รื้อหิ้งหนังเก่า : กรีดร้องไปกับ 5 หนังข้ามเส้นศีลธรรมของ คิมคีด็อก

Home / bioscope / รื้อหิ้งหนังเก่า : กรีดร้องไปกับ 5 หนังข้ามเส้นศีลธรรมของ คิมคีด็อก

“หนังบางเรื่องผ่านมาในชีวิตเราแล้วก็ผ่านเลยไป แต่หนังหลายเรื่องก็จะอยู่ในชีวิตเราในชั่วเวลาหนึ่ง หรือไม่ก็ตลอดไป – ผมไม่ได้จะบอกว่าหนังประเภทนี้คือหนังที่ดีนะครับ แต่ผมคิดว่าหนังแบบนี้คือ หนังที่มีคุณค่า

“สำหรับผมแล้ว หนังของ คิมคีด็อก คือหนังแบบที่ว่าครับ”

นี่คือสิ่งที่ คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง ได้เขียนถึงบรรดาหนังสุดโหดท้าทายศีลธรรมของผู้กำกับชาวเกาหลีใต้คนนี้เอาไว้ในหนังสือ ‘คิมคีด็อค แกะดำของหนังเกาหลี’ (2008, สนพ. ไบโอสโคป พลัส) เมื่อนานมาแล้ว และเราชาว BIOSCOPE ก็ยังคงเห็นดีเห็นงามกับคำกล่าวนี้ของเขาอยู่

ถัดจากนี้จึงคือ 5 หนังเด่นของคิมคีด็อกในยุครุ่งเรืองที่คันฉัตรเคยแนะนำให้ได้รู้จัก-และมันก็ยังคงคลาสสิก(รวมถึงบ้าคลั่ง)ในสายตาเราเสมอมา!

1.
The Isle (2000) : เบ็ดสยองของสองเรา

เกี่ยวกับอะไร : ฮีจิน คือหญิงสาวผู้เงียบขรึมที่คอยดูแลบ้านพักกลางทะเลสาบ และรับมือกับบรรดานักท่องเที่ยวเพศชายนิสัยกักขฬะที่มักมาพักผ่อนและตกปลา เธอต้องขับเรือรับส่งไปจนถึงจัดหาโสเภณีมาบริการให้ถึงที่ (และบางทีเธอก็ทำหน้าที่นี้เสียเอง) จนวันหนึ่ง เธอได้พบกับ ฮุนชิก ชายหนุ่มสุภาพหน้าตาดี…ที่แท้จริงแล้วตั้งใจหนีมาฆ่าตัวตาย เพราะดันไปพลั้งมือฆ่าแฟนสาวที่นอกใจตน (เอิ่ม) ความสัมพันธ์เชิงอำนาจอันซับซ้อนของสองหนุ่มสาวจึงบังเกิดขึ้น

แล้วคันฉัตรว่าไง : “อาจนับได้ว่า The Isle เป็นหนังที่ ‘แรง’ ที่สุดในบรรดาหนังทั้งหมดของคิมคีด็อก (ณ ขณะนั้น) หนังได้เข้าประกวดสายหลักที่เทศกาลหนังเวนิซ (ซึ่งไม่ได้รางวัลอะไรเลย) และก็สร้างความช็อคให้กับคนดูที่นั่น มีเสียงลือเสียงเล่าว่าผู้ชมแทบจะพากันเดินพาเหรดออกจากโรง บ้างก็ว่าถึงกับมีคนเป็นลมหรืออาเจียนเลยทีเดียว” (เพราะหนังมีฉากที่ตัวละคร ‘ใช้เบ็ดตกปลาเกี่ยวอวัยวะเพศ’ และ ‘ลอกหนังกบ-แล่เนื้อปลา’ แบบเป็นๆ …กรี๊ด!!!)

2.
Bad Guy (2001) : คนเลวที่รักเธอ

เกี่ยวกับอะไร : เมื่อหญิงสาวน่ารักอย่าง ซุนวา ถูก ฮานกิ ชายหนุ่มที่ดูเหมือนกุ๊ยข้างถนนคว้าตัวมาจูบ-หลังเธอมองเขาด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม-จนกลายเป็นเรื่องเป็นราว ฮานกิก็เฝ้ามองซุนวามาโดยตลอด เขาวางแผนให้ซุนวาเก็บกระเป๋าตังค์ของคนอื่นได้ แต่เธอกลับไม่ส่งมันคืนให้ตำรวจ จนกระทั่งเจ้าของกระเป๋ามาตามหาเช็คเงินหลักล้าน ซุนวาจึงต้องจับพลัดจับผลูเข้าไปทำงานใช้หนี้ในซ่อง…ซึ่งมีฮานกิเป็นแมงดาคุมอยู่ ก่อนนำไปสู่ความสัมพันธ์แบบ ‘ทั้งรักทั้งเกลียด’ ของคนทั้งคู่

แล้วคันฉัตรว่าไง : “หนังเรื่อง Bad Guy นั้นมีความสำคัญต่อชีวิตการทำหนังของคิมคีด็อกอย่างน้อยสองอย่าง ประการแรกคือ มันเป็นหนังที่ทำเงินมากที่สุดของเขา […] ประการที่สองคือ มันอาจนับเป็นผลงานเรื่องสุดท้ายในหนังยุคแรกของเขา นั่นคือ หนังแบบดิบเถื่อนที่เต็มไปด้วยฉากตบตีผู้หญิง (หลังจากเรื่องนี้ เขาจะทำหนังที่สุขุมและนุ่มนวลมากขึ้น) หนังค่อนข้างอื้อฉาวในบ้านเกิด จนทำให้คิมได้ฉายาว่า The Korean Bad Guy…” (ซึ่งหลังจากนั้น เขาก็ยังกลับมาทำหนังตบตีผู้หญิงอย่าง Pieta [2012] ให้คนด่าอีกอยู่ดี)

3.
Spring, Summer, Fall, Winter… and Spring (2003) : ฤดูที่(ไม่)แตกต่าง

เกี่ยวกับอะไร : ช่วงชีวิตของพระรูปหนึ่งโดยแบ่งเป็น 5 องก์ตามฤดูกาลในชื่อเรื่อง นับตั้งแต่วัยเด็กที่ยังคงไม่รู้ประสาและเล่นทรมานสัตว์ไปวันๆ, วัยหนุ่มที่เริ่มมีหญิงสาวมาข้องแวะจนทำให้ต้องหนีออกจากกวัด ไปจนถึงวัยชรา-หลังจากที่เขากลับมาบวชใหม่อีกครั้ง-ที่เริ่มเข้าใจสัจธรรมของชีวิตอันแสนวุ่นวาย (ผกก.คิมรับบทพระชราด้วยตนเอง)

แล้วคันฉัตรว่าไง : “Spring, Summer, Fall, Winter… and Spring นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตการทำหนังของคิมคีด็อก และเป็นการเริ่มต้นเข้าสู่หนังยุคที่สองของเขา ใครที่มีประสบการณ์(เลวร้าย)กับหนังอย่าง The Isle และ Bad Guy อาจไม่เชื่อเลยว่า นี่คือหนังของผู้กำกับคนเดียวกัน ด้วยความที่หนังมีจังหวะลีลาที่สงบสุขุมมากขึ้น และแทบไม่มีฉากโหดร้ายรบกวนจิตใจคนดู…” (แต่กระนั้น หนังก็ยังคงมีฉากโป๊เปลือยอยู่นั่นเอง)

4.
Samaritan Girl (2004) : สาวไซด์ไลน์…ขายเพื่อชาติ

เกี่ยวกับอะไร : แจยัง กับ เยจิน เป็นเพื่อนรักกัน ฝ่ายแรกเป็นสาวไซด์ไลน์ที่ขายตัวเพราะเชื่อในตำนานของ วสุมิตรา (โสเภณีอินเดียที่หากชายใดได้ร่วมรักกับเธอก็จะบรรลุถึงรสพระธรรม) ส่วนฝ่ายหลังเป็นผู้จัดการส่วนตัว ซึ่งพวกเธอตั้งใจจะนำเงินที่ได้ไปเที่ยวยุโรปด้วยกัน และแม้เยจินจะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของแจยังสักเท่าไหร่ แต่เธอก็ยอมเพื่อนทุกครั้งไป จนวันหนึ่งที่แจยังต้องหนีตำรวจด้วยการกระโดดออกทางหน้าต่างจนบาดเจ็บสาหัส ชีวิตของเยจินจึงเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง…ด้วยการสานต่อตำนานของวสุมิตราแทนเพื่อน!

แล้วคันฉัตรว่าไง : “การกลับมาคราวนี้(ของคิม)ยิ่งแรงกว่าเก่า เพราะเขาเล่นประเด็น ‘โสเภณีเด็ก’ โปสเตอร์หนังที่นางเอกแต่งเป็นแม่ชีเปลือยครึ่งบน ก็ทำให้ผู้คนก่นด่าตั้งแต่ยังไม่ฉาย แต่หนังก็ได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาลเบอร์ลิน นอกจากนั้น คิมยังออกมาพูดตอกด้วยกลับว่า “พวกเขาโกรธก็เพราะผมพูดเรื่องจริง ในเกาหลีมีโสเภณีเด็กตั้ง 6 แสนกว่าคน นั่นหมายความว่ามีพ่อที่นอนกับเด็กสาวคราวลูกกว่า 6 แสนคนเชียวนะ!”

5.
3-Iron (2004) : เทวดาตกสวรรค์

เกี่ยวกับอะไร : หนุ่มหล่อนิรนามคนหนึ่งที่ชอบเข้าไปตามบ้านที่เจ้าของไม่อยู่ เขาไม่ได้เข้าไปขโมยข้าวของ แต่กลับช่วยทำความสะอาด ซ่อมแซมสิ่งของ อาศัยเป็นที่หลับนอน และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเท่านั้น จนเขาได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งในบ้านหลังหนึ่ง เธอแอบมองเขาเข้ามาในบ้านอย่างเงียบๆ โดยไม่ปริปากบอกใคร และหลังจากที่ชายหนุ่มได้พบว่าเธอมักถูกสามีซ้อมอย่างทารุณ เขาจึงตัดสินใจพาเธอหนีแล้วไปใช้ชีวิต ‘เงียบๆ’ แบบเดียวกันกับเขา

แล้วคันฉัตรว่าไง : “นอกจากพล็อตเรื่องเพี้ยนพิลึกแล้ว ความโด่งดังของ 3-Iron ยังอยู่ที่ตัวละครหลักทั้งสองของหนังแทบไม่พูดกันเลยตลอดเรื่อง คิมบอกว่าตอนเขียนบทร่างแรก หนังก็มีบทพูดตามปกติ แต่เขาก็เริ่มตัดมันออกมากขึ้นเรื่อยๆ จนแปรสภาพเป็นหนังเงียบกลายๆ อย่างที่เห็น” (อย่างไรก็ดี หนังเรื่องนี้ก็ยังมีทั้งฉากโป๊เปลือยและฉากความรุนแรงอยู่ครบ -เช่น ตัวละครตัวหนึ่งถูกตีด้วยไม้กอล์ฟเหล็กสาม อันเป็นที่มาของชื่อเรื่อง- ทว่ามันก็ทำให้คิมได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเวนิซในที่สุด)

 

สามารถรับชม Pieta ผลงานในยุคหลังของคิมคีด็อก-เจ้าของรางวัลสิงโตทองคำ(ซะที)จากเทศกาลเวนิซ-ได้ตลอด 24 ชม. ในวันเสาร์ที่ 10 พ.ย.นี้ ทาง BIOSCOPE Theatre