัปตันออกมา หลังจากถูกกักขังนานห้าวันเต็ม

แฮงค์สได้ไปพบเจอกับฟิลลิปส์ตัวจริงก่อนการถ่ายทำเพื่อศึกษาบุคลิกเฉพาะตัว โดยเฉพาะปฏิกิริยาที่ฟิลลิปส์มีต่อบุคคลรอบตัวและลูกเรือของเขาเอง แต่เหนืออื่นใดคือช่วงเวลาที่เขาไม่ได้ทำงานต่างหากที่แฮงค์สสนใจ “เขาเป็นคนตลกนะครับ และเมื่อเขาออกจากเวลางานแล้ว ผมไม่คิดว่าคุณจะหาใครไปแฮงค์เอาต์ได้ดีเท่าเขาแล้วล่ะ แต่ถ้าเขากำลังทำงานเมื่อไหร่ เขาจะกลายเป็นคนที่จริงจังสุดๆ ไปเลยครับ”

Bridge of Spies (2015, สปีลเบิร์ก)

การกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งกับผู้กำกับคู่บุญอย่างสปีลเบิร์ก โดย Bridge of Spies มีศูนย์กลางของเรื่องอยู่ที่ เจมส์ บี โดโนแวน ทนายความชาวอเมริกันที่ถูกเรียกไปเป็นทนายให้สายลับ KGB ของฝั่งโซเวียตที่ถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จับกุมได้ และเกิดคำถามเชิงศีลธรรมตามมาว่า ในช่วงเวลาสงครามเย็นยังคุกรุ่น โลกเสรีของอเมริกายังคัดง้างกับโลกคอมมิวนิสต์แบบโซเวียตอย่างรุนแรง ทนายชาวอเมริกันจะว่าความให้สายลับต่างความเชื่อต่างที่มาได้อย่างไร และด้วยวิธีคิดกับความซื่อตรงต่อตัวเอง -ที่เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนควรมีสิทธิอย่างเท่าเทียมกันในการว่าความ- แบบใด

สปีลเบิร์กถึงกับเอ่ยปากว่าการแสดงของแฮงค์สในหนังเรื่องนี้ทำให้เขาถึงกับ ‘หลั่งน้ำตา’ ขณะที่แฮงค์สบอกหน้าตาเฉยว่า เขาไม่เคยรู้ประวัติหรือเรื่องราวของโดโนแวนมาก่อนเลย “ปกติถ้าต้องแสดงเป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงแล้วถ้ามีโอกาสได้เจอเขาหากเขายังมีชีวิตอยู่ ผมจะบอกเขาว่า ‘ผมกำลังจะพูดในสิ่งที่คุณอาจไม่เคยได้พูด ทำในสิ่งที่คุณไม่เคยได้ทำ ไปในที่ที่คุณไม่เคยได้ไป แต่ถึงอย่างนั้นก็มาลองดูด้วยกันนะครับว่าเราจะทำให้มันสมจริงที่สุดได้ยังไงน่ะ'”

Sully (2016, คลินต์ อีสต์วูด)

มกราคม ปี 2009 ชาวอเมริกันมีอันต้องแตกตื่นเมื่อเครื่องบินยูเอสแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ 1549 ร่อนลงจอดฉุกเฉินบนแม่น้ำฮัดสันหลังจากถูกนกบินมาชนจนเครื่องเสียการควบคุม โดยไม่มีผู้โดยสารและลูกเรือคนไหนได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งนี่จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่ได้ฝีมือการบังคับเครื่องบินและประสบการณ์มากล้นของกัปตัน เชสลีย์ ซีลเลนเบอร์เกอร์ หรือที่เหล่าลูกเรือและผู้ช่วยนักบินซึ่งเป็นเพื่อนของเขาอย่าง เจฟฟรี สไคลส์ เรียกกันติดปากด้วยชื่อย่อว่า ซัลลี

“การแลนด์ดิ้งครั้งนั้นของเขามันน่ามหัศจรรย์สุดๆ เขาคือฮีโร่เลยล่ะ” แฮงค์สกล่าวชื่นชมซีลเลนเบอร์เกอร์ “เขาถ่อมตัว ยิ้มเก่ง และคิดเพียงว่าทั้งหมดที่เขาทำไปนั้นมันคืองาน และนี่คือเท่าที่ผมรู้เกี่ยวกับเขาน่ะนะ”

ติดตามชม Captain Phillips ได้ ทาง Mono29
วันที่ 25 ก.ย. เวลา 08.30 น.
//////////////////////////////////////
สามารถรับชม หนังดี ซีรีส์ดัง ได้ทางช่อง MONO29
และดูออนไลน์ได้ที่ http://mono29.mthai.com/livetv