Chad Stahelski David Leitch John Wick Keanu Reeves

John Wick งานอาร์ตที่ทุกคนอาจมองข้ามในหนังแอ็กชั่น

Home / bioscope / John Wick งานอาร์ตที่ทุกคนอาจมองข้ามในหนังแอ็กชั่น

นับตั้งแต่ John Wick ออกฉายในปี 2014 โลกก็ได้รู้จักกับ จอห์น วิค (คีอานู รีฟ) อดีตนักฆ่าที่วางมือไปอยู่อย่างเงียบสงบกับหมาน้อยที่เมียรักทิ้งไว้ให้ก่อนตายจากในบ้านอันโดดเดี่ยว กระทั่งเมื่อมีมาเฟียกลุ่มหนึ่งบุกเข้าบ้านและฆ่าหมาของเขา พี่จอห์น วิค ของเราก็สวมคราบนักฆ่า ตามล้างบางคนโฉดที่บังอาจฆ่าหมาของเขาทั้งแก๊ง!

ในบรรดาหนังแอ็กชั่นที่ผุดขึ้นมารายวัน แฟรนไชส์หนังฆ่าล้างแค้น กราดยิงระเบิดระเบ้อของผู้กำกับ แชด  สเตเฮลสกี อย่าง John Wick กลับดำรงสถานะหนังแอ็กชั่นที่ได้รับคำวิจารณ์แง่ดี ทั้งยังถูกจดจำในหลายๆ ความหมาย ทั้งการที่มันวางตัวเองเป็นหนังต่อสู้ล้างบาง, การที่ตัวละครเอกออกมาล้างแค้นเพราะหมาตัวเองถูกฆ่า ตลอดจนจำนวนกระสุนที่เพิ่มพูนขึ้นทุกภาค

แต่ที่สำคัญคือแฟรนไชส์ John Wick เป็นหนังแอ็กชั่นที่ไม่ละเลยเรื่องบท ไม่ละเลยเรื่องของการแสดง โดยเฉพาะการที่มันไม่ละเลยเรื่องของงานศิลป์ในเรื่อง ขณะที่หนังต่อสู้เรื่องอื่นๆ อาจระดมฉากออกศอก ออกหมัด หรือกราดยิงไม่เลี้ยงแล้วจบไป แต่ John Wick กลับใส่องค์ประกอบทุกอย่างเท่าที่หนังสักเรื่องพึงจะมี ทั้งยังเห็นได้ชัดว่าผ่านการคิดมาแล้วอย่างถี่ถ้วน จนไม่แปลกใจที่มันจะกลายเป็นหนังแอ็กชั่นยุคใหม่ในดวงใจหลายๆ คน

โจนาธาน เซลา คือผู้กำกับภาพที่อยู่เบื้องหลังแสงและเงาอันฉูดฉาดของภาคแรก งานของเขาโดดเด่นเรื่องการสาดแสงและใช้สีเข้มข้นเพื่อบอกเล่าสถานะของตัวละคร เห็นได้จาก Law Abiding Citizen (2009) มาจนถึงหนังยุคหลังๆ อย่าง Atomic Blonde (2017) ซึ่งเต็มไปด้วยฉากแสงสีนีออนจัดจ้าน “ไอเดียหลักของผมกับผู้กำกับที่มีต่อหนังคือ ต้องทำให้ลุคในหนังมันแตกต่างออกไปสองแบบ อย่างแรกคือชีวิตปกติของจอห์น วิคก่อนจะเริ่มต่อสู้ และอีกอย่างคือโลกใต้ดินที่เขาหลีกหนีมาโดยตลอด” เซลากล่าว “เราอยากให้พาร์ตแรกดูอบอุ่นและสะอาด ส่วนพาร์ตหลังนั้นดิบ มืดทึมและดูผุพังมากกว่า”

ด้วยการถ่ายโดยมีกล้องหลักเพียงตัวเดียว เซลาจึงเลือกถ่ายหนังด้วยเลนส์หลากหลาย ซึ่งมันช่วยบ่งบอกถึงสถานะของตัวละครหลักอย่างจอห์น วิคด้วย “พาร์ตแรกของหนังนั้นคุณจะเห็นได้ว่าภาพนิ่งมาก กระทั่งเมื่อจอห์น วิคเข้าโหมดมือสังหารอีกรอบ กล้องก็ไม่เคยหยุดเคลื่อนไหวเลย”

งานภาพและสงสีอลังการ ยังถูกใส่มาเช่นเคยในภาคต่ออย่าง John Wick: Chapter 2 (2017, สเตเฮลสกี) ซึ่งภาคนี้ว่าด้วยการออกล่าไปพลาง หลบเอาตัวรอดไปพลางของจอห์น วิค ท่ามกลางแสงสีม่วงและน้ำเงินที่อาบไล้หนังทั้งเรื่อง ด้วยการกำกับภาพของ แดน เลาสต์เซ็น ผู้กำกับภาพสัญชาติเดนมาร์คจาก Crimson Peak (2015) และ The Shape of Water (2017) ทั้งยังจะได้กำกับภาพในหนังภาคต่อของจอห์น วิคใน Parabellum (2019) ด้วย

และเช่นเดียวกับภาคก่อนหน้า โจทย์ของหนังนั้นยังคงต้องเล่าเรื่องของการตามล่าโดยมีแสงสีเป็นหนึ่งในผู้เล่าเรื่อง “แชดชอบช่องว่างของสี (color space) มากๆ โดยเฉพาะเงาดำกับช่องว่างที่มีแสงลอดเข้ามาทิศเดียวแบบที่ผมเคยถ่ายใน Crimson Peak” เลาสต์เซ็นกล่าว “เขาอยากสร้างอะไรที่มันมีสไตล์หน่อย คลาสสิกขึ้นอีกนิด และเราอยากได้หนังที่สีสันมันจัดจ้านด้วย จำพวกสีสดๆ แต่ต้องไม่ใช่สีแบบที่ใช้ในงานโทรทัศน์นะ อย่างแดงก็ต้องแดงจริงๆ ดังนั้น เวลาเราทำงาน เราจึงต้องระวังเรื่องแสงและเรื่องความคมชัดของภาพเป็นพิเศษ”

ติดตามชม John Wick ได้ ทาง Mono29
วันที่ 11 พ.ย. เวลา 11.25 น.
//////////////////////////////////////
สามารถรับชม หนังดี ซีรีส์ดัง ได้ทางช่อง MONO29
และดูออนไลน์ได้ที่ http://mono29.mthai.com/livetv