Captain America marvel Spider-Man Stan Lee สแตน ลี

รำลึกถึง สแตน ลี ชายผู้สร้างจักรวาลของซูเปอร์ฮีโร่ผู้เปราะบางแห่งมาร์เวล

Home / bioscope / รำลึกถึง สแตน ลี ชายผู้สร้างจักรวาลของซูเปอร์ฮีโร่ผู้เปราะบางแห่งมาร์เวล

“เราทุกคนล้วนมีความรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือความเศร้าเสียใจกันทั้งนั้น ผมจึงชอบวีรบุรุษที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ และเป็นเพียงมนุษย์ที่มีเรื่องต่างๆ ให้คอยรับมือ” สแตน ลี

ข่าวการจากไปของ สแตน ลี ในวัย 95 น่าจะสั่นสะเทือนความรู้สึกและหัวใจของหลายๆ คน -รวมทั้งเรา- ที่เป็นแฟนหนังและแฟนคอมิกซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล ทั้งยังเป็นผู้ให้กำเนิดตัวละครที่เราแสนจะรักในเวลานี้อย่างสไปเดอร์แมน, เดอะ ฮัล์ค หรือ นิค ฟิวรี และโดยเฉพาะกับในทศวรรษหลังที่ความนิยมของเหล่ายอดมนุษย์พุ่งทะลุเพดานด้วยการที่มาร์เวลซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์คอมิกมานานหลายสิบปี หันมาจับงานภาพยนตร์อย่างเต็มตัวในนามมาร์เวล สตูดิโอและส่ง Iron Man (2008) ออกสู่สายตาคนดูทั่วโลก ก่อนจะประสบความสำเร็จถล่มทลายจนสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งให้หนังแฟรนไชส์ซูเปอร์ฮีโร่เครือเดียวกันในเวลาต่อมา

เรื่องราวยอดมนุษย์ผู้ท้าสู้กับวายร้าย หากครั้งหนึ่งมันเคยปลุกประกายวาววับในแววตากลมโตของเด็กน้อยได้ ในวันนี้มันก็ทำได้อีกเช่นกันเมื่อเด็กคนนั้นเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากว่ามาร์เวลไม่มีตัวละครที่ซับซ้อน เปราะบางและโตตามผู้อ่านของมัน โดยคนที่ก่อร่างสร้างตัวละครเหล่านี้ขึ้นมาคือคุณปู่สแตน ลีนี่เอง

“แค่เพราะว่าเขาเป็นฮีโร่และมีพลังวิเศษ ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่มีปัญหาเสียหน่อยนี่!” ลีกล่าวถึงตัวละครที่เขาสร้างไว้เช่นนั้น

ย้อนกลับไปในยุค 40 ซึ่งเป็นยุคทองของวงการคอมิกและซูเปอร์ฮีโร่ โลกได้รู้จักกับยอดมนุษย์ผู้ไร้เทียมทาน ทั้งจากฝั่งดีซีอย่างซูเปอร์แมน, วันเดอร์ วูแมน ขณะที่ฝั่งมาร์เวลมีกัปตันอเมริกาและซับ-มารีเนอร์ การผนวกรวมเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคอมิกเข้ากับเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กำลังเดือดดาลไปทั่วโลกยิ่งขับให้เหล่าซูเปอร์ฮีโร่กลายเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้นไปอีก ความเพียบพร้อม เก่งกาจไปเสียทุกด้านของพวกเขาดูจะกลายเป็นความหวังทางจิตใจของเหล่าคนอ่านขณะเฝ้ามองประเทศตัวเองระส่ำระสายอยู่ภายใต้ขีปนาวุธ

หากแต่ความนิยมของเหล่ายอดมนุษย์อันแสนสมบูรณ์แบบก็มีวันเสื่อมถอย ผู้คนไม่เชื่อความไร้เทียมทานของพวกเขาอีกต่อไปแล้ว …และนั่นเองที่เจ้าเด็กหนุ่มนาม สแตนลีย์ มาร์ติน ลีเบอร์ ก้าวเท้าเข้ามาในโลกของคอมิกและซูเปอร์ฮีโร่พอดี เริ่มจากการเป็นผู้ช่วยเล็กๆ น้อยๆ มาตั้งแต่มาร์เวลยังใช้ชื่อเดิมว่า  Timely Comics ก่อนที่เขาจะค่อยๆ กลายมาเป็นนักวาดและบรรณาธิการผู้รังสรรค์ยุคสมัยใหม่ของมาร์เวล -ยุคที่ยอดมนุษย์เจ็บปวดได้ ร้องไห้เป็น!

จุดเด่นที่ทำให้ตัวละครของลีกลายเป็นที่รัก และฟื้นคืนความนิยมมาให้เหล่าซูเปอร์ฮีโร่อีกครั้งคือมันต่างพูดถึงยอดมนุษย์ที่ไม่เพียบพร้อม เว้าแหว่งและเปราะบาง ซึ่งเห็นได้ชัดจากตัวละครอย่างสไปเดอร์แมนหรือ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เด็กหนุ่มแสนสามัญที่ถูกแมงมุมกัดจนมีพลังพิเศษ มันเพิ่มขีดจำกัดให้ร่างกายเขาเหนือกว่าคนทั่วไปมหาศาล ทั้งยังอนุญาตให้เขาได้ปล่อยใย ไต่กำแพงได้แบบแมงมุม อนิจจา ชีวิตของปาร์คเกอร์นั้นก็หาได้วิเศษวิโสไปกว่าแต่ก่อน เขายังคงเป็นหนุ่มกำพร้าที่อาศัยกับลุงและป้า แถมยังไม่มีเงินอีกต่างหาก

“มีครั้งหนึ่ง ผมคิดหาพลังใหม่ๆ ให้ยอดมนุษย์ไม่ได้เลย” ลีเล่าย้อนไปยังวันที่เขาสร้างตัวละครอันเป็นที่รักนี้ขึ้นมา “และตอนที่กำลังนั่งหาไอเดียใหม่ๆ ก็เหลือบไปเห็นแมลงวันไต่ผนังอยู่ เลยคิดว่า ‘น่าจะเยี่ยมไปเลยแฮะถ้าเรามีพลังวิเศษที่เกาะผนังได้เหมือนพวกแมลง’ ทีนี้เราก็ต้องมานั่งคิดชื่อกันก่อน ฟลายแมนเหรอ ฟังดูดราม่าพิลึก อินเซ็กต์แมนเหรอ, ไม่ล่ะ ผมเลยลองเขียนชื่อที่คิดออกมาเรื่อยๆ จนมาถึงคำว่าสไปเดอร์แมน แล้วมันฟังน่ากลัวนิดๆ และน่าประทับใจมากๆ เราเลยได้ชื่อนี้มาละ

“แล้วผมคิดมาตลอดว่าถ้าผมเป็นซูเปอร์ฮีโร่นะ คงออกไปแกร่วเที่ยวเตร่กับพวกวัยรุ่น เลยตัดสินใจให้สไปเดอร์แมนเป็นเด็กวัยรุ่น และแตกต่างจากเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ในยุคนั้นที่มักมีลูกคู่หรือคู่หูเสมอ นั่นคือไอ้แมงมุมจะฉายเดี่ยว และเพื่อจะให้คนอ่านประทับใจ เราต้องสร้างให้ตัวละครนี้ไม่ได้ดูดีมากขนาดนั้น ไม่ได้จีบสาวเก่ง เงินก็ไม่ค่อยมี และผมคิดว่านี่แหละที่ทำให้เด็กๆ หลายคนรู้สึกเชื่อมโยงตัวเองกับตัวละครได้”

ซูเปอร์ฮีโร่ของลีนั้นแสนจะเป็นมนุษย์ พวกเขาเจ็บปวดและต้องเผชิญหน้ากับความหม่นหมองเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ทั่วไป คนอ่านจึงเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับตัวละครของลีอย่างง่ายดาย ทั้งลียังเพิ่มความซับซ้อนทางความรู้สึกและสถานการณ์ลงในเนื้อเรื่องเหล่านั้นซึ่งเป็นการเพิ่มมิติให้ตัวคอมิก จากที่เคยเป็นแต่เพียงเรื่องเล่าของธรรมะผู้ชนะอธรรมเพียงอย่างเดียวมาตลอด

หากเคยดูคลิปวิดีโอที่ลีให้สัมภาษณ์ หรือแม้แต่อ่านถ้อยความของเขาจากหน้าสื่อ (แถมยังปรากฏตัวในฐานะแขกรับเชิญกับมุกตลกเฉพาะตัวในหนังมาร์เวลหลายๆ เรื่องอีก!) ก็อาจสงสัยกันบ้างว่าเหตุใดชายชราผมขาวกับเรียวหนวดงามผู้พูดคุยกับคนทุกคนอย่างอารมณ์ดีและเปี่ยมสุขอย่างลี จึงรังสรรค์ตัวละครแสนเปราะบางและเจ็บปวดได้ขนาดนั้น

ย้อนกลับไปสมัยยังเด็ก ลีเกิดในอพาร์ตเมนต์เล็กแคบของครอบครัวผู้อพยพชาวโรมาเนีย-ยิวที่แมนฮัตตัน พ่อแม่ของเขาได้รับผลกระทบอย่างแรกจากเหตุการณ์เศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ในวัยเด็ก คนที่มีอิทธิพลต่อลีอย่างมากคือ เออร์รอล ฟลินน์ นักแสดงหนุ่มหล่อที่มักรับบทเป็นฮีโร่ในหนังหลายๆ เรื่องที่เด็กน้อยได้ดูในวันนั้นอย่าง Captain Blood (1935), The Adventures of Robin Hood (1938) และ The Sea Hawk (1940) ไปจนถึงอ่านงานของ วิลเลียม เช็คสเปียร์ และคอมิกต่างๆ ซึ่งในเวลาต่อมาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้เด็กชายวันนั้นเติบโตมาเป็นหนึ่งในชายผู้ทรงอิทธิพลในจักรวาลมาร์เวล ตัวละครของลีกลายเป็นเนื้อเดียวกันกับวัฒนธรรมป๊อปกระแสหลักในเวลาต่อมา

“ผมล่ะหวังจริงๆ ว่ามันจะมีวิธีอธิบายว่าเราจะสร้างซูเปอร์ฮีโร่ขึ้นได้อย่างไร ผมเองไม่รู้สูตรหรอก” เขายอมรับตรงไปตรงมาขณะให้สัมภาษณ์ “เช่นเดียวกับการสร้างงานอื่นๆ นั่นแหละครับ เราพยายามสร้างอะไรที่ยังไม่มีคนเคยทำมาก่อน หรือไม่ ต่อให้มีคนทำมาก่อนแล้วแต่เราก็อยากจะลองทำมันใหม่ในวิธีที่ต่างไปจากเดิม แล้วพยายามทำให้ตัวละครนั้นน่าสนใจขึ้นมาให้ได้”

ลีไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าตัวละครมากมายที่เขาสร้างขึ้นมาในยุค 70 นั้น วันหนึ่งมันจะประสบความสำเร็จไปทั่วโลก ทั้งยังกลายเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมการเสพสื่อดูหนังอันทรงพลังของโลกยุคนี้ ปี 2012 เมื่อสำนักข่าวบีบีซีขอสัมภาษณ์เขา ลีส่งยิ้มเขินๆ ให้กล้อง ทั้งภูมิใจและยินดี

“อันที่จริง ไม่มีแม้แต่นาทีเดียวเลยนะที่ผมจะคิดว่า ในอีกสิบปีให้หลัง บีบีซีจะมาสัมภาษณ์ผมเกี่ยวกับตัวละครพวกนี้ (หัวเราะ) ตอนที่เราเขียนเรื่องราวและตัวละครพวกนี้ขึ้นมา เราได้แต่หวังว่าคงมีคนซื้อหนังสือคอมิกพวกนี้นะ เพื่อที่เราจะได้ยังมีงานทำและมีเงินจ่ายค่าที่ไม่ให้ถูกตะเพิดออกมา แต่เราไม่เคยคิดสักนิดว่ามันจะประสบความสำเร็จมากขนาดนี้”

วิดีโอนั้นถ่ายทำตอนที่ลีอายุ 85 ปี เขาคือชายชราผมขาวและมีเรียวหนวดงามเหนือริมฝีปาก เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตด้วยท่าทีกระตือรือร้นและเปี่ยมสุข คือชายที่ปรากฏตัวเป็นนักแสดงรับเชิญในหนังของมาร์เวลให้แฟนๆ ได้รอพบเจอเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่นาทีของหนัง ประกายตาของเขาเป็นเช่นเดียวกับประกายตาของเด็กทั้งโลกเมื่อนั่งมองดูซูเปอร์ฮีโร่วาดลวดลายอยู่บนหน้ากระดาษ ตลอดจนจอภาพยนตร์

“พวกเราโตมาพร้อมเหล่าอสูรร้ายและแม่มด และวันหนึ่ง เราก็แก่เกินกว่าจะอ่านเทพนิยายอีกแล้ว” ลีกล่าว “แต่ผมว่าเราไม่มีทางแก่เกินไปสำหรับสิ่งที่คุณรักจริงๆ หรอก และสิ่งนั้นแหละ คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าชีวิตเราและเปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์และจินตนาการ!”