Choi Min-sik I Saw the Devil Lady Vengeance Lucy Oldboy Sympathy for Mr. Vengeance

ชเว มินชิค คนหลอนในหนังเฮี้ยนแห่งเกาหลีใต้

Home / bioscope / ชเว มินชิค คนหลอนในหนังเฮี้ยนแห่งเกาหลีใต้

หากว่า ปาร์ค ชานวุค คือคนทำหนังชาวเกาหลีที่ขยันผลิตหนังเฮี้ยนสะท้านสะเทือนจิตใต้สำนึกของคนดูอย่างเราๆ แล้ว ชเว มินชิค คือนักแสดงผู้เป็นร่างทรงในการถ่ายทอดเรื่องราวของเหล่าตัวละครที่เต็มไปด้วยบาดแผลเหล่านั้น เขาคือชายผู้อยู่ในสองภาคสุดท้ายในหนังไตรภาคจิตตกของปาร์คอย่าง Sympathy for Mr. Vengeance (2002), Oldboy (2003) และ Lady Vengeance (2005) ซึ่งการปรากฏตัวในหนังทั้งสามเรื่องนี้ก็ดูจะเป็นการยืนยันทิศทางการรับบทของชเวได้ดีว่า เขาชอบพอจะอยู่ในหนังที่ทำลายล้างจิตใจมากแค่ไหน

“ผมเห็นใจตัวละครที่ผมรับบททุกคน แม้ว่าหมอนั่นจะเป็นคนชั่วก็ตาม และนี่เองแหละคือหนึ่งในเหตุผลที่ผมยังอยากทำงานนี้อยู่” เขาอธิบาย หากแต่เส้นทางการแสดงของเขานั้นไม่ได้เพิ่งมาจรัสแสงตอนร่วมงานกับปาร์ค ก่อนหน้านี้ เขาเคยทำให้คนดูที่เกาหลีใต้และโลกตะวันตกอื้ออึงมาแล้วด้วยการรับบทเป็นศิลปินที่ทำลายตัวเองด้วยความผิดหวังในรักจาก Painted Fire (2002, อิม ควอนแทค)

ชเวรับบทเป็น จาง ชาวนาที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ในการวาดภาพ วันหนึ่งมีคนค้นพบความสามารถนี้ของเขาและพยายามปั้นจางให้กลายเป็นศิลปินเอก ระหว่างที่เคี่ยวกรำตัวเองเรื่องการวาดรูปอย่างหนัก จางก็พบว่าเขาอยู่ท่ามกลางสังคมที่เขาไม่อาจรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวด้วยได้ ซ้ำร้ายกว่านั้นยังไปหลงรักหญิงสาวจากชนชั้นสูงคนหนึ่งที่จำต้องแต่งงานกับชายที่มีฐานะทัดเทียมกับเธอ ทำให้หัวใจของจางแหลกละเอียด พร้อมกันกับความกดดันเรื่องงานภาพ การผิดหวังจากรัก และระยะห่างของชนชั้นที่เขาไม่อาจผสานตัวเองเข้าไปด้วยได้ จางจึงเลือกจะทำงานตัวเองด้วยเหล้ายา และค่อยๆ ระเบิดพลังความอัดอั้นที่มีต่อโลกผ่านงานของเขา

Painted Fire ไม่เพียงแต่ส่งชื่ออิมคว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ (และได้ชิงรางวัลปาล์มทองคำด้วย) เท่านั้น แต่มันยังสร้างภาพลักษณ์การเป็นนักแสดงที่ทุ่มถวายให้งานตัวเองทั้งชีวิตต่อชเวต่อคนดูหนังนานาชาติ และฟอร์มของเขายิ่งร้อนแรงขึ้นเมื่อปรากฏตัวในหนังเฮี้ยนทำร้ายจิตใจในปีต่อมาอย่าง Oldboy

ชเวรับบทเป็น โอ แดซู พนักงานออฟฟิศธรรมดาที่วันหนึ่งถูกจับไปขังในโรงแรมที่ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีทางออก มีเพียงโทรทัศน์เครื่องหนึ่งและคน (ซึ่งเขาไม่รู้ว่าเป็นใคร) คอยส่งข้าวส่งน้ำให้จากภายนอก เขาใช้ชีวิตเช่นนั้นนานนับสิบปี และทุกครั้งที่พยายามจะฆ่าตัวตายก็จะถูกรมควันด้วยยาสลบจนหมดสติและได้รับการช่วยชีวิตอยู่เสมอ แดซูสั่งสมเพลิงความแค้นนี้จนกระทั่งเมื่อเขาถูกปล่อยตัวออกมา ก็พร้อมออกล่าหาคนที่ทำให้เขาตกอยู่ในสภาวะน่าอนาถนั้นท่ามกลางโลกใบใหม่ที่เขาไม่รู้จักอีกต่อไปแล้ว

หนังได้รับการยกยอว่าทำลายล้างจิตใจคนดูได้อย่างถึงแก่น หลายคนวางให้มันเป็นหนังของฝันร้ายตลอดกาล (และแม้ฮอลลีวูดจะรีเมคมันขึ้นมาในปี 2013 โดย สไปค์ ลี ก็ถือว่าห่างไกลจากความดิบอันเป็นลีลาเฉพาะทางของต้นฉบับมาก) ปาร์คคว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังหลายแห่ง -รวมทั้งจากเทศกาลหนังนานาชาติกรุงเทพฯ ด้วย- โดยเฉพาะการคว้ารางวัลใหญ่จากเทศกาลหนังเมืองคานส์และชิงรางวัลปาล์มทองคำ ซึ่งส่งให้ชื่อของชเวกลายเป็นนักแสดงที่ร่วมงานกับผู้กำกับที่เข้าชิงสาขานี้มาสองปี สองเรื่องซ้อน

“ในฐานะที่ผมเป็นนักแสดงอาชีพ (การเป็นนักแสดง)ทำเงินให้ผมก็จริง แต่ผมก็ยังเป็นศิลปินอยู่ เวลาผมอ่านบทหนังเลยอยากใช้ความรู้สึกเลือกว่าอยากเล่นเรื่องไหน ไม่สำคัญหรอกว่าหนังนั่นมันจะดังหรือเปล่า ไม่สำคัญเลยสักนิด ผมแค่อยากสัมผัสความรู้สึกแรกหลังจากอ่านบทก็เท่านั้น” ชเวตอบถึงเหตุผลของการรับบทหนังแต่ละเรื่อง

“เพื่อจะเป็นตัวละคร ผมต้องเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาตัวเอง อย่างเพิ่มหรือลดน้ำหนัก ไว้ผมยาวหรือตัดผมสั้น การแสดงมันคือการแสดงออกผ่านร่างกายและรูปร่างหน้าตา เพราะงั้นผมเลยต้องเปลี่ยนลุคให้เหมาะสมกับแต่ละคาแร็กเตอร์ แบบเดียวกับใน Oldboy ที่ผมต้องไว้ผมทรงนั้นอยู่จนกว่าจะถ่ายทำเสร็จ คือผมก็ใช้ชีวิตประจำวันด้วยผมทรงนั้นน่ะแหละ”

ชเวร่วมงานกับปาร์คอีกครั้งในภาคสุดท้ายของหนังล้างแค้นเดือดใน Lady Vengeance โดยหนังทั้งเรื่องพุ่งเป้าไปที่ชีวิตบัดซบของ กึมจา (ลี ยองเอ -ที่สลัดคราบความเป็น แดจังกึม ในใจคนดูได้อย่างหมดจด) เมื่อเธอต้องโทษคดีลักพาตัวเด็กอนุบาลไปฆาตกรรมอย่างทารุณทั้งที่ไม่ได้ทำ กึมจาติดคุกอยู่ในนั้น 13 ปีโดยสั่งสมความแค้นที่จะออกมาทำลายล้างคนที่ทำให้ชีวิตเธอพังทลายหลังออกมาจากคุก ความเหวอแตกของหนังส่งให้ตัวปาร์คเดินสายคว้ารางวัลทั่วโลก รวมทั้งรางวัลหนังยาวยอดเยี่ยมและรางวัลคนทำหนังจากเทศกาลหนังเวนิส

ชเวรับบทอำมหิตอีกครั้งใน I Saw the Devil (2010, คิม จีวุน) หนังล่าล้างแค้น (อีกแล้ว) แบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมระหว่างชายสองคน เมื่อ คุงชุล (ชเว) ฆาตกรโรคจิตออกล่าข่มขืนและฆาตกรรมหญิงสาว โดยหนึ่งในนั้นคือเมียรักที่กำลังตั้งท้องของนายตำรวจหนุ่ม คิม ซูฮยอน (รับบทอย่างถวายชีวิตโดย ลี บยองฮุน) คิมจึงออกไล่ล่าฆาตกร และแม้จะจับคุงชุลได้กี่หน เขาก็จะทรมานอีกฝ่ายจนต้องขอร้องให้ฆ่าเสียให้ตายดีกว่าทนอยู่ แต่คิมจะปล่อยให้ฆาตกรลอยนวลไปอีกครั้งพร้อมฝังเครื่องติดตามในปาก และออกล่าอีกหน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุด มันจึงกลายเป็นการเผชิญหน้ากันของปีศาจในร่างมนุษย์ทั้งสองคน

“การแสดงหนังบางครั้งมันทำให้เราแหละสลายได้ ไม่ใช่ทางร่างกาย แต่เป็นทางจิตใจ” ชเวเล่า “ผมเคยต้องขึ้นลิฟต์ระหว่างถ่ายทำ I Saw the Devil แล้วมีคนแปลกหน้าที่เข้ามาในลิฟต์ คุยกับผมแบบหยาบคายมากๆ ถ้าเป็นในภาวะปกติ ไม่ได้ถ่ายหนัง ผมคงปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปแล้ว แต่ตอนนั้นผมดิ่งเป็นเนื้อเดียวกันกับตัวละคร ภาพที่ผมอยากทำร้ายเขาแวบเข้ามาในหัว และพอไปเข้าฉาก ผมก็แสดงหนังอย่างรุนแรงขึ้นมาอีกนิดซึ่งผมว่าผมกลัวตัวเองในตอนนั้นมากๆ” แต่เรื่องชวนเหวอยิ่งกว่าคือหลังจากเขาถ่ายหนังเรื่องนี้จบ ชเวมีอันต้องขึ้นลิฟต์เข้ากรรมนั้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มีเด็กสาวอีกคนซึ่งเพิ่งดูหนังที่เขาแสดงนำจบ “หล่อนกลัวผมเอามากๆ ผมเลยต้องบอกไปว่า ‘ผมไม่ได้ฆ่าคนอีกแล้วนะ เพราะงั้นไม่ต้องกังวลเลยครับ ผมเป็นมนุษย์คนหนึ่งน่ะ'” เขาเล่าติดตลก

 

และแม้จะเป็นนักแสดงอาชีพที่ฝากฝีมือไว้มากมายในหนังหลายต่อหลายเรื่อง แต่หลายคนสงสัยว่าเหตุใดชเวจึงไม่เคยเยื้องกรายไปยังโลกฮอลลีวูดหรือหนังต่างประเทศ

“มันเป็นเรื่องความแตกต่างทางด้านภาษาและวัฒนธรรมด้วยครับ นักแสดงเป็นอาชีพที่ต้องใช้ร่างกายโดยตรงและขีดความสามารถด้านภาษาอังกฤษของผมมันก็ยังเป็นอุปสรรคอยู่มาก อันที่จริงมันเป็นภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของผมมากๆ เพราะผมรู้สึกว่าบางทีก็ไม่ได้อยากก้าวข้ามกำแพงด้านภาษาเพื่อไปแสดงในหนังต่างประเทศน่ะ” ชเวเล่า “และที่ผ่านมาผมก็สบายใจกับการได้ทำงานอยู่ในเกาหลีด้วยน่ะ”

และคนแรกที่ทำลายกำแพงของชเวลงได้คือ ลุก เบซง เมื่อเขาเดินทางไปยังเกาหลีใต้เพื่อชักชวนให้ชเวมารับบทเป็น มิสเตอร์จาง ชายเถื่อนในหนังของเขาเรื่อง Lucy (2014) ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญเมื่อมิสเตอร์จางต้องเผชิญหน้ากับขีดความสามารถผิดมนุษย์มนาของ ลูซี (สการ์เล็ตต์ โจฮันส์สัน) หญิงสาวที่อยู่ดีๆ ก็ถูกปลดปล่อยความสามารถด้านพลังจิตจนแข็งแกร่งเหนือมนุษย์

“(ใน Lucy)มันก็โอเคที่ได้พูดบทที่เป็นภาษาของตัวเอง ลุกเดินทางมาที่เกาหลีเพื่ออธิบายโปรเจ็กต์นี้อย่างจริงใจมากๆ ตัวบทเองก็น่าสนใจ แต่สิ่งที่ผมสัมผัสได้มากที่สุดคือความจริงใจของตัวผู้กำกับเองนั่นแหละ ลุกพูดถึงความท้าทายอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอซึ่งมันช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผมมากเลย” ชเวเล่า และด้วยทุนสร้าง 40 ล้านเหรียญฯ หนังทำเงินไปทั้งสิ้น 463 ล้านเหรียญฯ เป็นที่ชื่นใจทั้งคนทำหนังทั้งนักแสดงในที่สุด และเราได้แต่หวังว่า ในอนาคต ชเวคงจะได้ร่วมงานกับผู้กำกับนานาชาติมากขึ้น เพราะฝีมือการแสดงของเขานั้นมันพิสูจน์แล้วว่าทรงพลังมากไม่แพ้บทบาทที่เขาได้รับเลย

ติดตามชม Lucy ได้ ทาง Mono29
วันที่ 10 พ.ย. เวลา 11.40 น.
//////////////////////////////////////
สามารถรับชม หนังดี ซีรีส์ดัง ได้ทางช่อง MONO29
และดูออนไลน์ได้ที่ http://mono29.mthai.com/livetv