Luca Guadagnino Radiohead Suspiria Thom Yorke

สกอร์เฮี้ยนในหนังหลอนของ ธอม ยอร์ค แห่ง Radiohead ในหนังสุดขีดคลั่งอย่าง Suspiria

Home / bioscope / สกอร์เฮี้ยนในหนังหลอนของ ธอม ยอร์ค แห่ง Radiohead ในหนังสุดขีดคลั่งอย่าง Suspiria

Suspiria หนังเฮอร์เรอร์เรื่องล่าสุดของ ลูกา กัวดัญญีโน ที่หลอนระทึกเสียจนสงสัยว่าคุณพี่กำกับหนังเรื่องนี้ต่อจากหนังรักละมุนอย่าง Call Me by Your Name (2017) ได้อย่างไรกันคะ! เรื่องราวของ ซูซี (ดาโกตา จอห์นสัน) คือนักเต้นจากอเมริกาที่สมัครเข้าคณะนักแสดงของเบอร์ลินที่มีมาดามบลองค์ (ทิลดา สวินตัน) และอาจารย์หญิงอีกหลายรายคอยดูแล ท่ามกลางบริบทที่เยอรมันยังคงบอบช้ำจากสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนจะพบว่าคณะนักเต้นแห่งนี้มีเรื่องหลอนสุดขีดรอเธออยู่

พ้นไปจากการกำกับอันแสนฉูดฉาดและการแสดงอันน่าตื่นตะลึงของเหล่านักแสดงนำแล้ว องค์ประกอบสำคัญที่ยิ่งขับให้ Suspiria เฮี้ยนยิ่งกว่าเฮี้ยนคือดนตรีประกอบอันเป็นฝีไม้ลายมือของ ธอม ยอร์ค ฟร้อนต์แมนของ Radiohead ที่โดดลงมาทำเพลง ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังยาวเรื่องแรกที่ได้เขามาทำสกอร์ให้ และออกเป็นอัลบั้มชื่อเดียวกันกับหนังที่ยอร์คโปรดิวซ์ร่วมกันกับ แซม เพ็ตต์ส-ดาวีส์ ที่เคยร่วมงานกับเขาและวง Radiohead มาแล้วในซิงเกิล Man O War, A Moon Shaped Pool

ก่อนนี้เราอาจคุ้นเคยตัวยอร์คและ Radiohead ในฐานะวงร็อคจากอังกฤษ ที่สร้างชื่อด้วยแนวเพลงอัลเตอร์เนทีฟสุดเดือด ก่อนปฏิวัติตัวเองมาเป็นวงร็อคแนวทดลองและซาวด์สังเคราะห์ในยุคหลังๆ และดูเหมือนการโดดมาทำสกอร์หนังจะเป็นการ ‘ปฏิวัติ’ ตัวเองในความหมายของยอร์คด้วยเหมือนกัน เพราะมันคือการโดดเข้ามาทำงานรูปแบบใหม่ๆ หลังจากที่ง่วนอยู่กับการเป็นนักดนตรีเพียงอย่างเดียวนานนับทศวรรษ ขณะที่เพื่อนร่วมวงอย่าง จอนนี กรีนวูด มือกีตาร์ได้หันไปสร้างชื่อในการทำเพลงประกอบภาพยนตร์มานานก่อนหน้ายอร์คหลายปี จนเรื่องล่าสุดอย่าง Phantom Thread (2017) ส่งชื่อกรีนวูดเข้าชิงออสการ์สาขาเพลงประกอบหนังยอดเยี่ยมมาแล้ว

อันที่จริง ก่อนหน้านี้ยอร์คก็ ‘เกือบๆ’ ได้ทำสกอร์หนังกับเขาบ้างแล้วเหมือนกัน เมื่อทีมงานและ เดวิด ฟินเชอร์ อยากได้ตัวเขาไปทำดนตรีประกอบให้หนังสุดดิบ Fight Club (1999) และแม้ยอร์คจะสนใจ แต่เขาก็เหน็ดเหนื่อยจากการทำอัลบั้ม OK Computer เสียจนจำต้องบอกปฏิเสธไป “พวกเขาส่งบทหนังมาให้ผม มีจดหมายที่ เอ็ด (เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน) กับ แบรด พิตต์ เขียนถึงผมแนบมาด้วย บอกว่า ‘เราคิดว่านายควรจะทำงานนี้นะ’ แต่ผมตอบกลับไปว่าไม่ไหวจริงๆ” ยอร์ครำลึกถึงอดีต

“มันน่ากลัวมากๆ เลยครับ” ยอร์คเล่าถึงการทำสกอร์ให้ Suspiria “แล้วก็ยากมากๆ เพราะมันอยู่นอกคอมฟอร์ตโซนของผมไปแล้ว มันไม่เหมือนเวลาเขียนเพลงให้วงออเคสตร้าเล่นนะ ผมต้องสร้างทุกอย่างเองใหม่หมด”

ยอร์คตัดสินใจจะให้งานเพลงของเขามีองค์ประกอบของสกอร์แบบที่วง Goblin สร้างไว้ในหนัง Suspiria (1977) เวอร์ชั่นแรกของ ดาริโอ อาร์เจนโต ให้น้อยที่สุดด้วยการฟังดนตรีประกอบของหนังไซ-ไฟ Blade Runner (1982, ริดลีย์ สก็อตต์) แทน บวกรวมกับงานสกอร์จากฝีมือคอมโพเซอร์ ปิแอร์ อ็องรี, เพลงอิเล็กทรอนิกส์ของ เจมส์ โฮลเดน และเพลงสไตล์เคราต์ร็อค (ดนตรีแนวทดลองช่วงปลายยุค 60 ที่เป็นที่นิยมมากในเยอรมนี) ของวง Faust และ Can

กัวดัญญีโนจะส่งฟุตเตจหนังดิบๆ ที่ถ่ายเสร็จแล้วมาให้ยอร์คดูเป็นระยะๆ ให้ยอร์คให้ร่างทำนองและลองเล่นกับเปียโนดู ส่งผลให้ฟร้อนต์แมนตัวเอ้ต้องหมกมุ่นอยู่กับฟุตเตจมหาศาลและการแสดงอันน่าตะลึงพรึงเพริดเหล่านั้นไปพร้อมๆ กับการลงมือเขียนเพลง “การเล่นเพลงซ้ำเดิมๆ วนไปวนมามันเหมือนการสะกดจิตน่ะ ผมบอกตัวเองเสมอแหละว่ามันเหมือนกับการใช้คาถาหรือเวทย์มนต์ เพราะงั้นเวลาผมนั่งทำงานในสตูดิโอ ผมเลยกำลังร่ายมนต์อยู่” เขาเล่า “มันฟังดูเซ่อๆ ไปนิดแต่นี่แหละที่ผมคิด”

“ความสัมพันธ์ระหว่างเพลงและภาพ(ในหนัง)มันเป็นเรื่องสำคัญมากๆ” กัวดัญญีโนเล่า “ในหนังเวอร์ชั่นของดาริโอได้วง Goblin มาทำเพลงให้และก็สื่อสารไปถึงคนที่อยู่ในยุคสมัยนั้นได้ ผมเลยคิดว่าเราต้องหาใครสักคนมาทำซาวด์แทร็ค ไม่เอาพวกที่ทำละครเวทีมาทำ ต้องเป็นใครสักคนที่พูดคุยกับคนในยุคสมัยของผมได้ เป็นเสียงของคนรุ่นผม ซึ่งผมได้คำตอบอย่างรวดเร็วมากว่าต้องเป็นธอม ยอร์คและ Radiohead คือต้องเป็นธอมน่ะ”

กัวดัญญีโนติดต่อไปยังยอร์ค ซึ่งใช้เวลาพักหนึ่งก่อนจะตอบตกลง (ซึ่งผู้กำกับหนังดีใจมากจนถึงกับให้สัมภาษณ์ว่าการได้ตัวยอร์คมาทำเพลงนั้นคือ “ฝันที่เป็นจริง” เลยทีเดียว) “หลังจากพูดคุยติดต่อกันได้พักหนึ่ง ก่อนถ่ายหนัง เขา(ยอร์ค)ก็ส่งคิวเพลงมาให้ผม” กัวดัญญีโนว่า “มันช่างเป็นเมโลดี้เพลงที่งดงามมากๆ โดยปราศจากถ้อยคำใดๆ

“ผมคิดว่า ‘พระเจ้า หมอนี่อยากร้องเพลงจะแย่อยู่แล้ว’ แต่ผมไม่เคยบอกให้เขามาร้องเพลงในหนังของผมนี่นา และนั่นแหละที่ผมตระหนักได้ว่านี่คือแนวคิดของธอมเขา ที่ซาวด์แทร็คมันเป็นงานอาร์ตที่ห้อมล้อมไว้ด้วยดนตรีอิเล็กทรอนิกส์, บทเพลงและคอรัส ช่างน่ามหัศจรรย์มากๆ”

ทั้งนี้ ยอร์คปล่อยอัลบั้ม Suspiria ของเขามาให้ได้ฟังกันแล้ว โดยมันประกอบด้วยแทร็ค 25 แทร็ค ความยาว 80 นาที กดฟังกันได้ตามอัธยาศัยเลยจ้า