1984 dystopian Maze Runner Nineteen Eighty-Four Ready Player One Resident Evil The Hunger Games The Matrix

โลกจริงมันแล้งไร้ แต่ไยเรายังรักหนังดิสโทเปีย

Home / bioscope / โลกจริงมันแล้งไร้ แต่ไยเรายังรักหนังดิสโทเปีย

ว่าไปแล้ว ปี 2018 นี้เปิดปีมาด้วยหนังฟอร์มยักษ์มากหน้าหลายตาที่เล่าเรื่องราวของโลกดิสโทเปีย หรือโลกล่มสลายที่ปกครองด้วยระบบเผด็จการเบ็ดเสร็จที่ทำให้ประชาชนต้องทนทุกข์และต้องหาทางลุกมาปฏิวัติ หรือไม่ก็ใช้ชีวิตต่อไปอย่างเฉยชา ทั้ง Ready Player One (2018, สตีเวน สปีลเบิร์ก) เมื่อคนต้องหาทางหลบเข้าไปมีชีวิตในเกมเพราะโลกแห่งความจริงนั้นมันบัดซบเสียจนไม่อาจทนอยู่ได้, Maze Runner: The Death Cure (2018, เวส บอลล์) ไตรภาคของเหล่าคนหนุ่มสาวที่ดิ้นรนหาทางเอาชีวิตรอดในสังคมอันไร้เหตุผลและบ้าระห่ำ ไปจนถึง The First Purge (2018, เจอราร์ด แม็กมัวร์เรย์) ที่ให้ภาพอเมริกาในอนาคตอันแสนโหดร้ายเมื่อรัฐอนุญาตให้ประชาชนลุกมาฆ่าฟันกันได้อย่างถูกกฎหมาย

แต่แท้จริงแล้ว หนังแบบดิสโทเปียนั้นถูกสร้างมาแล้วทุกยุคทุกสมัย นับตั้งแต่ Nineteen Eighty-Four (1984, ไมเคิล เรดฟอร์ด) ที่สร้างขึ้นจากวรรณกรรมชื่อเดียวกันของ จอร์จ ออร์เวลล์ ว่าด้วยประชาชนที่ต้องใช้ชีวิตภายใต้การปกครองของบิ๊กบราเธอร์ที่คอยสอดส่องดูแลความเป็นไปของผู้คน (อะแฮ่มๆ), Brazil (1985, เทอร์รี กิลเลียม) เมื่อรัฐจากส่วนกลางสามารถเข้าถึงทุกข้อมูลส่วนตัวของประชาชนจนป้ายสีและสร้างหลักฐานอะไรใส่พวกเขาก็ได้!

โครงสร้างหนังที่ว่าด้วยสังคมอันอึดอัดและสิ้นหวังก็กลายเป็นพื้นหลังอันดีงามสำหรับหนังแอ็กชั่น เพราะมันเปิดโอกาสมากมายให้ตัวละครหลักต้องฝ่าฟัน ต่อสู้ ให้คนดูได้เอาใจช่วยเขาหรือเธอในการเอาชนะความโหดร้ายต่างๆ The Matrix (1999, พี่น้องวาชอวสกี) เองวิพากษ์การปกครองและสมองกลผนวกเข้ากับฉากแอ็กชั่นได้อย่างชาญฉลาด, Resident Evil (2002, พอล ดับเบิลยู เอส แอนเดอร์สัน) ที่เราอาจคุ้นเคยกับหนังในฐานะหนังซอมบี้มากกว่าก็ตามที แต่แท้จริงแล้วมันแฝงเรื่องราวของโลกอนาคตที่สมองกลเข้ายึดและปกครองผู้คน ทั้งยังเผยแพร่ไวรัสที่ทำให้มนุษยชาติกว่าครึ่งกลายเป็นซอมบี้กัดกินกันเอง มาจนถึงยุคหลังๆ อย่าง The Hunger Games (2012, แกรี รอสส์) ที่เราอาจกล่าวได้ว่า ความสำเร็จของมันช่วยจุดชนวนความฮิตของหนังดิสโทเปียให้กลับมาดังคึกโครมอีกครั้ง กับพล็อตที่ว่าด้วยชีวิตของผู้คนในการปกครองแบบเผด็จการ และต้องส่งคนในบ้านเกิดตัวเองไป ‘ฆ่ากัน’ ในโชว์ยักษ์ที่เมืองหลวง

หนังก็แสนจะหดหู่ ตัวละครก็โศกเศร้า แล้วไยเราถึงยังอยากดูมันขนาดนั้นกันล่ะ

เงื่อนไขแรกคือหนังดิสโทเปียเป็นพื้นที่ที่ฉายโลกล่มสลายที่แย่กว่าชีวิตจริงของคนดู ดังนั้นมันจึงกลายเป็นการปลอบประโลมและสร้างความหวังอยู่กลายๆ ว่า ทุกอย่างต้องดีขึ้นได้ เพราะแม้แต่ในหนังที่อยู่ยากขนาดนั้น เหล่าตัวละครยังลุกขึ้นสู้และลงมือปฏิวัติการปกครองอันไร้ความเป็นธรรมได้เลย (แม้ต้องแลกกับอะไรต่อมิอะไรมากมายก็ตาม) หรือมันอาจเป็นเพียงการหลอกตัวเองของคนดูให้เชื่อมั่นในเสรีภาพและการลงมือทำ ก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตทึมเทาของตัวเองต่อไปนอกโรงภาพยนตร์

แม้ไม่ได้แย่มากมายนัก แต่เราส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ต้องข้องแวะกับความอยุติธรรมอันเต็มกลืนของชีวิต นายบ้าอำนาจ, เพื่อนร่วมงานน่ารำคาญ, ข้าราชการเกียจคร้านและเห็นแก่ตัว, รัฐบาลจอมฉกฉวย เอาเปรียบ หรือแม้แต่เราต่างเป็นพนักงานไร้ใบหน้าที่ทุกบริษัทมีและพร้อมจะถูกเขี่ยทิ้งเสมอเมื่อหมดประโยชน์ แทบไม่มีอำนาจในการต่อกรกับเงื่อนไขต่างๆ รอบตัว และแม้จะปลุกใจตัวเองให้ลุกขึ้นมาคัดง้างกับความบัดซบเหล่านั้นแต่ก็ยากที่จะลงมือได้จริง เพราะราคาที่ต้องแลกมาอาจไม่คุ้มกันกับการ ‘ลุกขึ้นสู้’ เล็กๆ น้อยๆ ของเรา ดังนั้น การได้เห็นตัวละครที่ยอมแลกถวายชีวิตเพื่อไขว่คว้าในสิ่งที่พวกเขาหวัง (เสรีภาพ, ชีวิตที่ดีกว่า หรือความยุติธรรม) จึงนับเป็นการอนุญาตให้ตัวเองได้รับการปลอบประโลมทางจิตใจผ่านเรื่องราวของพวกเขาเหล่านั้น

ก็โลกจริงมันแล้งไร้ ไยเราจะไม่อยากดูหนังกันล่ะ

ติดตามชม Resident Evil 4 ได้ ทาง Mono29
วันที่ 2 พ.ย. เวลา 18.00 น.
//////////////////////////////////////
สามารถรับชม หนังดี ซีรีส์ดัง ได้ทางช่อง MONO29
และดูออนไลน์ได้ที่ http://mono29.mthai.com/livetv