Burn After Reading Coen Brothers Ethan Coen Hail Caesar! Inside Llewyn Davis Joel Coen

ดนตรีหม่นในหนังเถื่อน คัดสรรเลือกเพลงใส่หนังแบบพี่น้องโคเอน

Home / bioscope / ดนตรีหม่นในหนังเถื่อน คัดสรรเลือกเพลงใส่หนังแบบพี่น้องโคเอน

นอกไปจากตลกร้ายวายป่วงที่เล่าเรื่องผ่านฟิล์มนัวร์หม่นหมอง เอกลักษณ์ที่โดดเด่นอีกอย่างในหนังของพี่น้องโคเอน –อีธาน กับ โจเอล– คือการเลือกใช้ดนตรีประกอบหนังได้อย่างชาญฉลาดและลงตัว

สองพี่น้องที่ขยันทำหนังกวาดรางวัลมาแล้วแทบทุกเทศกาลหนังมักมีศูนย์กลางอยู่ที่เรื่องของชายหรือหญิงบ้าๆ บวมๆ สักคนหนึ่งที่ต้องเผชิญสถานการณ์ช่วยสติแตกภายใต้บรรยากาศเฮี้ยนของอเมริกา และการหักมุมหนังกลางเรื่องอันชวนเหวอ นอกจากนี้ เพลงและดนตรียังเป็นอีกส่วนสำคัญที่ใช้ในการเล่าเรื่องอันว่าด้วยความหายนะเหล่านั้นด้วย

ก่อนหน้าจะมาทำหนัง เช่นเดียวกันกับเด็กหนุ่มคนอื่นๆ สองพี่น้องเติบโตมาในวัฒนธรรมดนตรีในอเมริกัน “เราโตมากับร็อคแอนด์โรลล์” โจเอลเล่า “ตอนนั้นเพลงของ บ็อบ ดีแลน ก็ถูกเปิดผ่านวิทยุแล้วและเป็นสุดยอด 40 ศิลปินด้วย”

และหลังจากนั้นอีกหลายสิบปี แม้จะ(ยัง)ไม่มีโอกาสได้ร่วมงานกับดีแลนผู้เป็นไอดอลของพวกเขาอย่างเป็นทางการ แต่พี่น้องโคเอนก็ได้ร่วมทำงานกับ ที โบน เบอร์เน็ตต์ อดีตมือกีตาร์สมัยที่ดีแลนออกทัวร์ Rolling Thunder Revue ในหนัง The Big Lebowski (1998), O Brother, Where Art Thou? (2000) และ Inside Llewyn Davis (2013) ที่ได้เบอร์เน็ตต์มาดูแลเรื่องดนตรีให้

อย่างไรก็ตาม กวาดตามองภาพรวมของเพลงที่สองพี่น้องเลือกมาใช้ในหนังของพวกเขาแล้วก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อย It’s The Same Old Song ของ Four Tops -วงจากดีทรอยต์, มิชิแกน- ถูกใช้ใน Blood Simple. (1984) หนังสร้างชื่อที่เล่าถึงตาผัวแอบจ้างนักสืบไปสะกดรอยตามเมียตัวเองว่ามีชู้หรือไม่ และปรากฏว่ามีจริงๆ! เรื่องดราม่าจึงบานปลายใหญ่โตถึงขั้นเลือดตกยางออก แต่ในหนังกลับมีฉากที่บาร์เทนเดอร์เดินไปเปิดเพลงของ Four Tops อย่างอารมณ์ดีและสไลด์เท้ากลับไปยังหลังบาร์ของตัวเอง มันจึงสร้างบรรยากาศในหนังให้ผ่อนคลาย ขณะเดียวกันก็เป็นเสมือนการบอกให้คนดูเตรียมพร้อมรับมือกับความแพรวพราวที่จะเกิดขึ้นต่อไปในเรื่องให้ได้

Fargo (1996) หนังอีกเรื่องของสองพี่น้องที่เล่าถึงเซลล์แมนขายรถร้อนเงิน แต่ไม่รู้จะทำยังไงเลยจ้างโจรเรียกค่าไถ่ให้ไปจับเมียตัวเองเพื่อเรียกเงินจากพ่อตา (!!) แต่ก็ตามประสาหนังของโคเอน นั่นคือความวายป่วงเลวระยำเกิดขึ้นในแผนการณ์สุดจะสุ่มเสี่ยงนี้จนได้ อย่างไรก็ตาม ฉากที่ คาร์ล (สตีฟ บุสเชมี) หนึ่งในแก๊งโจรเรียกค่าไถ่นั่งดริ๊งค์หล่อๆ อยู่ในภัตตาคารที่ศิลปินตาบอดชาวเปอร์โตริโกอย่าง โฆเซ เฟลิเซียโน กำลังขับร้องเพลงรัก Let’s Find Each Other Tonight ขับกล่อมอารมณ์ผู้ฟัง เรื่องของเรื่องคือไม่ว่าเพลงจะหวานอย่างไร บรรยากาศจะโรแมนติกแค่ไหน แต่แม่สาวตรงหน้าคาร์ลก็หาได้ใส่ใจอะไรสักนิด นั่นเพราะเธอคือโสเภณีที่ไม่ได้แยแสในตัวคาร์ลตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

ขณะที่ O Brother, Where Art Thou? ที่นำเพลง I’ll Fly Away ของ อลิสัน เคราส์ส และ กิลเลียน เวลช์ มาเป็นส่วนสำคัญในการบอกเล่าเรื่องราวการแหกคุกของสามนักโทษชายเพื่อกลับมาเอาเงินที่ฝังไว้แถวชายป่าก่อนที่พื้นที่แห่งนั้นจะถูกสร้างเป็นเขื่อน และบทเพลง I’ll Fly Away บวกรวมกับการตัดต่อของสองพี่น้องและ คริเซีย คุค ที่ส่งให้เพลงนี้กลายเป็นการประกาศอิสรภาพของ(อดีต)นักโทษชายทั้งสามอย่างงดงามที่สุด

Inside Llewyn Davis อาจจะนับได้ว่าเป็นหนังดราม่า-ดนตรีเรื่องสำคัญของโคเอน โดยหนังเล่าถึง เลวิน เดวิส (ออสการ์ ไอแซ็ก) ศิลปินโฟล์คยุค 60s จากควีนส์ที่ต้องดิ้นรนเลี้ยงชีพและพิสูจน์ดนตรีแนวโฟล์คในวันที่ยังไม่มีคนยอมรับ (และฉากร้องเพลง Hang Me, Oh Hang Me ยาวนานสามนาที) นอกจากไอแซ็กแล้ว โคเอนยังดึงเอา จัสติน ทิมเบอร์เล็ก นักร้องอาร์แอนด์บีตัวจริงมารับบทนำในหนังด้วย พร้อมฉากที่ทั้งสองร้องเพลง Please Mr. Kennedy และ 500 Miles Away from Home

CIA Man ของวงโฟล์คร็อคจากนิวยอร์คอย่าง The Fugs ถูกนำมาใช้อย่างถูกจังหวะ เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขัน (ร้ายลึกอีกเช่นเคย) ของสองพี่น้องในหนัง Burn After Reading (2008) เพราะหนังเล่าถึงเทรนเนอร์สติเฟื่องสองหน่อที่ดันเก็บซีดีของเจ้าหน้าที่ CIA ได้แล้วคิดเป็นตุเป็นตะว่ามันต้องเป็นเรื่องสำคัญแน่เลย! ก่อนที่ความโลภ(และความเด๋อ)จะทำให้ทั้งสองต้องผจญกับสารพัดเรื่องวายป่วงตามสไตล์ หรือใน Hail, Caesar! (2016) หนังตลกร้ายแซะฮอลลีวูดยุคทอง ที่ได้ แชนนิง ทาทัม ร้องและเต้นเพลง No Dames! ในหนังอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

และดูเหมือนว่าเงื่อนไขในการเป็นหนังตลกร้ายขำขื่นของอีตาสองพี่น้องโคเอน อาจไม่ใช่เพียงเรื่องราว การเขียนบทและการแสดงแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่บทเพลงคือหนึ่งในความสำเร็จในหนังของเขา ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากว่าผู้กำกับมองผ่านเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ในหนังของตัวเองไป

ติดตามชม Hail, Caesar! ได้ ทาง Mono29
วันที่ 18 พ.ย. เวลา 23.50 น.
//////////////////////////////////////
สามารถรับชม หนังดี ซีรีส์ดัง ได้ทางช่อง MONO29
และดูออนไลน์ได้ที่ http://mono29.mthai.com/livetv