American Psycho Dallas Buyers Club Fight Club Jared Leto Requiem for a Dream Suicide Squad Thirty Seconds to Mars

คนถ่อย คนบ้า คนสารเลว : สารพัดบทของ จาเร็ด เลโต

Home / bioscope / คนถ่อย คนบ้า คนสารเลว : สารพัดบทของ จาเร็ด เลโต

การยืนอยู่ระหว่างการเป็นนักร้องอาชีพและการเป็นนักแสดงมือรางวัลนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะทำกันได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องทำให้ได้ดีทั้งสองด้าน แต่ถ้าจะมีใครสักคนที่เรายอมรับว่าสุดทางทั้งสองสาขาจริงๆ หนึ่งในนั้นย่อมต้องมีชื่อ จาเร็ด เลโต แน่นอน เพราะนอกจากจะเป็นฟร้อนต์แมนวงร็อค Thirty Seconds to Mars ที่ส่งเพลงติดหูอย่าง The Kill, Kings and Queens และ This Is War แล้ว เลโตยังเป็นนักแสดงอาชีพที่คว้าออสการ์สาขาสมทบชายมาแล้วจาก Dallas Buyers Club (2013)

เด็กชายที่เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่สนับสนุนศิลปะทุกแขนง และสัมผัสกับวัฒนธรรมฮิปปี้สุดขีด หัดเล่นเปียโนพังๆ กับพี่ชาย เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปะในฟิลาเดลเฟีย อันเป็นจุดเริ่มต้นของความสนใจในภาพยนตร์อย่างจริงจัง ก่อนที่ในเวลาต่อมา เลโตจะฟอร์มวงร็อคกับพี่ชาย –แชนนอน– ในนาม Thirty Seconds to Mars ในฐานะนักร้องนำและมือกีตาร์ด้วย เขาและวงออกทัวร์คอนเสิร์ตไปพลาง เลโตก็ยังรับงานแสดงไปพลาง จนใบหน้าของเขาเริ่มกลายเป็นที่จดจำในหมู่คนดู กับสารพัดบทบาทที่เขาแสดง

ก่อนหน้าจะดังเปรี้ยงแบบนี้ เลโตประเดิมภาพจำในฐานะนักแสดงของเขาด้วยการไปอยู่ในหนังสงครามที่เล่าเรื่องได้สวยงามราวกับบทกวี (เอ๊ะ) อย่าง The Thin Red Line (1998, เทอร์เรนซ์ มาลิค) ด้วยการรับบทเป็นหนึ่งในพลทหารที่ตกอยู่ในแวดล้อมของสงครามที่เขาเองไม่ได้อยากจะมามีส่วนร่วม ถัดจากนั้นอีกปี เขารับบทสมทบในหนังดิบอย่าง Fight Club (1999) ด้วยบทแองเจิล เฟซ ซึ่งหลายคนอาจจะจำเขาไม่ได้เสียด้วยซ้ำไปเพราะเลโตกัดสีผมจนเป็นสีบลอนด์ขาวทั้งหัว และเขาคือคนที่ ไทเลอร์ เดอร์เดนต์ (แบรต พิตต์) จ้องหน้าเขม็งตอนประกาศเจตนารมณ์ของไฟต์คลับถึงตอนการตั้งวงร็อค ซึ่งเพราะว่าตอนนั้น เลโตได้เริ่มฟอร์มวงดนตรี Thirty Seconds to Mars กับพี่ชายแล้วนั่นเอง

ปีต่อมา เลโต (กลับมาไว้ผมดำแล้งเรียบร้อย) รับบทเป็นเด็กหนุ่มติดยาใน Requiem for a Dream (2000, ดาร์เรน อาโรนอฟสกี) หนังเต็มไปด้วยวิช่วลจัดจ้านและสื่อความหมายของคนที่ติดกับอยู่ในความฝัน ตัวละคร แฮร์รี ที่เลโตแสดงนั้นไม่เพียงแต่ตกอยู่ในวังวนของอาการหลอนของยาเสพติดเท่านั้น แต่ยังถูกสื่อโทรทัศน์ดหมประโคมจนเส้นแบ่งระหว่างความจริงกับความฝันจางลงทุกที ซึ่งเลโตแสดงได้อย่างเปราะบางและน่าเห็นใจสุดๆ และในปีเดียวกันนี้ พ่อหนุ่มมากพลังของเรายังไปรับบทเป็น พอล อัลเลน ชายที่ บีตแมน (คริสเตียน เบล) หนุ่มสุดเนี้ยบเกลียดเข้าไส้จนต้องหาทางกำจัดให้พ้นทางใน American Psycho (2000, แมร์รี ฮาร์รอน) อย่างไรก็ตาม ตัวหนังได้รับคำวิจารณ์แง่บวกจากการตัดต่อและหักมุมของเรื่อง ประกอบกับการแสดงโคตรเฮี้ยนของเบลที่ยิ่งขับให้หนังเหวอแตกไปกว่าเดิม

นั่นเท่ากับว่า เพียงไม่กี่ปีที่ ‘แจ้งเกิด’ ในวงการภาพยนตร์ไปพร้อมๆ กับการทำเพลง เลโตก็รับบทมาแล้วอย่างหลากหลาย ทั้งคนในคลับใต้ดิน, เด็กติดยา มาจนถึงหนุ่มจอมเนี้ยบจนศัตรูเหม็นหน้า ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเลือกจะร่วมงานกับผู้กำกับมือรางวัลทั้งสิ้น และเรื่องนี้ยิ่งถูกตอกย้ำให้เด่นชัดเมื่อเขากลับมาร่วมงานกับฟินเชอร์อีกครั้งใน Panic Room (2002) ที่เขารับบทเป็นชายปริศนาที่บุกรุกเข้าบ้านของสองแม่ลูก (โจดี ฟอสเตอร์ และ คริสเท็น สจวร์ต) ได้อย่างสุดจะเฮี้ยน โดยเฉพาะฉากแก๊สระเบิดอันแสนจะคลุ้มคลั่ง (อย่างไรก็ตาม เขาถูกแซวว่า หลายปีผ่านมา สจวร์ตเติบโตกลายเป็นหญิงสาว ส่วนเขานั้นยังหน้าตาเหมือนในหนังเด๊ะเลย)

ระหว่างนั้น เขาเริ่มหันมาสนใจงานกำกับอย่างจริงจังและเริ่มต้นด้วยการกำกับมิวสิกวิดีโอวงตัวเอง โดยเฉพาะซิงเกิลหลักอย่าง The Kill (Bury Me) และ From Yesterday ที่แสนจะอลังการงานสร้าง ก่อนจะหวนคืนวงการการแสดงอย่างชวนตาค้างสุด เลโตช็อคผู้คนด้วยการปรากฎตัวในบท เดวิด แชปแมน ชายผู้ลงมือสังหาร จอห์น เลนนอน ฟร้อนต์แมนของวงดนตรีจากอังกฤษชื่อก้องโลก the Beatles ในหนังดราม่า Chapter 27 (2007, จาเร็ด เชียเฟอร์) และทุ่มทุนด้วยการแปลงร่างเป็นแชปแมนด้วยการเพิ่มน้ำหนักขึ้นมา 30 กิโลกรัม (!!) จากการเอาช็อกโกแลต, ไอศกรีมผสมกับน้ำมัน ยัดเข้าไมโครเวฟให้มันละลายเพื่อที่เขาจะได้ดื่มมันง่ายๆ แม้หนังจะไม่ประสบความสำเร็จนักในแง่รายได้และคำวิจารณ์ แต่มันก็ทำให้ผู้ชมเห็นว่าเลโตเป็นคนที่ทุ่มเทกับการแสดงมากแค่ไหน (และหลังจากนั้นก็ลดน้ำหนัก กลับไปทำเพลงหน้าตาเฉย)

และการทุ่มเทให้กับบทอันบ้าคลั่งนี้ ได้รับการพิสูจน์อีกครั้งใน Dallas Buyers Club โดยเขารับบทเป็น เรยอน กระเทยสาวร่างผอมบางที่เขาต้องลดไปอีก 13 กิโลกรัมเพื่อรับบทนี้ ซึ่งแสนจะคุ้มค่าเพราะมันส่งให้เขาคว้าสมทบชายยอดเยี่ยมจากออสการ์มาครอง

นอกจากนี้ เขายังถูกพูดถึงอย่างหนาหูในการมารับบทเป็น โจ๊คเกอร์ วายร้ายจากจักรวาลดีซีแห่ง Suicide Squad (2016, เดวิด เอเยอร์) ที่เหล่าเพื่อนนักแสดงพากันสยดสยองต่อการเข้าถึงบทอย่างสุดตัวของเขา จน วิลล์ สมิธ ถึงกับออกปากว่า “ตลอดเวลาในกองถ่าย ผมไม่เคยเจอจาเร็ดตัวจริงเลย เหมือนว่าเขาอยู่ในบทตลอดเวลา” และความทุ่มเทเพื่อจะได้อินกับบทสุดขีดนี้ยังทำให้ เดอนีส์ วิลล์เนิฟ ผู้กำกับชาวฝรั่งเศส-แคนาดาประทับใจอย่างยิ่งเมื่อเลโตเข้าฉากใน Blade Runner 2049 (2017) เพื่อรับบทเป็นคนตาบอดโดยสวมคอนแท็กเลนส์ปิดบังการมองเห็นไว้เช่นนั้นตลอดการถ่ายทำทั้งเรื่อง! และในปีหน้า เราจะยังได้เห็นปรากฏการณ์ความเฮี้ยนในการแสดงแบบฉบับของเลโตอีกมากแน่นอน เพราะเขายังถ่ายหนังไว้อีกหลายเรื่อง ยังไม่นับโปรเจ็กต์ทำหนังส่วนตัวและดนตรีอีกมาก จนไม่เกินเลยถ้าเราจะบอกว่า เลโตนี่ช่างไปสุดในทุกทางจริงๆ!